บึงสีไฟพิจิตรน้ำแห้งปลา-บัวเริ่มแห้งตาย

INN News

สนับสนุนเนื้อหา

จากสถานการณ์ภัยแล้งที่เกิดขึ้น ในพื้นที่จังหวัดพิจิตร และจังหวัดพิจิตรได้ประกาศเป็นพื้นที่ประสบภัยพิบัติ ความแห้งแล้งจำนวน 12 อำเภอ นั้น โดยในปีนี้ ได้เกิดภัยแล้งยาวนานกว่าทุกปีที่ผ่านมา ส่งผลให้บึงสีไฟ ซึ่งเป็นบึงน้ำจืดขนาดใหญ่ อันดับ 3 ของประเทศไทย และเป็นแหล่งเพาะพันธุ์ปลาน้ำจืดที่สำคัญของประเทศ เกิดวิกฤติน้ำแห้งขอด เหลือน้ำเพียงเล็กน้อย บางส่วนเท่านั้น หรือ เพียง 30 เปอร์เซ็นต์ จากระดับน้ำที่เคยมีในพื้นที่ 5 พัน 2 ร้อยไร่ จนเห็นโคลนตม เดินไปมาในบึงสีไฟได้ อีกทั้งสภาพน้ำ ทั้งมีสีขุ่นแดง ส่งผลกระทบต่อระบบนิเวศ ทั้งฝูงปลา และดอกบัวที่อยู่กลางบึง ต่างเริ่มแห้งเหี่ยวตาย จนแทบไม่เหลือความอุดมสมบรูณ์อยู่เลย รวมถึงการท่องเที่ยว โดยเฉพาะเรือถีบที่มีนักเที่ยวเคยมาถีบเล่น ไปตามบึงสีไฟ ไม่สามารถลอยเรือได้เหมือนเช่นเคย ซึ่งผู้ประกอบการ ต้องนำเรือถีบขึ้นฝั่ง และต้องหยุดกิจการ

โดย นางมะลิ อ้นจันทึก ผู้ประกอบการเรือถีบ กล่าวว่า ในปีนี้ระดับน้ำในบึงสีไฟลดลงอย่างรวดเร็ว กว่าทุกๆ ปีที่ผ่านมา หรือในรอบ 16 ปี ไม่เคยเกิดเช่นนี้มาก่อน ส่งผลให้เรือถีบที่เคยบริการนักท่องเที่ยว ไม่สามารถให้บริการได้ เพราะท้องเรือถีบจะติดโคลนตม จึงต้องนำเรือถีบมาจอดไว้ขอบบึงสีไฟ และคาดว่าถ้าฝนไม่ตกลงมาอีกประมาณ 1-2 เดือนนี้ จะทำให้บึงสีไฟอาจแห้งสนิทก็เป็นได้ อีกทั้งเคยไปถามชลประทาน จ.พิจิตร ขอให้ผันน้ำมาเข้าสู่บึงสีไฟ เพื่อที่จะได้สร้างความอุดมสมบรูณ์ ให้กลับมาเหมือนอย่างเช่นเคย แต่ก็ไม่สามารถทำได้ เนื่องจาก น้ำตามคลองชลประทาน ที่รับน้ำมาจากเขื่อนภูมิพล และ เขื่อนสิริกิต์ ก็แห้งขอดด้วยเช่นกัน จึงทำให้บึงสีไฟ หรือ

ติดตามSanook! News

ข่าวด่วน เกาะกระแสข่าวดัง บน Facebook คลิกที่นี่ และร่วมเป็นแฟนเพจเราบน Facebook.. ได้ที่นี่เลย!!