Sanook//s.isanook.com/sr/0/images/logo-new-sanook.png60060
สกศ.วิจัยสภาพร.ร.ชายขอบ "ไทย-กัมพูชา พบเด็กเขมรแห่เรียนหวังเป็นไกด์-ค้าขาย
แชร์เรื่องนี้
รองศาสตราจารย์ธงทอง จันทรางศุ เลขาธิการสภาการศึกษา เปิดเผยว่า สำนักงานเลขาธิการสภาการศึกษา(สกศ.) ได้ให้ศาสตราจารย์ ดร.เสริมศักดิ์ วิศาลาภรณ์ เป็นผู้วิจัยเรื่องสภาพการจัดการศึกษาให้กับนักเรียนชายขอบในจังหวัดชายแดนของไทยที่ติดกับประเทศกัมพูชา ซึ่งอยู่ในพื้นที่ชายแดนภาคตะวันออกเฉียงเหนือและภาคตะวันออก คือ ที่จังหวัดอุบลราชธานี ศรีสะเกษ สุรินทร์ บุรีรัมย์ สระแก้ว จันทบุรีและตราด ผลการวิจัยดังกล่าวพบว่า โรงเรียนตามแนวตะเข็บชายแดนส่วนใหญ่เป็นโรงเรียนขนาดเล็กกระจายตัวอยู่ตามชายขอบทั้งหมด และอยู่ในหมู่บ้านขนาดเล็ก เศรษฐกิจไม่ดี การสนับสนุนโรงเรียนจากชุมชนมีน้อย เด็กจากฝั่งเขมรข้ามมาเรียนในพื้นที่จำนวนมาก ส่วนใหญ่เป็นเด็กสองสัญชาติ ไม่มีสัญชาติ และเด็กต่างด้าว อย่างไรก็ตาม เด็กพวกนี้ไม่ได้มาเรียนหนังสือเพียงอย่างเดียว แต่มาเพื่อประโยชน์อย่างอื่น เช่น การรู้ภาษาไทยเพื่อเป็นมัคคุเทศน์ มาเรียนเพื่อประโยชน์ในการติดต่อค้าขายกับคนไทย มาเพื่อขอรับสิทธิใช้แรงงานในเมืองไยในอนาคตด้วย รองศาสตราจารย์ธงทอง กล่าวต่อว่า งานวิจัยฉบับนี้พบปัญหาหลักๆ ในการจัดการศึกษาที่สำคัญในพื้นที่ชายแดนประเทศไทย-กัมพูชา ดังนี้ คือ 1.โรงเรียนส่วนใหญ่มีครูไม่ครบชั้น ครูย้ายบ่อยเนื่องจากส่วนใหญ่เป็นคนต่างถิ่น 2.ปัญหาสภาพครอบครัวของนักเรียน ส่วนใหญ่ยากจน ทำให้ต้องอพยพย้ายถิ่นบ่อย 3.ปัญหาเกี่ยวกับสภาพแวดล้อมและชุมชน บ่อนการพนันและปัญหายาเสพติดในพื้นที่ 4.ปัญหาการบริหารจัดการ ความห่างไกล ทำให้การกำกับติดตาม นิเทศจากสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาขาดความสม่ำเสมอ ส่งผลต่อขวัญและกำลังใจในการทำงานของครู 5.ปัญหา ความไม่เป็นธรรมจากการประเมินโดยใช้เกณฑ์เดียวกันทั้งประเทศ และวิธีการงบประมาณที่ไม่เหมาะสม ส่งผลให้เกิดความไม่เสมอภาคในการจัดการศึกษา เลขาธิการ สกศ. กล่าวอีกว่า ผู้วิจัยได้เสนอแนวทางแก้ปัญหาหลายประการ อาทิ รัฐบาลควรจัดสรรงบประมาณเฉพาะสำหรับพื้นที่ชายแดน ปรับหลักเกณฑ์และวิธีการประเมินคุณภาพการศึกษาของสมศ. ให้สอดคล้องกับสภาพการจัดการศึกษาจริงตามบริบทื้นที่ชายแดน และควรปรับหลักเกณฑ์และวิธีการประเมินวิทยฐานะของครูในพื้นที่ชายแดน โดยอาจดำเนินในลักษณะเดียวกันกับพื้นที่ชายแดนภาคใต้ นอกจากนี้ หน่วยงานที่เกี่ยวข้องควรจัดหาปัจจัยสนับสนุนให้กับโรงเรียนตามแนวชายแดน โดยเฉพาะความพร้อมด้านสื่อเทคโนโลยีเพื่อการเรียนการสอน และควรสนับสนุนงบประมาณเพื่อซ่อมแซม ปรับปรุงอาคารเรียนหลายแห่งที่ชำรุดทรุดโทรม อีกทั้งรัฐบาลควรเร่งแก้ปัญหาครูย้ายออกนอกพื้นที่ โดยเฉพาะตามแนวชายแดนภาคอีสาน "ข้อเสนอแนะที่สำคัญอีกประการหนึ่งคือ รัฐบาลอาจพิจารณาใช้พื้นที่บางส่วนซึ่งมีนักเรียนสัญชาติกัมพูชาเข้ามาเรียนในอัตราสูง จัดตั้งเป็นโรงเรียนมิตรภาพไทย-กัมพูชา และควรมุ่งเน้นการศึกษาเพื่ออาชีพ เพื่อลดปัญหาความยากจนของประชาชนในพื้นที่ อาจให้โรงเรียนมัธยมศึกษาประจำตำบลเปิดสอนระดับอาชีวศึกษาในระดับปวช. สาขาต่างๆ รองศาสตราจารย์ธงทอง กล่าวสรุป
แชร์เรื่องนี้
แท็ก :