นายกฯให้กลต.สอบใครผิดซื้อหุ้นไทยคม

นายกฯให้กลต.สอบใครผิดซื้อหุ้นไทยคม
INN News

สนับสนุนเนื้อหา

นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี กล่าวถึงกรณีที่พรรคเพื่อไทย ตั้งข้อสังเกตเรื่องการซื้อคืนดาวเทียมไทยคม จากบริษัทเทมาเส็ก ประเทศสิงคโปร์ ที่อาจจะมีการปั่นราคาหุ้น ว่าต้องตรวจสอบได้ว่าผู้ใดเข้าไปเกี่ยวข้องบ้าง โดย
ตลาดหลักทรัพย์ และคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์ และตลาดหลักทรัพย์ สามารถดำเนินการได้ทันที

ขณะที่พรรคประชาธิปัตย์ จะไม่ตั้งคณะกรรมการขึ้นมาตรวจสอบว่า มีสมาชิกพรรค เกี่ยวข้องหรือไม่ ส่วนกรณีที่คนใกล้ชิดนั้น ตนก็ยังไม่เห็นว่ามีการตัดสินใจที่ชัดเจน แต่เป็นเพียงการไปศึกษา ทั้งนี้ยังไม่ควรกล่าวถึงการจะนำเงินจากที่ใดมาซื้อ แต่เงินที่ได้จากการยึดทรัพย์ของ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรีนั้น มีการนำมาเสริมฐานะการคลังได้ดีที่สุด แต่จะซื้อหรือไม่ กระทรวงการคลังกำลังพิจารณา ซึ่งจะต้องดูหลายทางเลือก โดยเฉพาะความมั่นคง

อย่างไรก็ตาม การยิงดาวเทียมไทยคมไปยังวงโคจรที่มีอยู่แทนนั้น ก็จะนำมาพิจารณาอยู่ โดยจะดูผลประโยชน์โดยรวม เป็นเป้าหมายสุดท้าย

นอกจากนี้ นายกรัฐมนตรี กล่าวถึงกรณีที่มีการตั้งข้อสังเกตว่า เหตุใดราคาหุ้นดาวเทียมไทยคมสูงขึ้นในขณะนี้นั้น โดยส่วนตัวเห็นว่า ขณะนี้ยังไม่ถึงจังหวะที่จะซื้อขาย อีกทั้งหากมีการซื้อขายจริง ก็ต้องปฏิบัติตามกฎหมายอยู่แล้ว


นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี กล่าวถึง การพิจารณายกเลิกการประกาศใช้พระราชกำหนดบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉินว่า จะมีการประเมินเป็นระยะ โดย นายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกรัฐมนตรี ด้านความมั่นคง รายงานตนแล้วว่า ยกเลิกบางพื้นที่ตามความเหมาะสม ส่วนกรณีที่มีกระแสข่าวว่า ในวันที่ 24 มิ.ย.นี้ ซึ่งเป็นวันชาติอาจจะมีความวุ่นวายนั้น ยังไม่มีความชัดเจนเกี่ยวกับการเคลื่อนไหวของกลุ่มคนเสื้อแดง แต่ก็จะติดตามอย่างต่อเนื่อง ขณะเดียวกันการนิรโทษกรรมนั้น นายกรัฐมนตรี ย้ำว่าจะต้องไม่เป็นการส่งสัญญาณที่ทำให้การแก้ไขปัญหายากขึ้น โดยเฉพาะการทำให้ประชาชนคิดว่า สามารถทำผิดกฎหมาย
ได้ง่าย

นอกจากนี้ นายกรัฐมนตรี กล่าวถึง กรณีที่รัฐบาลส่ง นายเกียรติ สิทธีอมร ประธานผู้แทนการค้าไทย ไปชี้แจงกับสภาคองเกรส ของสหรัฐอเมริกา กรณีการกระชับพื้นที่ของรัฐบาลว่า ทำให้เกิดความเข้าใจได้มากขึ้น ซึ่งขณะนี้ ตนยังไม่ได้รับรายละเอียด อย่างไรก็ตาม กรณีที่มีการใช้งบประมาณกว่า 1,000 ล้านบาท เพื่อแจกจ่ายให้เกษตรกรครอบครัวละ 1,000 บาท ที่ได้รับผลกระทบจากภัยแล้งนั้น เป็นหลักการของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ที่ช่วยเหลือเกษตรกร ที่ต้องเลื่อนการทำนามาถึงช่วงกลางเดือนกรกฎาคม แต่ต้องการให้มีรายได้เสริม มาใช้สำหรับการอุปโภคบริโภค แต่ขณะนี้โครงการดังกล่าวยังไม่ชัดเจน

ติดตามSanook! News

ข่าวด่วน เกาะกระแสข่าวดัง บน Facebook คลิกที่นี่ และร่วมเป็นแฟนเพจเราบน Facebook.. ได้ที่นี่เลย!!