ชงคลังเว้นภาษีนิติบุคคลให้ผู้ประกอบการใน สุวรรณภูมิ

ชงคลังเว้นภาษีนิติบุคคลให้ผู้ประกอบการใน สุวรรณภูมิ
INN News

สนับสนุนเนื้อหา

หวังแข่งกับดูไบ เพื่อให้ประเทศไทย ได้เป็นศูนย์กลางการกระจายสินค้า

นายอลงกรณ์ พลบุตร รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์ ในฐานะประธานคณะกรรมการโลจิสติกส์การค้า เปิดเผยภายหลังหารือร่วมกับสมาคมตัวแทนขนส่งสินค้าทางอากาศไทย ฝ่ายปฎิบัติการคลังสินค้าการบินไทย และ ฝ่ายคลังสินค้า บีเอฟเอส ว่า จะพยายามลดต้นทุนและค่าใช้จ่ายให้ผู้ประกอบการในเขตปลอดภาษี สนามบินสุวรรณภูมิ เพื่อจูงใจให้ผู้ประกอบการเข้ามาใช้สนามบินสุวรรณภูมิในการขนส่งสินค้าทาง อากาศมากขึ้น โดยจะเสนอให้กระทรวงการคลัง ลดหรือยกเว้นภาษีนิติบุคคล บุคคลธรรมดาให้กับผู้ประกอบการดังกล่าวเพื่อให้สามารถแข่งขันกับดูไบ สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ได้ และเพื่อให้ประเทศไทยเป็นศูนย์กลางกระจายสินค้าในภูมิภาค โดยจะเร่งรัดให้มีการใช้ระบบ RFID ในทุกด่าน เพื่อช่วยสร้างความมั่นใจให้กับผู้ประกอบการว่า สินค้าจะไม่ถูกเปิดตรวจระหว่างการขนส่ง รวมทั้งเร่งรัดระบบ E-signature เพื่อลดการจ่ายค่าโสหุ้ย และเพื่อให้เกิดความโปร่งใส ซึ่งรายละเอียดของแผนพัฒนาระบบโลจิสติกส์นี้จะเสนอให้คณะกรรมการโลจิสติกส์ แห่งชาติที่ นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี พิจารณา และเสนอเข้าที่ประชุมคณะรัฐมนตรีในอีก 2 สัปดาห์

นายอลงกรณ์ กล่าวว่า หากประเทศไทยสามารถดำเนินการตามแผนพัฒนาโลจิสติกส์อย่างเต็มรูปแบบ จะช่วยเพิ่มปริมาณการขนส่งทางอากาศ ๆ ได้อีก 1 เท่าตัว จากปัจจุบันมีการขนส่ง 1.2 ล้านตันต่อปี และจะช่วยลดต้นทุนโลจิสติกส์จากร้อยละ 19 ของผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ (จีดีพี) เหลือร้อยละ 15 ของจีดีพี นอกจากนี้จะเร่งให้ธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม หรือเอสเอ็มอีแบงก์ เร่งปล่อยสินเชื่อวงเงิน 3,000 ล้านบาท ดอกเบี้ย MLR - ร้อยละ 3 โดยเร็ว เพื่อเสริมสภาพคล่อง และเตรียมตัวรองรับการเปิดเสรีโลจิสติกส์ ในปี 2556

"ตัวเลขการขนส่งทางอากาศของไทยยังต่ำ โดยขนส่งสินค้า 1.2 ล้านตันต่อปี เทียบจำนวนประชากร 63 ล้านคน ซึ่งน้อยกว่าดูไบที่มีการขนส่งทางอากาศถึง 1.6 ล้านตันต่อปี จำนวนประชากรเพียง 15 ล้านคน ดังนั้น เราต้องเร่งพัฒนาระบบโลจิสติกส์โดยเร็ว" นายอลงกรณ์ กล่าว