มติปปช.สอบเพิ่มนายกฯ-กรณ์ส่งSMS

มติปปช.สอบเพิ่มนายกฯ-กรณ์ส่งSMS
INN News

สนับสนุนเนื้อหา

นายกล้านรงค์ จันทิก โฆษกคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ หรือ ป.ป.ช. เปิดเผย ผลการพิจารณา กรณีการร้องให้ถอดถอน นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี และนายกรณ์ จาติกวณิช รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง กระทำความผิดตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ ว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต มาตรา 103 ในการขอให้ บริษัทผู้ให้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่ จำนวน 3 ราย ส่ง SMS ให้ประชาชน ว่าคณะกรรมการ ได้พิจารณาแล้วเห็นว่า เรื่องดังกล่าว เป็นการดำเนินการในลักษณะขอความร่วมมือกับภาครัฐ มิใช่เป็นการส่งในฐานะส่วนตัวของนายอภิสิทธิ์ และไม่มีการกำหนดในเรื่องค่าใช้จ่าย หรือ ค่าตอบแทนในการดำเนินการ เพราะไม่ใช่เป็นการให้บริการ ในลักษณะหาประโยชน์เชิงพาณิชย์

แต่ทั้งนี้ เรื่องดังกล่าว ยังมีประเด็นที่จะต้องไต่สวนเพิ่มเติม เพื่อความละเอียดรอบคอบว่า การส่ง SMS ดังกล่าว โดยมีผู้ใช้โทรศัพท์จำนวนหนึ่ง ส่งข้อความกลับไปยังหมายเลขที่ให้ไว้ได้มีการดำเนินการช่วยเหลือ หรือ เอื้อประโยชน์ให้กับผู้ให้บริการโทรศัพท์ เพื่อไม่ให้มีการเรียกเก็บภาษีเงินได้จากการให้บริการดังกล่าวหรือไม่ และเป็นการกระทำอันเป็นการละเมิดกระทบต่อสิทธิความเป็นส่วนตัวของบุคคลอื่นหรือไม่ จึงได้มีมติมอบหมายให้ คณะพนักงานเจ้าหน้าที่ดำเนินการไต่สวนข้อเท็จจริงในประเด็นดังกล่าวเพิ่มเติมก่อน

นอกจากนี้ นายกล้านรงค์ เปิดเผยว่า ที่ประชุม ป.ป.ช. มีมติเสียงข้างมาก 6/2 เสียง พิจารณาให้ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี มีความผิด กรณีเห็นมิชอบให้ ร.อ.สุชาติ เชาว์วิศิษฐ อดีตรัฐมนตรีฯคลัง ยินยอมให้ กระทรวงการคลัง เป็นผู้บริหารแผนคนใหม่ของบริษัทอุตสาหกรรมปิโตรเคมีกัลไทย จำกัด (มหาชน ) หรือ ทีพีไอ พ.ต.ท.ทักษิณ ได้เห็นชอบ เสนอชื่อ พล.อ.มงคล อัมพรพิสิฎร์ และนายทนง พิทยะ เป็นคณะผู้บริหารแผน อันเป็นการกระทำที่นอกเหนืออำนาจหน้าที่ เป็นเหตุให้เกิดความเสียหายแก่ระบบราชการ ซึ่งมีมูลความผิด ฐานเป็นเจ้าพนักงานปฏิบัติ หรือ ละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ เพื่อให้เกิดความเสียหายแก่ผู้หนึ่งผู้ใด ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 157 โดยจะส่งเรื่องให้อัยการสูงสุดพิจารณา เพื่อส่งให้ศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองพิจารณาต่อไป

ส่วนการกระทำของ ร.อ.สุชาติ ที่ยินยอมให้ กระทรวงการคลัง เข้าไปเป็นผู้บริหารแผนฟื้นฟูของบริษัทดังกล่าวนั้น ถือเป็นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบเช่นกัน แต่ในระหว่างการไต่สวน ร.อ.สุชาติ ได้ถึงแก่อนิจกรรมแล้ว การดำเนินคดีอาญาจึงระงับไป โดยความตายของผู้กระทำความผิดและมีมติให้จำหน่ายเรื่องดังกล่าวออกจากสารบบ


นายกล้านรงค์ จันทิก โฆษกคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ หรือ ป.ป.ช. แถลงผล การพิจารณา
คำร้องให้ถอดถอน นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี โดยที่ประชุมได้มีมติยกคำร้อง เนื่องจาก ข้อกล่าวหาไม่มีมูล จึง
ทำให้คำร้องตกไปจำนวน 5 เรื่อง คือ กรณีการร้องว่า นายอภิสิทธิ์ ใช้อำนาจหน้าที่ขัดต่อรัฐธรรมนูญในการประกาศคัดค้าน
การเลือกตั้ง โดยไม่ส่งผู้สมัครลงเลือกตั้ง การดำเนินการจัดตั้งรัฐบาล ทั้งที่มีเสียงสนับสนุนไม่เพียงพอ การออกหนังสือ
รับรองความเป็นสมาชิกพรรคการเมืองอันเป็นเท็จ ให้กับ นายธานินทร์ ใจสมุทร เพื่อใช้ในการเลือกตั้ง และกรณีการจงใจ
ไม่เปิดเผย การรับเงินสนับสนุนพรรคการเมือง และการไม่จ่ายเงินที่ได้รับสนับสนุนจาก กกต.ให้เป็นไปตามที่กำหนด โดย
ทั้ง 4 เรื่อง ดังกล่าว ทางคณะกรรมการ ป.ป.ช. แล้ว พิจารณาเห็นว่า เป็นเรื่องที่เกิดขึ้นก่อนที่ นายอภิสิทธิ์ จะดำรงตำแหน่ง
นายกรัฐมนตรี จึงมีมติให้ยกคำร้อง ส่วนกรณีการกล่าวหาว่า นายกรัฐมนตรี ให้ประเทศเพื่อนบ้าน ทำถนนบุกรุกยึดครอง
ในพื้นที่ของไทย เป็นทางขึ้นปราสาทเขาพระวิหารนั้น ทางคณะกรรมการพิจารณาแล้วเห็นว่า ที่ผ่านมาทางกระทรวงการต่างประเทศ ได้มีการพยายามดำเนินการทักทวงมาโดยตลอด จึงไม่ถือว่า พฤติการณ์ดังกล่าว เป็นการละเว้นการปฏิบัติหน้าที่แต่อย่างใด จึงมีมติให้ข้อกล่าวหาดังกล่าวตกไป