ยัดห่วงสาวไส้ไม่เลิกสาโรชตามบี้สุเทพ

ความคืบหน้ากรณีปัญหาการบริหารงานอันไม่โปร่งใสของสมาคมบาสเกตบอลแห่งประเทศไทยฯ เพิ่งอยู่ระหว่างการตรวจสอบข้อเท็จจริงของการกีฬาแห่งประเทศไทย (กกท.) หลังจากที่ นายสาโรช คุณีพงศ์ เลขาธิการสมาคมบาสเกตบอลฯ ออกมา ยอมรับว่ามี สโมสรผี เป็นสมาชิกสมาคมฯจริง จนนำมาสู่ความขัดแย้งกับ นาย สุเทพ เบ็ญจโภคี นายกสมาคมฯ ซึ่งได้ออกมาตอบโต้อย่างดุเดือดและอ้างว่าสาเหตุความขัดแย้งมาจากเรื่องเงิน ซึ่งเป็นปัญหาส่วนตัว จนทำให้เรื่องบานปลายนั้น

ล่าสุด นายสาโรช ได้ออกมายืนยันว่า เรื่องเงินนั้น ความจริงก็คือตนเองได้บอกขายทาวน์เฮาส์ 2 หลัง ให้กับนายสุเทพ เนื่องจากการส่งค่างวดมีการสะดุดอยู่บ้าง แต่นายสุเทพไม่ซื้อ ก็ไม่มีปัญหาอะไร และได้บอกขายคนอื่นแทน เรื่องก็มีอยู่แค่นี้เอง ส่วนที่ไปร้องเรียนก็ไม่เกี่ยวกับเรื่องยืมเงินและไม่ได้ผูกใจเจ็บเหมือนที่ถูกกล่าวหา ตนจะไปยืมเงินเขาได้อย่างไร ตนเป็นอดีตผู้ช่วยอธิบดีกรมพลศึกษา เป็นรองเลขาธิการคณะกรรมการโอลิมปิคแห่งประเทศไทย จะไปยืมเขาทำไม ที่กล่าวหาว่าไม่ทำงานนั้น เขาต่างหากที่เอางานไปทำเองหมด ไม่เคยผ่านตนซึ่งเป็นเลขาธิการฯเลย

พ่อบ้านยัดห่วงไทย กล่าวต่อว่า เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา ได้เข้าชี้แจงรายละเอียด พร้อมนำหลักฐานบางอย่างไปมอบให้คณะอนุกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงของ กกท. เพราะต้องการให้ตรวจสอบเรื่องสโมสรผี และอยากเห็นความเปลี่ยนแปลงของวงการบาสเกตบอลไทย ทั้งนี้หากคณะอนุกรรมการฯ ขาดหลักฐานที่ชัดเจน อาจจะมีการเชิญกรรมการและเจ้าหน้าที่อีกหลายคน ซึ่งรวมถึงนายกสมาคมบาสเกตบอลฯ เข้าไปให้คำชี้แจงและรายละเอียดเพิ่มเติมด้วย

สโมสรผี ก็คือสโมสรที่มีแต่ชื่อ ไม่มีนักกีฬา ไม่มีสถานที่ทำการของสโมสร ไม่เหมือนกับสโมสรชื่อดังอย่าง ทิวไผ่งาม, การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค และธนาคารกรุงเทพ ที่มีสถานที่ทำการเปิดเผย ส่วนสโมสรผี มีไว้เพื่อเป็นฐานคะแนนเสียงเท่านั้น นายสาโรช ย้ำอีกครั้ง

ขณะที่ อดีตกรรมการบริหารสมาคมบาสเกตบอลฯ รายหนึ่ง กล่าวว่า สมาคมบาสเกตบอลฯ มีปัญหาเรื่องการทำงาน เช่น เรื่องการจัดการแข่งขัน ซึ่งตามหลักแล้วจะต้องให้ทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องกับการจัดการแข่งขันตั้งงบประมาณ จากนั้นจะเสนอนายกฯ และเลขาธิการสมาคมฯ เพื่อตั้งเงินสำรองไปใช้ก่อน แต่ขั้นตอนการดำเนินงานแบบนี้ไม่มีในสมาคมบาสเกตบอลฯ จะทำอะไรนายกสมาคมฯ ตัดสินใจคนเดียว คิดจะให้ใครก็ตามใจตัวเองเท่านั้น รวมถึงเรื่องการเลือกตั้งก็ทำเองหมด ที่ผ่านมาได้มีการ แก้ไขกฎข้อบังคับให้นายกสมาคมฯ มีอำนาจในการตัดสินคนเดียว ซึ่งที่ประชุมมีมติเห็นชอบ เนื่องจากไม่มีใครกล้าขัด แต่ตามหลักแล้ว ควรจะมีกรรมการรับรู้ด้วยอย่างน้อย 2 คน เพราะเรื่องเงินเป็นเรื่องใหญ่ ในการประชุมประจำเดือนก็ไม่เคยแถลงเรื่องงบดุล กรรมการ ก็ไม่มีใครกล้าพูด ขณะเดียวกัน ยังมีการแก้ระเบียบกีฬาเยาวชนแห่งชาติ โดยไม่มีการแจ้งให้ กกท.ทราบ รวมถึงปัญหาเรื่องการพัฒนาผู้ตัดสิน ซึ่งทำให้หน่วยต่าง ๆ ไม่อยากใช้ผู้ตัดสินของสมาคมฯ อีกด้วย.

เรื่องล่าสุดของหมวด กีฬา

ดูหมวด กีฬา ทั้งหมด