ตี๋AF4ฟิตกล้ามสู้เจในบริษัทสร้างสุข

ตี๋AF4ฟิตกล้ามสู้เจในบริษัทสร้างสุข
INN News

สนับสนุนเนื้อหา

นักร้องหนุ่มมาดทะเล้น "ตี๋-วิวิศน์ บวรกีรติขจร" (AF4) แทนที่จะหวั่นเรื่องการแสดง แต่กลับบ่นอุบหนักใจ ที่หุ่นไม่ล่ำเท่า รุ่นพี่ เจ เจ้าตัวเลยไปฟิตกล้าม มาสู้เต็มที่

คาแรคเตอร์ที่ได้รับ "เป็นคนที่เพิ่งจบปริญญาตรี ทางด้านวิชานันทนาการครับ เป็นมนุษย์ที่ค่อนข้างมีความกลัวนิดนึงครับ มีความทะเล้น แต่ว่าก็เป็นคนที่ดีนะ เป็นคนที่ค่อนข้างขี้เกียจด้วย แต่ว่าก็เป็นคนที่มีความคิดครีเอทพอสมควรนะครับ และเป็นคนที่ยิ้มแย้มแจ่มใส ประมาณว่า อยากให้ทุกคนมีรอยยิ้มน่ะครับ คาแรคเตอร์ที่ตรงกับตัวเอง ก็ตรงที่ขี้เกียจนะครับ ผมจะเป็นคนที่ไม่เครียด มองโลกในแง่ดีมากกว่านะครับ พยายามแก้ปัญหา พยายามมองอะไรที่มันดีๆ ครับ เรื่องนี้ก็จะเป็นซีรี่ย์ที่จบไปในแต่ละตอน และมีข้อคิดทิ้งท้ายให้ผู้ชมนำไปคิดต่อ และก็จะมีพี่ๆ ดารานักแสดง ศิลปินรับเชิญเข้ามาร่วม เท่าที่ถ่ายทำไปสนุกดีครับ เป็นอะไรที่ท้าทายดี ได้เจอได้รู้จักกับพี่ๆ เยอะๆ" หนักใจมั้ยร่วมงานกับรุ่นพี่อย่าง "เจ - นิโคล" "ก็ไม่หนักใจเลยครับ แต่รู้สึกตื่นเต้นมากกว่า ก็ดีใจนะครับ อย่าง พี่นิโคล พี่เจ เป็นไอดอล ผมมาตั้งแต่เด็กๆเลยนะครับ ผมชื่นชอบในผลงานของพี่เขาอยู่แล้วครับ แต่ผมก็พยายามทำให้ดีที่สุดละกันนะครับ เพื่อไม่ให้เป็นตัวถ่วงของเพื่อนคนอื่นๆ นะครับ เพราะว่า พี่ๆ เขาเก่งๆ กันทุกคนนะครับ หนักใจคงเป็นเรื่องของการดูแลสุขภาพมากกว่านะครับ เพราะว่า ตอนนี้ผมเองก็เรียนด้วยทำงานไปด้วย ก็ค่อนข้างจะหนักพอสมควรเลยครับ ก็พยายามรักษาสุขภาพ พยายามนอนให้เพียงพอ ถ้ามีเวลาว่าง ก็จะไปออกกำลังกายให้มันเฟิร์มๆ ฟิตๆ หน่อยครับ อย่างผมรับบทเป็นน้องชายพี่เจ พี่เจเขาทั้งหล่อทั้งล่ำ เราก็ต้องไปเตรียมฟิตนิดนึงนะครับ"

คาแรกเตอร์ "บริษัทสร้างสุข" ต่างจากใน "วุ่นนักรักข้างตลาด" ยังไง "ต่างกันเยอะครับ เพราะในเรื่องวุ่นรักฯ ผมเหมือนเป็นพระเอกเลยครับ เป็นหนุ่มที่เสียสละ เรียกได้ว่า เป็นผู้เสียสละ เป็นผู้รักน้อง เป็นคนที่มีเหตุผล เป็นสิ่งที่ดีๆ ติดตัวนะ แต่ในเรื่องนี้จะเป็นอีกมุมหนึ่ง เป็นในมุมแบบทะเล้น ในมุมทะลึ่ง ในมุมบ้าบอนะครับ ค่อนข้างจะแตกต่างกันเยอะเลยครับ" เตรียมปล่อยมุกสดตัวเองเต็มที่ "ถ้าผู้กำกับให้ผมปล่อย ผมก็อยากจะปล่อยบ้างครับ คือผมก็อยากจะให้เรื่องนี้ออกมาดีที่สุด เท่าที่จะเป็นไปได้ เพราะว่า ผู้กำกับหรือทีมงาน นักแสดงคนอื่นเขาก็มีประสบการณ์กันมาเยอะ ผมก็ต้องเตรียมตัวเอง ก็อยากให้พี่ๆ น้องๆ ดูกันเยอะๆ รับรองว่า มีรอยยิ้มและความสุขแน่นอนครับ" เริ่มชื่นชอบวงการบันเทิง "ความรู้สึกผมกับละครกับการแสดง มันต่างจากช่วงแรกๆ ของผมเยอะ พอเราเล่นได้ถึงจุดที่ว่า เราปล่อยตัวปล่อยอะไรได้ อย่าไปติดอยู่ที่ตัวคาแรกเตอร์ หรือ ตัวจริงของเรา มันก็โอเคนะครับ ถ้าเราเล่นแล้ว มีความสุขนั้นแหละ ก็โอเค ก็เริ่มมีความสุข เริ่มๆ ชอบกับละครมากยิ่งขึ้นเพราะว่า ละครมันไม่มีอะไรที่ต้องเครียด ถ้าเราเข้าใจ แต่ผมก็ต้องใช้เวลากับมันเยอะเหมือนกันครับ"

ติดตามSanook! News

ข่าวด่วน เกาะกระแสข่าวดัง บน Facebook คลิกที่นี่ และร่วมเป็นแฟนเพจเราบน Facebook.. ได้ที่นี่เลย!!