สาวตัดพ้อชีวิต เรียนจบหมอ แต่พ่อแม่บังคับให้กลับบ้านเกิด กลายเป็นสาวโรงงาน
Sanook//s.isanook.com/sr/0/images/logo-new-sanook.png60060
//s.isanook.com/ns/0/ud/1891/9459362/sanook_thumbnail_1200x720(1).jpgสาวตัดพ้อชีวิต เรียนจบหมอ แต่พ่อแม่บังคับให้กลับบ้านเกิด กลายเป็นสาวโรงงาน

สาวตัดพ้อชีวิต เรียนจบหมอ แต่พ่อแม่บังคับให้กลับบ้านเกิด กลายเป็นสาวโรงงาน

แชร์เรื่องนี้

สาววัย 26 ปี เรียนจบคณะแพทยศาสตร์ แต่พ่อแม่บังคับให้กลับบ้านเกิด กลายเป็นสาวโรงงาน พ้อเหมือนชีวิตล้มเหลว

หญิงสาวชาวมาเลเซีย วัย 26 ปี ได้ออกมาเล่าประสบการณ์ชีวิต ที่หลังจากเรียนจบคณะแพทยศาสตร์แห่งหนึ่ง เธอใฝ่ฝันให้ได้เงินเดือนสูง แต่พ่อแม่ขอให้มาอยู่ที่บ้านเกิด เธอจึงไม่มีทางเลือก นอกจากทำงานในโรงงาน ตัดพ้อเหมือนชีวิตล้มเหลว

หญิงรายนี้ได้โพสต์เล่าผ่านทวิตเตอร์ว่า หลังจากสำเร็จการศึกษาในระดับปริญญาทางการแพทย์ เธอคิดว่าตนเองจะสามารถประกอบอาชีพที่เกี่ยวข้องกับสายงานนี้ และหางานที่ดีพร้อมเงินเดือนสูงได้

แต่แล้วฝันเธอกลับพังทลาย เมื่อพ่อแม่ของเธอไม่อนุญาตให้ทำงานที่กัวลาลัมเปอร์ พวกเขาคิดว่ามันอยู่ไกล และไม่สะดวกที่จะดูแลพวกเขาได้ ในที่สุดเธอก็เชื่อฟังคำแนะนำของพ่อแม่ และกลับไปทำงานในบ้านเกิด

แต่ด้วยเหตุผลหลายประการ เธอจึงทำได้เพียงทำงานในโรงงาน เป็นเพียงพนักงานขับรถ และได้รับค่าจ้างขั้นต่ำเท่านั้น ทำให้เธอไม่รู้สึกถึงความสำเร็จจากงานของเธอ และกลับมาฉุกคิดว่า เธอจบด้านการแพทย์ เธอสามารถเรียกเงินเดือนที่สูงได้ในสายงานของเธอ แต่ไม่คาดคิดว่าสุดท้ายเธอจะกลายเป็นสาวโรงงาน

สิ่งที่ทำให้เธอผิดหวังยิ่งกว่านั้นก็คือ เห็นได้ชัดว่าพ่อแม่ของเธอก็ผิดหวังเช่นกันที่เธอทำงานนี้ งานแพทย์ที่เธอใฝ่ฝัน แตกต่างไปจากความเป็นจริงมากจนทำให้เธอรู้สึกไร้ค่าและมักรู้สึกหดหู่ใจ เหมือนชีวิตของตัวเองล้มเหลว

หลังจากโพสต์ดังกล่าวถูกเผยแพร่ไปบนโลกออนไลน์ ชาวเน็ตส่วนใหญ่ให้คำแนะนำเธอว่า “ถ้าคุณไม่ชอบโรงงาน ควรเปลี่ยนงานทันทีและหางานในร้านขายยาหรือคลินิก คุณสามารถเพิ่มความภาคภูมิใจในขณะทำงานได้”

บางส่วนยังแนะนำให้เธอลองหางานบริษัทต่างชาติผ่านโซเชียลมีเดีย ที่เกี่ยวข้องกับสาขาที่จบมา เพื่อทำงานทางไกล ซึ่งก็สะดวกสำหรับการดูแลผู้สูงอายุที่บ้านด้วย

ขณะที่ชาวเน็ตบางคนก็มองว่า หากพ่อแม่ของเธอยังมีความสามารถในการดูแลตัวเองได้ เธอก็ควรให้ความสำคัญกับการวางแผนอนาคตของตัวเองมาเป็นอันดับแรก

ขอขอบคุณ

ข้อมูล :ETtoday