นายกฯยันปรองดองไม่ฮั้วก่อการร้ายต้องฟัน

นายกฯยันปรองดองไม่ฮั้วก่อการร้ายต้องฟัน
INN News

สนับสนุนเนื้อหา

นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี กล่าวระหว่าง รายการเชื่อมั่นประเทศไทยกับนายกฯ อภิสิทธิ์ ว่า ขณะนี้แผนปรองดองแห่งชาติ มีความคืบหน้าพอสมควร โดยมีการนำปมความขัดแย้ง หรือ ประเด็นที่จะหลอมรวมจิตใจ มากำหนดเป็นแผน ประกอบด้วย การเทิดทูลสถาบัน การแก้ไขความเหลื่อมล้ำ รวมทั้งสิทธิเสรีภาพสื่อมวลชน รวมถึงการค้นหาความจริง และการแก้ไขกติกาบ้านเมือง ซึ่งจะทำให้บรรยากาศสงบสุขได้ ขณะที่หากผู้ใดเกี่ยวข้องกับความรุนแรง หรือทำผิดกฎหมาย รัฐบาลก็จะเดินหน้าใช้กฎหมายอย่างเคร่งครัด เคารพกระบวนการยุติธรรม โดยใช้ กรมสอบสวนคดีพิเศษ หรือ ดีเอสไอ ดำเนินการให้เกิดประสิทธิภาพอย่างรวดเร็ว ซึ่งการเร่งรัดคดีนั้น เพื่อไม่ให้มีปัญหาขึ้นได้ในอนาคต ขณะเดียวกันยืนยันว่า รัฐบาลไม่มีกระบวนการไล่ล่าผู้ที่ร่วมชุมนุมโดยสงบ หรือ ด้วยเจตนาบริสุทธิ์ แต่กลับกันจะใช้การเยียวยาในแผนปรองดองแห่งชาติ ทำให้กลุ่มนี้อยู่ร่วมสังคมอย่างสงบสุข


นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี กล่าวระหว่าง รายการเชื่อมั่นประเทศไทยกับนายกฯ อภิสิทธิ์ ว่าตนได้มอบหมายให้ นายศุภชัย พาณิชภักดิ์ เลขาธิการการประชุมสหประชาชาติ ว่าด้วยการค้าและการพัฒนา หรือ อังค์ถัด และนายสุรินทร์ พิศสุวรรณ เลขาธิการอาเซียน เผยแพร่แผนปรองดองแห่งชาติของไทย ต่อต่างประเทศทราบ ซึ่งขณะนี้ต่างชาติให้การตอบรับที่ดี รวมทั้งให้ความสนใจกับการทำงานเพื่อฟื้นฟูประเทศ ขณะเดียวกัน การเร่งรัดฟื้นฟูประเทศนั้น ต้องสร้างแรงจูงใจ โดยการกระตุ้นให้คนไทยท่องเที่ยวภายในประเทศซึ่งจะทำให้การเชิญชวนนักท่องเที่ยวต่างชาติ กลับมาเที่ยวในประเทศไทย ทำได้ง่ายขึ้น ส่วนการทำงานของคณะกรรมการอิสระตรวจสอบและค้นหาความจริงจากเหตุการณ์ความไม่สงบทางการเมือง ที่มี นายคณิต ณ นคร เป็นประธานนั้น จะต้องให้คณะกรรมการชุดดังกล่าว ดำเนินการอย่างตรงไปตรงมา ซึ่งหากตรวจสอบพบว่า รัฐบาลกระทำความผิดรัฐบาลก็พร้อมรับผิดชอบ ทั้งนี้มีการแต่งตั้ง นายวิเชียร กีรตินิจกาล ผู้ทรงคุณวุฒิ
ด้านทรัพยากรธรรมชาติ คณะกรรมการสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ เข้ามาตรวจสอบปัญหาการขยายถนนธนะรัชต์เข้าอุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ด้วย


นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี กล่าวถึง การปฏิรูปประเทศไทย ในระหว่าง รายการเชื่อมั่นประเทศไทย กับนายกฯ อภิสิทธิ์ ว่าขณะนี้ตนได้พูดคุยกับพรรคประชาชน รวมทั้งคณะกรรมการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ หรือ สภาพัฒน์ รวมถึงสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ หรือ สสส. และเลขาธิการสุขภาพแห่งชาติ โดยจะมีการร่วมกันจัดสมัชชาในวันที่ 17 มิถุนายนนี้ ก่อนที่จะเสนอผลการหารือต่อตน เพื่อเป็นแนวทางการปฏิรูปประเทศ ขณะเดียวกันรัฐบาล พร้อมให้การสนับสนุนทั้งกลไกและงบประมาณโดยจะไม่เข้าไปชี้นำ ทั้งนี้การจัดทำแผนปฏิรูปประเทศนั้น ต้องให้ดำเนินการแล้วเสร็จภายใน 6 เดือน และจะต้องให้เห็นแนวทางการแก้ไขปัญหาความเหลื่อมล้ำอย่างเป็นรูปธรรม ภายใน 3 ปี


นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี กล่าวถึง กรณีที่ กรมสอบสวนคดีพิเศษ หรือ ดีเอสไอ เตรียมพิจารณาออกกฎหมายนิรโทษกรรม ให้กับผู้ชุมนุมทางการเมือง ที่กระทำความผิดตามพระราชกำหนดบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉินว่า เป็นเรื่องของศูนย์อำนวยการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉิน หรือ ศอฉ. ซึ่งยืนยันว่า จะไม่ใช้ดำเนินการกับผู้ที่ชุมนุมโดยสงบปราศจากอาวุธ แต่หากมีการกระทำความผิดก่อเหตุให้เกิดความรุนแรงกับบ้านเมืองก็ต้องดำเนินการ ซึ่งการออกกฎหมายต้องดูทางเทคนิค ที่จะไม่ให้เกิดความสับสนในทางปฏิบัติ และหากไม่มีความจำเป็นก็ไม่ต้องออก

นอกจากนี้ นายกรัฐมนตรี กล่าวถึง กรณีที่ นายธาริต เพ็งดิษฐ์ อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ หรือ ดีเอสไอ เปิดเผยว่า มีอดีตผู้บริหารของดีเอสไอ สร้างข้อมูลเท็จ เพื่อช่วยเหลือกลุ่มคนเสื้อแดง ว่าต้องมีการตรวจสอบ ซึ่งหากทำผิดก็ต้องดำเนินการ ซึ่ง นายธาริต ก็ได้ชี้แจงกับตนแล้วว่า ไม่มีปัญหาในการทำงาน