มาร์คลั่นพร้อมเจรจาแดง นปช.ยอมรับลูก

ตั้งเงื่อนไขนายกฯต้องมาคุยเอง ตร.เดินหน้าเช็กบิลมือปาเลือด

อภิสิทธิ์ แบะท่ายินดีเจรจาม็อบแดงแต่ต้องอยู่ในข้อเสนอที่พูดคุยได้ ยอมรับ ภริยา-ลูก สะเทือนใจหลังถูกบุกสาดเลือด เผยบิดานายกฯเชื่อมั่นลูกชายจะฟันฝ่าอุปสรรคไปได้ ชวน ออกโรงหนุนให้ยึดมั่นในหลักการ ปธ.สิทธิฯ ชื่นชมรัฐบาลอดทนถือเป็นสัญญาณดี แต่ โฆษกมาร์ค เดินหน้าฟ้องแหลกเอาผิด ทักษิณ-แกนนำนปช. ทั้งคดีสาดเลือด-ปราศรัยหมิ่น ผวาเสื้อแดงดาวกระจาย สั่งเสริมรั้วเหล็กที่พรรคป้องกัน ขณะที่ ตร. ยังมึนข้อมูลลอบสังหาร เชื่อแค่ข่าวลือทีมนักฆ่าสั่งจากฝั่งเขมร ด้าน บิ๊กจิ๋ว แนะรัฐบาลเปิดใจกว้าง พัลลภ ชี้ นปช. รบไร้ยุทธศาสตร์ ส่อแววใกล้แพ้ ส่วน 3 เกลอ ฮึดสู้ปรับแผน ลุยเคลื่อนพลดึงมวลชนคนกรุงช่วย ปูดเกมใหม่อีกอดข้าวประท้วง 7 วัน แฉ ศอ.รส. งัดแผนแสบขนคนมารอตะโกนด่าม็อบ

หลังจากกลุ่มแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) นำเลือดที่ได้รับบริจาคจากผู้ชุมนุมไปเทราดที่บริเวณทำเนียบรัฐบาล พรรคประชาธิปัตย์ และหน้าบ้านพักของนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ระบุว่าเป็นการประท้วงในรูปแบบสันติวิธี นอกจากนี้ยังประกาศเตรียมระดมผู้ชุมนุมจากทั่วประเทศอีกครั้งในวันที่ 20 มี.ค.เพื่อรณรงค์เรียกร้องให้รัฐบาลยุบสภา ตามที่เสนอข่าวไปแล้วนั้น

* ม็อบเสื้อแดงเริ่มบางตา

ความคืบหน้าเกี่ยวกับเรื่องนี้ เมื่อวันที่ 18 มี.ค. บรรยากาศการชุมนุมของกลุ่มคนเสื้อแดงที่บริเวณสะพานผ่านฟ้าลีลาศ ที่ยืดเยื้อมากว่า 5 วันยังคงเป็นไปอย่างสงบเรียบร้อยไม่มีเหตุการณ์รุนแรงใด ๆ โดยในช่วงเช้ามืด นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ เลขาธิการ นปช. ได้ขึ้นเวทีปราศรัยบอกกับกลุ่มผู้ชุมนุมให้เตรียมพร้อมเดินทางไปพบนายอภิสิทธิ์ นายกฯ ที่รัฐสภา หากมีรายงานว่า นายอภิสิทธิ์เดินทางมาประชุม แต่ขอให้ผู้ชุมนุมใจเย็น ๆ เพราะได้ส่งคนไปเฝ้าดูอยู่ที่บริเวณหน้ารัฐสภาแล้ว เพื่อส่งสัญญาณมายังเวที

ทั้งนี้ผู้สื่อข่าวรายงานด้วยว่า บรรยา กาศการชุมนุมจำนวนคนค่อนข้างบางตา โดยเฉพาะช่วงเส้นทางตั้งแต่หน้าโรงแรม รัตนโกสินทร์จนถึงสะพานผ่านฟ้าลีลาศ จนรถยนต์ส่วนบุคคล แท็กซี่ สามล้อ มอเตอร์ไซค์วิ่งผ่านเข้า-ออกพื้นที่การชุมนุมผ่านหน้าเวทีปราศรัยได้อย่างสะดวก โดยผู้ชุมนุมส่วนใหญ่ต่างปักหลักหลบร้อนตามเต็นท์ต่าง ๆ บริเวณถนนราชดำเนินนอกตั้งแต่หน้ากระทรวงเกษตรและสหกรณ์ไปจนถึงลานพระบรมรูปทรงม้า ทั้งนี้ ตร.สันติบาลที่เกาะติดสถานการณ์การชุมนุม รายงานว่าผู้ชุมนุมขณะนี้เหลืออยู่เพียง 12,000 คน

* ปรับเกมสู้ยืดเยื้อสันติวิธี

จากนั้นช่วงสาย นายณัฐวุฒิ ได้แถลงว่า บรรยากาศการชุมนุมตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป จะมีการปรับเปลี่ยนรูปแบบเพื่อรองรับการชุมนุมแบบยืดเยื้อ โดยเบื้องต้นจะมีการปรับรูปแบบรายการปราศรัยบนเวที โดยตั้งแต่ช่วงเช้า จะให้แกนนำมวลชนคนเสื้อแดงแต่ละภูมิภาคขึ้นแสดงจุดยืนสลับกับการแสดงดนตรีจากนายวิสา คัญทัพและบรรดาผองเพื่อนศิลปินเสื้อแดง จากนั้นในช่วงเวลา 17.00-18.30 น. จะเป็นเวลาของ ส.ส.พรรคเพื่อไทยขึ้นมาสลับสับเปลี่ยนนำเสนอข้อมูลการทุจริตคอร์รัปชั่นของรัฐบาลนายอภิสิทธิ์ พร้อมกับแสดงจุดยืนทางการเมือง ส่วนกรณีที่ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯ อยากให้มีการปรับลดพื้นที่การชุมนุมให้เล็กลงนั้นที่ประชุม นปช.เห็นว่าการปรับคงจะต้องเป็นไปตามสถานการณ์ให้สอดคล้องกับการชุมนุมยืดเยื้อ

* อ้อนคนกรุงร่วมชุมนุม

เลขาธิการ นปช. กล่าวอีกว่า ตลอดทั้งวันนี้จะมีการประชุมสมัชชาคนเสื้อแดงของแต่ละภูมิภาคเพื่อปรับยุทธวิธีการต่อสู้สำหรับการชุมนุมยืดเยื้อด้วยสันติวิธี ดังนั้นจึงต้องให้แกนนำกลุ่มภูมิภาคไปทำความเข้าใจกับพี่น้องประชาชนให้อดทน และอาจจะต้องมีการสลับสับเปลี่ยนกำลังคนที่มาชุมนุม เบื้องต้นได้กำหนดไว้ 2 ยุทธวิธีใหญ่ คือ ในกรณีที่ต้องมีการเคลื่อนไหวเช็กบิลปิดเกมรัฐบาลต้องสามารถระดมคนได้ทันที ส่วนในกรณีที่ต้องใช้การชุมนุมยืดเยื้อเพื่อควบคุม สถานการณ์นั้นก็ต้องพร้อมอย่างอดทน และจัดการรณรงค์เชิญชวนพี่น้องใน กทม.ให้ออกมาร่วมชุมนุมกับคนเสื้อแดงให้มากขึ้น เชื่อว่าจะได้รับการตอบรับเป็นอย่างดี

* เกาะติดตามไล่บี้อภิสิทธิ์

นอกจากนี้หากมีข้อมูลว่า นายอภิสิทธิ์ จะเดินทางไปที่ไหน คนเสื้อแดงต้องพร้อมไปชุมนุมเรียกร้องการยุบสภาต่อหน้านายอภิสิทธิ์ ได้ตลอดเวลา หากวันนี้นายอภิสิทธิ์ เดินทางไปประชุมสภาหรือจะเข้าไปทำงานที่ทำเนียบฯ คนเสื้อแดงจะระดมพลเดินทางไปหาทันทีเพื่อเรียกร้องให้ยุบสภา และไม่ว่าจะไปที่ไหนก็จะตามไปทุกที่ถ้าเรารู้ เพื่อกดดันให้นายอภิสิทธิ์ รู้ตัวว่าไม่สามารถบริหารราชการแผ่นดินได้แล้ว สิ้นภาวะการเป็นผู้นำประเทศ นายณัฐวุฒิ กล่าวว่า อีกไม่กี่วันนี้ นปช.จะมีการกำหนดวันดีเดย์ชุมนุมใหญ่อีกครั้ง

* อัดเสธ.แดงชักเลอะเทอะ

ด้านนายจตุพร พรหมพันธุ์ รองประธาน นปช. กล่าวตอบโต้ พล.ต.ขัตติยะ สวัสดิผล หรือเสธ.แดง ผู้ทรงคุณวุฒิกองทัพบก และนายสุรชัย ด่านวัฒนานุสรณ์ แกนนำกลุ่มแดงสยามว่า นปช.ยังคงยึดแนวทางสันติวิธีขับเคลื่อนมวลชนจนกว่าจะประสบความสำเร็จ ถึงต้องใช้เวลาบ้างแต่ก็ต้องรอคอยด้วยความอดทนอดกลั้น และอยากให้เสธ.แดงไปหาหมอซะบ้างเพราะชักเลอะเทอะใหญ่ นปช.จะไม่ห้ามเสธ.แดงเข้ามาในพื้นที่ชุมนุม แต่หากมาสร้างความวุ่นวายหรือปลุกปั่นให้ผู้ชุมนุมสับสนและหันไปใช้ความรุนแรง นปช.คงจะต้องมีมาตรการจัดการต่อไป เบื้องต้นจะจัดคนติดตามดูพฤติกรรมเสธ.แดง ตลอดเวลาที่เข้ามาในพื้นที่

* จี้เทพเทือกรับผิดกุข่าว

นายจตุพร ยังกล่าวเรียกร้องให้นายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกฯ ฝ่าย ความมั่นคง ออกมาแสดงความรับผิดชอบกรณีปล่อยข่าวสหรัฐดักฟังโทรศัพท์ พ.ต.ท. ทักษิณ ว่า ขอให้นายสุเทพ ออกมาแสดงความรับผิดชอบที่มากุข่าว เพราะเจ้าหน้าที่ทูตสหรัฐได้ออกมาระบุว่า ไม่รู้เรื่องด้วย แต่นี่ยังไม่แสดงความผิดชอบแถมยังปล่อยข่าวมีทีมสังหารไล่ฆ่านายกรัฐมนตรี 5-6 ทีม ถ้าเป็นอย่างนี้จริง นายอภิสิทธิ์ จะบริหารประเทศต่อไปได้อย่างไร หุ้นคงตกและต่างชาติไม่เข้ามาลงทุน เศรษฐกิจคงพังไปแล้ว นับตั้งแต่คนเสื้อแดงชุมนุมขับไล่รัฐบาลมาจนถึงวันนี้ ดัชนีหุ้นมีแต่พุ่งสูงขึ้น แสดงให้ เห็นว่า คนเสื้อแดงใช้สันติวิธีจริง และนับวันจะมีแนวร่วมมากขึ้น

* ท้าเดิมพันกระสุนคนละนัด

รองประธาน นปช. เห็นได้ว่า ขณะนี้รัฐบาลมีเด็กเลี้ยงแกะ ล่าสุดบอกว่า มีนักธุรกิจ ชื่อย่อ นาย ส. นาย ป. และนาย พ. ทำหน้าที่เป็นท่อน้ำเลี้ยงให้กับ นปช.นั้น ขอท้าว่า ถ้ามีหลักฐานก็ขอให้แสดงออกมา ผมพร้อมจะเอาชีวิตแลกชีวิตของนายสุเทพ ด้วยกระสุนปืนคนละนัด นายสุเทพกล้าจะเอาชีวิตเป็นเดิมพันหรือไม่ ส่วนกรณีที่ ส.ส. พรรคประชาธิปัตย์ออกมาระบุว่า เลือดของคนเสื้อแดงที่ไปราดที่ทำเนียบรัฐบาล ที่ทำการพรรคประชาธิปัตย์ และบ้านนายอภิสิทธิ์ เป็น เลือดวัวเลือดควาย นั้นถือเป็นการดูถูกคนเสื้อแดง เหยียบย่ำหัวใจประชาธิป ไตยของผู้ที่สละเลือดเนื้อ ยิ่งจะทำให้ผู้คนโกรธแค้นและมารวมตัวกับคนเสื้อแดง มากยิ่งขึ้น

* แฉม็อบถูกฉีดโซดาไฟ

นายจตุพร กล่าวยืนยันว่า แม้ นปช. จะมีการปรับแผนการชุมนุมจากการเผด็จ ศึกรัฐบาลใน 4-7 วันเป็นการชุมนุมยืดเยื้ออย่างไม่มีกำหนด แต่ก็มั่นใจว่าจะสามารถควบคุมสถานการณ์การชุมนุมให้อยู่ในแนวทางสันติวิธีตลอดการชุมนุมได้ ส่วนเหตุการณ์ที่บ้านนายอภิสิทธิ์ ที่มีคนเสื้อแดงขว้าง ปาถุงเลือดเข้าไปในบ้านนายอภิสิทธิ์นั้นถือเป็นการตอบโต้ที่สมน้ำสมเนื้อ เพราะนายอภิสิทธิ์ไม่สามารถควบคุมคนในบ้านตนเองได้ปล่อยให้มีการฉีด โซดาไฟ ใส่คนเสื้อแดงก่อน ถ้าจะมีการจับกุมหรือฟ้องร้องคนเสื้อแดงที่ขว้างปา คนเสื้อแดงก็ยินดีรับผิดชอบในสิ่งที่กระทำแต่ก็ต้องมีการดำเนินคดีกับคนในบ้านที่ฉีด โซดาไฟ ใส่คนเสื้อแดงเช่นกันด้วย

* ตะครุบหนุ่มอส.บุรีรัมย์

ด้านนายอารี ไกรนรา แกนนำ นปช. และหัวหน้าหน่วยรักษาความปลอดภัย นปช. กล่าวว่า หน่วยรักษาความปลอดภัยได้จับตัวนายศุภกร พรหมงาม ชาวจังหวัดบุรีรัมย์ ซึ่งเป็นเจ้าหน้าที่อาสารักษาดินแดน (อส.) กระทรวงมหาดไทย ที่บริเวณสี่แยกคอกวัว ขณะเข้ามาในพื้นที่ชุมนุมพร้อมพวก 2 คน ซึ่งได้แสดงอาการพิรุธไม่ยอมให้การ์ดตรวจค้นกระเป๋าที่นำมาด้วย แต่พรรคพวกของนายศุภกร หนีรอด ไปได้ เบื้องต้นนายศุภกร อ้างเข้ามาพื้นที่ชุมนุมเพื่อเข้ามาซื้อเสื้อและของที่ระลึกไปให้ญาติ แต่แต่งกายเลียนแบบการ์ดนปช.มีผ้าพันคอแดง จึงเชื่อว่าเป็นผู้ที่เข้ามาเพื่อสอดแนมอย่างแน่นอน จึงควบคุมตัวส่งให้ตำรวจ สน.นางเลิ้ง สอบสวนต่อไป

* ผู้ชุมนุมล้มป่วยระนาว

ส่วนที่บริเวณเต็นท์หน่วยพยาบาลความจริงวันนี้ ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ตลอดทั้งวันมีผู้ป่วยเพิ่มมากขึ้นโดยเฉพาะผู้ป่วยเป็นโรคเกี่ยวกับระบบทางเดินอาหาร เช่น โรคกระเพาะ ท้องเสีย ท้องอืด นอกจากนี้ยังมี โรคหวัด เจ็บคอ ไอ ล่าสุดมีอาการผดผื่นคัน หลังจากอาบน้ำไปได้ประมาณ 2-3 ชม. ก็จะเกิดผดผื่นคันทั่วตัวตามร่างกาย แม้ทางหน่วยพยาบาลจะได้แจ้งส่วนกลางเร่งตรวจสอบว่ามีสิ่งแปลกปลอมมากับน้ำหรือไม่ แต่ยังไม่ได้รับการสนใจเท่าไรนัก ล่าสุดยารักษาโรคมีไม่เพียงพอ โดยเฉพาะยาแก้อักเสบ ยาแก้ไอ ยาแก้ไข้ น้ำมันแก้ปวดเมื่อย ยาแก้หลอดลมอักเสบ และยาสำหรับเด็ก ฯลฯ จึงทำให้ต้องดูแลรักษากันอย่างตามมีตามเกิด

* สธ.จัดยาให้ 5,000 ชุด

นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รมว. สาธารณสุข กล่าวภายหลังการประชุมศูนย์ปฏิบัติการด้านการแพทย์และสาธารณสุขในภาวะฉุกเฉินระดับชาติว่า จากการติดตามสถานการณ์ผู้ป่วยและได้รับบาดเจ็บในวันที่ 17 มี.ค. ศูนย์ปฏิบัติการการแพทย์ฉุกเฉินพบว่ามีผู้ป่วยทั้งหมด 9 ราย ท้องเสีย 2 ราย ใจสั่น 1 ราย ทั่วไป 6 ราย ขณะนี้ ผู้ป่วยทั้งหมดกลับบ้านแล้ว อย่างไรก็ดีกระทรวงสาธารณสุขได้รับการประสานงานจากผู้ชุมนุมว่ามีผู้ป่วยเพิ่มขึ้นเป็นจำนวนมาก จึงได้สั่งการให้ นพ.ไพจิตร์ วราชิต ปลัดกระทรวงสาธารณสุข ประสานงานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง โดยให้ตัวแทนของผู้ชุมนุมมารับ ยาได้ที่กระทรวงสาธารณสุข จำนวน 5,000 ชุด อาทิ ยาสามัญประจำบ้าน 2,000 ชุดยาแก้ท้องเสีย 1,000 ชุด เกลือแร่ 1,000 ชุด และยาแก้ผื่นคัน 1,000 ชุด

* บุกตลาดหุ้นยื่นหนังสือ

ขณะเดียวกันที่บริเวณหน้าอาคารตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) ถนนรัชดาภิเษก เขตคลองเตย ช่วงสายวันเดียวกัน ได้มีกลุ่ม เสื้อแดง 111 ภูเก็ตประมาณ 30-50 คน ใช้รถปิกอัพ 2 คันและรถตู้อีก 3-4 คัน เคลื่อนขบวนมา ยื่นเอกสารเรียกร้องให้ตรวจสอบนายกรณ์ จาติกวณิช รมว.คลัง ว่ามีการนำเงินภาษีของประชาชนเข้ามาซื้อหุ้นในช่วงนี้หรือไม่ เพราะได้ตั้งข้อสังเกตว่าในช่วงที่สถานการณ์การเมืองร้อนแรงแต่ตลาดหุ้นไทยกลับปรับตัวเพิ่มขึ้นซึ่งถือว่าเป็นเรื่องผิดปกติ ทั้งนี้ แกนนำยืนยันว่าจะเดินทางมาทวงคำตอบกับ ตลท.อีกครั้งในช่วงเช้าวันที่ 19 มี.ค.

นายกรณ์ จาติกวณิช รมว.คลัง ยืนยันว่า รัฐบาลไม่มีนโยบายใช้เงินงบประมาณเข้าไปซื้อหุ้นเพราะการใช้เงินงบประมาณต้องบรรจุใน พ.ร.บ.งบประมาณ ต้องผ่านความเห็นชอบจากรัฐสภา และไม่ใช้เครื่องมือหน่วยงานรัฐแต่อย่างใด ดังนั้นการใช้เงินภาษีของประชาชนไปแทรกแซงตลาดหุ้นคงไม่สามารถทำได้

* เร่งเอาผิดมือปาถุงเลือด

ที่ บช.น. พล.ต.ต.อำนวย นิ่มมะโน รอง ผบช.น. รับผิดชอบด้านกฎหมายและงานสอบสวน กล่าวถึงการดำเนินคดีกับนชป. ที่ปาถุงบรรจุเลือดเข้าไปในบ้านพักนายกรัฐมนตรีว่า อยู่ระหว่างการรวบรวมหลักฐานดำเนินคดีกับผู้กระทำความผิดเช่นเดียวกับคดีปาถุงบรรจุอุจจาระเข้าไปในบ้านนายกฯ โดยจะดำเนินคดีใน 2 ข้อหา ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 389 คือ กระทำด้วยประการใด ๆ ให้ของโสโครกเปรอะเปื้อนตัวบุคคลหรือทรัพย์สินผู้อื่น และมาตรา 397 กระทำด้วยประการใดให้ผู้อื่นเกิดความละอายและเดือดร้อนรำคาญ มีโทษปรับไม่เกิน 1,000 บาท หรือจำคุกไม่เกิน 1 เดือน หรือทั้งจำทั้งปรับ ขณะนี้ พล.ต.ต.อนุชัย เล็กบำรุง ผบก.น.5 พร้อมด้วยพนักงานสอบสวนชุดเดิมที่เคยมีประสบการณ์จากเหตุการณ์ปาอุจจาระอยู่แล้ว กำลังดำเนินการรวบรวมพยานหลักฐาน ทั้งภาพนิ่งภาพเคลื่อนไหวที่ได้จากเจ้าหน้าที่ และภาพจากสื่อมวลชน

* โวตร.มีหลักฐานครบถ้วน

ส่วนกรณีผู้ชุมนุมที่บุกไปเทเลือดที่ทำการพรรคประชาธิปัตย์ ได้มอบหมายให้ พล.ต.ต.สาโรจน์ พรหมเจริญ ผบก.น.2และพนักงานสอบสวนรับผิดชอบพื้นที่รวบรวมพยานหลักฐานไว้ทั้งหมดแล้ว รอเพียงทางพรรคประชาธิปัตย์จะมาร้องทุกข์ พยานหลักฐานตำรวจเตรียมไว้พร้อมแล้วทุกกรณี รวมถึงการพูดจาปราศรัยยั่วยุ ปลุกปั่น และหมิ่นประมาทของกลุ่มเสื้อแดงที่บุกไปยังพรรคประชาธิปัตย์และบ้านนายกฯนั้น มีพยานปากสำคัญ คือ พล.ต.ต.วิชัย สังข์ ประไพ ผบก.น.1 ผู้เข้าไปเจรจากับกลุ่มผู้ชุมนุมจะทราบดีว่า ใครเป็นผู้สั่งการ หรือใครเป็นคนห้าม เมื่อรวมเทปภาพและเสียงหลักฐานก็จะครบทั้งหมด หากผู้เสียหายมาร้องทุกข์ก็พร้อมดำเนินคดีทันที

* จ่อฟันคดีเปิดคลิปเสียง

พล.ต.ต.อำนวย กล่าวต่อว่า อย่างไรก็ตามหากได้รายชื่อผู้กระทำผิดทางตำรวจก็ อาจจะยังไม่ออกหมายจับ พร้อมจะให้โอกาสเข้ามอบตัวเพื่อดำเนินคดีก่อน การที่ ออกมาพูดเรื่องนี้ไม่ใช่ต้องการเอากฎหมายมาบังคับใช้เพื่อยุติการชุมนุม แต่ผมเคยบอกแล้วว่า การชุมนุมต้องไม่ละเมิดกฎหมายเตือนไปครั้งหนึ่งแล้ว อย่างการนำคลิปเสียง นายกฯที่มีการพิสูจน์โดยผู้เชี่ยวชาญว่าเป็นการตัดต่อเสียงแล้วยังนำมาเปิดทำให้คนที่ฟังเข้าใจผิดได้ เราก็พร้อมรวบรวมพยานหลักฐานเตรียมไว้ ข้อหาหลัก คือ หมิ่นประมาทโดยการโฆษณา อัตราโทษจำคุกไม่เกิน 2 ปี ปรับไม่เกิน 2 แสนบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

* วางแผนรับมือดาวกระจาย

พล.ต.ต.ปิยะ อุทาโย โฆษกกอง บัญชาการตำรวจนครบาล แถลงสถานการณ์การชุมนุมกลุ่ม นปช.ว่า ตำรวจนครบาลได้รับมอบหมายภารกิจจาก ศอ.รส. ให้เตรียมแผนการปฏิบัติในวันเสาร์ที่ 20 มี.ค.นี้ กรณีกลุ่มผู้ชุมนุมจะเคลื่อนขบวนไปตามจุดต่าง ๆ ในเขตพื้นที่กรุงเทพฯแบบดาวกระจาย ซึ่งหลักการใหญ่ที่ บช.น.ตั้งไว้คือให้ส่งผลกระทบต่อประชาชนโดยทั่วไปให้น้อยที่สุดจึงจะมีการประชุมซักซ้อมแผนทำความเข้าใจ ส่วนการเตรียมพื้นที่ตั้งร้านงานกาชาดในปีนี้นั้น อยู่ระหว่างดำเนินการเตรียมพร้อมคืนพื้นที่การจราจรและพื้นที่ที่จะต้องมีการตั้งร้านค้าต่าง ๆ ล่วงหน้า ซึ่งในส่วนนี้ พล.ต.ต.ภาณุ เกิดลาภผล รองผบช.น. จะเป็นร ส่วนคดียิงระเบิดเอ็ม 79 ใน รอ.1 พัน 1 รอ. และบ้านของนักธุรกิจขายเครื่องใช้ไฟฟ้าภายในซอยลาดพร้าว 23 อยู่ระหว่างการตรวจสอบหาพยานหลักฐาน

* ตร.ไม่มีข้อมูลลอบสังหาร

ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ พล.ต.ต. ประวุฒิ ถาวรศิริ รอง ผบช.สทส. ในฐานะโฆษก ศปก.ตร. กล่าวถึงกรณีมีข่าวลอบสังหารนายอภิสิทธิ์ นายกรัฐมนตรีว่า การข่าวของทางตำรวจยังไม่พบว่ามีข่าวลอบสังหารนายกฯหรือบุคคลสำคัญ แต่ทางฝ่ายความมั่นคงได้ประสานให้ทางตำรวจช่วยหา ข่าวเพิ่มเติมก็ติดตามข่าวดังกล่าวดูความเคลื่อนไหวของผู้ต้องสงสัยกลุ่มต่าง ๆ ที่อาจจะมีความเคลื่อนไหวมากขึ้นในช่วงนี้แต่ก็ยังไม่มีอะไรชัดเจน ไม่มีอะไรยืนยันว่ามีข่าวดังกล่าว อย่างไรก็ตามตำรวจยังดูแลความปลอดภัยอย่างเต็มที่ โดยเฉพาะนายกฯได้ดูแลความปลอดภัยอย่างสูงสุดอยู่แล้ว

* ทีมฆ่าเป็นเขมรแค่ข่าวลือ

ผู้สื่อข่าวถามถึงกระแสข่าวที่ว่ามีชาวกัมพูชาที่เข้ามาฝึกร่วมกับเจ้าหน้าที่ของรัฐหายตัวไป 2 ราย คาดว่าจะไปรับงานสังหารบุคคลสำคัญหรือนายกฯ พล.ต.ต.ประวุฒิ กล่าวว่า เชื่อว่าเป็นเพียงข่าวลือเท่านั้น ซึ่งข่าวลือในแต่ละวันมีเป็นจำนวนมาก ซึ่งก็ จะดูแต่ละข่าวว่าข่าวไหนต้องนำมาพิจารณา อย่างข่าวชาวกัมพูชารับงานสังหารนั้นดูแล้วเป็นข่าวที่ไม่มีเหตุผลน่าเชื่อถือ เพราะอย่าง ตำรวจเองก็ไม่เคยมีโครงการนำชาวกัมพูชามา ฝึกร่วม หน่วยแม่นปืนของเราก็มีการฝึกอยู่ แล้ว ไม่มีความจำเป็นต้องเอาชาวต่างด้าวมาฝึกร่วม ส่วนโครงการรัฐอื่น ๆ ก็ไม่น่าจะมี และถ้าจะมีการลอบสังหารจริงก็ไม่มีความ จำเป็นต้องจ้างชาวต่างชาติมาทำมือปืน ใน เมืองไทยก็มี ข่าวนี้จึงเป็นข่าวที่ดูไม่น่าจะ มีความเป็นไปได้และไม่สมเหตุสมผล

* ตร.ขึ้นเวทีแดงชี้แจงนาย

พล.ต.ต.ฌานไชย แกล้วเขตต์การ ผู้บังคับการกองการบินตำรวจ กล่าวถึงกรณีที่ ด.ต.อุบล สุวรรณกาล นายตำรวจสังกัดกองบินตำรวจ แต่งเครื่องแบบตำรวจขึ้นเวทีปราศรัยของกลุ่มเสื้อแดง เมื่อวันที่ 16 มี.ค.ที่ผ่านมาว่า เบื้องต้น ด.ต.อุบล ได้ทำหนังสือชี้แจงข้อเท็จจริงขึ้นมาให้ต้นสังกัดรับทราบแล้วจึงได้ส่งเรื่องต่อไปยังสำนักงานตำรวจแห่งชาติเพื่อให้รับทราบต่อไป สำหรับการพิจารณาความผิดวินัย ด.ต.อุบล ทางต้นสังกัดจะเป็นผู้พิจารณาเอง แต่ยังไม่สามารถตอบได้ว่ามีความผิดในส่วนใดบ้าง เพราะ ต้องใช้ระยะเวลาในการพิจารณาอย่างละเอียดรอบคอบก่อน

* วอนยุติก่อนงานกาชาด

ด้าน พญ.สร้อยสอางค์ พิกุลสด ผอ.ศูนย์บริการโลหิตแห่งชาติ สภากาชาดไทย กล่าวถึงการจัดงานกาชาดประจำปี 2553 ระหว่างวันที่ 30 มี.ค.-7 เม.ย. โดยหวังว่าการชุมนุมจะไม่ยืดเยื้อ เมื่อแสดง ออกทางการเมืองแล้วก็ควรจบกันไป เนื่องจากการเตรียมงานกาชาดเป็นงานการกุศล ระดับชาติ ถ้าเราได้เงินจากงานกาชาด จะนำมาใช้ในการบำบัดทุกข์บำรุงสุขของประชาชนคนไทยในเขตที่ด้อยโอกาส หรือมีภัยพิบัติ เราต้องมีเงินเตรียมไว้ ดังนั้นงานกาชาดก็คาดหวังว่า ไม่สมควรที่จะเลื่อน อยากให้คน ที่ร่วมออกมาแสดงความคิดเห็นทางการเมือง ได้มองเห็นส่วนรวมด้วยว่างานกาชาดเป็นงาน ระดับชาติของเราที่จะช่วยผู้ป่วยทุกระดับทุกมุมของประเทศเรา

* ชาวบ้านให้กำลังใจอภิสิทธิ์

ต่อมาเวลา 14.00 น. ที่บริเวณ หน้าบ้านพักของ นายอภิสิทธิ์ ในซอยสุขุมวิท 31 แขวงคลองเตย เขตวัฒนา ผู้สื่อข่าวรายงานว่า มีกลุ่มตัวแทนประชาชนจากชุมชน เขตบางรัก และเขตวัฒนา ประมาณ 30 คน นำดอกไม้เดินทางมาเพื่อให้กำลังใจนายกฯ โดยมี นพ.อรรถสิทธิ์ เวชชาชีวะ บิดานายอภิสิทธิ์ แล ะอดีต รมช.สาธารณสุข ปี 2534 เป็นตัวแทนออกมารับดอกไม้และสิ่งของจากประชาชนที่มาให้กำลังใจ กล่าวว่า ขอบคุณทุกคนที่มาให้กำลังใจลูกชายตน และจะนำเรื่องไปบอก นายอภิสิทธิ์ ซึ่งตนยังเชื่อมั่นว่าลูกชายจะสามารถฝ่าฟันอุปสรรคไปได้เพราะเคยเจอเรื่องหนัก ๆ กว่านี้มาแล้ว

* บิดานายกฯรับเรื่องแทนลูก

นพ.อรรถสิทธิ์ กล่าวต่อว่า ส่วนกรณีที่มีข่าวว่าจะมีการลอบสังหารนายกฯนั้นก็เป็นห่วงเรื่องความปลอดภัยแต่มั่นใจไม่เกิดขึ้นเพราะเชื่อมั่นในการดูแลรักษาความปลอดภัยของเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัย ของนายกฯและบุคคลสำคัญ นอกจากนี้คาดว่าจะไม่เกิดเหตุรุนแรง เพราะคนไทยทุกคนมีนิสัยไม่ชอบความรุนแรง และทุกคนก็เป็นคนไทยด้วยกันทั้งนั้น ตอนนี้ลูกชายตนนั้นทำงานหนักมากขึ้นต้องดูแลบ้านเมืองและความสงบสุขของประเทศ ทางครอบครัวก็ให้กำลังใจเสมอ เชื่อมั่นว่าสามารถทำงานได้อย่างดีและยุติธรรม เนื่องจากนายกฯจะบริหารบ้านเมืองด้วยความอดทนอดกลั้น

* มาร์คยังปักหลักมั่นราบ11

ผู้สื่อข่าวรายงานความเคลื่อนไหวของนายอภิสิทธิ์ นายกรัฐมนตรี ยังคงปฏิบัติภารกิจที่กรมทหารราบ 11 รักษาพระองค์ตามปกติ ช่วงเช้านายกฯร่วมประชุมกับศูนย์อำนวยการรักษาความสงบเรียบร้อย (ศอ.รส.) เพื่อประเมินสถานการณ์การชุมนุมของกลุ่มคนเสื้อแดงและได้มอบหมายให้นายไตรรงค์ สุวรรณคีรี รองนายกฯเป็นประธานการ ประชุมคณะกรรมการร่วมมือกับประเทศเพื่อนบ้านที่ศูนย์ราชการ ถนนแจ้งวัฒนะ จากนั้นเวลา 10.00 น. นายกฯได้ร่วมหารือ กับคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ (กสม.) กว่า 1 ชม. เสร็จแล้วได้แถลงข่าวร่วมกัน

* ร้องกก.สิทธิฯถูกเทเลือด

นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ขณะนี้สถานการณ์โดยรวมเป็นไปด้วยความเรียบร้อยแต่ก็มีหลายจุดที่เป็นความห่วงใยของรัฐบาล เช่น การเจาะและขว้างปาเลือดนั้นรัฐบาลจะดำเนินการบังคับใช้กฎหมายที่ไม่เพิ่มความตึงเครียดและรักษาหลักการไว้ การปิดสถานที่หรือขัดขวางการปฏิบัติหน้าที่ของรัฐบาลโดยรวมนั้นไม่ถือว่าเป็นการใช้สิทธิตามรัฐธรรมนูญ อย่างกรณีบ้านพักของตนนั้น ตนได้ใช้สิทธิร้องเรียนต่อคณะกรรมการสิทธิฯเพราะเรื่องเหล่านี้ไม่มีใครเข้าใจความรู้สึกของเจ้าของบ้านได้ ตนไม่เอาเรื่องความรู้สึกมาเป็นหลักแต่อยากให้เคารพสิทธิของกันและกัน การแสดงออกในลักษณะ นี้คงเป็นเรื่องยากที่จะบอกว่าเป็นเรื่องสันติหรือการเคลื่อนไหวตามสิทธิปกติ และการใช้ถ้อยคำที่มีลักษณะข่มขู่ คุกคามหรือยั่วยุให้เกิดความรุนแรง แม้ว่าจะใช้คำสุภาพก็คงไม่เหมาะสมและไม่เอื้อให้การเคลื่อนไหวชุมนุมได้อย่างสันติ

รัฐบาลมีความจริงใจที่จะแลกเปลี่ยนด้วยเหตุผลและต้องอยู่บนเงื่อนไขการชุมนุมที่อยู่ภายใต้กติกา หากเป็นการชุมนุมนอก กติกาก็ไม่อาจเข้าสู่กระบวนการพูดคุยเพราะไม่อาจทำให้สังคมต้องอยู่ภายใต้หรือเดินตามข่มขู่คุกคาม

* ยินดีเจรจาข้อเสนอที่คุยได้

เมื่อถามว่า พ.ต.ท.ทักษิณ อดีตนายกฯซึ่งอยู่เบื้องหลังการชุมนุมต้องมาร่วมเจรจาด้วยหรือไม่ นายกฯตอบว่า การเจรจาของรัฐบาลไม่ได้มุ่งตัวบุคคลแต่มุ่งที่ผลและมุ่งสภาวการณ์ของสังคม หมายความว่าต้องมีการพูดคุยอยู่ภายใต้การเคลื่อนไหวที่สงบและข้อเสนอที่เราพูดคุยกันได้นั้นเป็นข้อเสนอของส่วนรวมไม่ได้เกี่ยวกับ พ.ต.ท. ทักษิณ หากข้อเรียกร้องเป็นการเคลื่อนไหวเพื่อประโยชน์ส่วนบุคคลรัฐบาลก็ไม่อยู่ในฐานะที่จะพูดคุยด้วยเพราะรัฐบาลมีหน้าที่ดูแลผลประโยชน์ส่วนรวม ถ้าเป็นเช่นนี้จริงสังคมก็จะได้มองเห็นว่าสุดท้ายแล้วเป็นการเคลื่อนไหวเพื่อส่วนรวมหรือส่วนบุคคล

* เชื่อใกล้เข้าสู่สภาวะปกติ

นายอภิสิทธิ์ กล่าวต่อว่า รัฐบาลจะเจรจาขอให้คืนพื้นที่บริเวณลานพระบรมรูปทรงม้าเพื่อเตรียมจัดงานกาชาดในช่วงปลายเดือน มี.ค.นี้ส่วนการเคลื่อนไหวในวันที่ 20 มี.ค.นี้นั้น ที่กลุ่มคนเสื้อแดงมีเจตนาจะเชิญชวนคนกรุงเทพฯ นั้นได้มีการประสานงานขอทราบแผนการเคลื่อนไหวเพื่อจะได้อำนวยความสะดวกให้ประชาชนและรัฐบาลต้องการให้มีการชุมนุมที่มีกติกาที่ชัดเจนเพื่อให้การดำเนินการต่าง ๆ เป็นไปตามปกติและคาดว่าในสัปดาห์หน้าจะเข้าสู่ภาวะปกติมากกว่าสัปดาห์นี้ส่วนจะเข้าทำงานในทำเนียบรัฐบาลได้หรือไม่นั้นนายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า ตนไม่อยากสร้างเงื่อนไขซึ่งขณะนี้ตนก็บริหารงานตามปกติและพยายามลดเงื่อนไขความขัดแย้ง

* ภริยา-ลูกนายกฯสะเทือนใจ

นายกฯยังได้กล่าวถึงการดำเนินคดีเกี่ยวกับการเผยแพร่คลิปเสียงที่มีการตัดต่อด้วยว่า จะมีการฟ้องร้องเรื่องนี้อย่างแน่นอนและกำลังให้มีการเรียบเรียงคำฟ้อง เพราะกรณีคลิปเสียงนั้นศาลได้ประทับรับฟ้องแล้วจึงมีการคุ้มครองชั่วคราวไม่มีการนำคลิปมาใช้อีก โดยจะฟ้อง พ.ต.ท.ทักษิณ และนายจตุพร พรหมพันธุ์ ส.ส.สัดส่วน พรรคเพื่อไทยเนื่องจากมีถ้อยคำที่เป็นเท็จและหมิ่นประมาทชัดเจน นอกจากนี้นายกฯยังได้เล่าให้ผู้สื่อข่าวฟังด้วยว่า ภริยาและลูกโทรศัพท์มาบอกว่าสะเทือนใจกับเรื่องที่เกิดขึ้น และยังได้กล่าวติดตลกด้วยว่า ไม่ได้ใส่เสื้อเกราะนะ มันทำให้อ้วน ตัวใหญ่ ไม่หล่อ หลังจากนั้นนายกฯได้เดินกลับไปยังภายในกองบัญชาการ ศอ.รส.

* ปธ.สิทธิชมรัฐบาลอดทน

ด้านนางอมรา พงศาพิชญ์ ประธานคณะกรรมการสิทธิฯ กล่าวว่า ทางคณะกรรมการสิทธิฯขอแสดงความชื่นชมที่รัฐบาลมีความอดทน ความพยายามในการดูแลสถานการณ์บ้านเมืองและประสานกับ ผู้ชุมนุมเป็นระยะ ๆ แต่ทั้งรัฐบาลและ ผู้ชุมนุมก็ยังมีความกังวลกันอยู่ เช่น เรื่องการปิดล้อมสถานที่ ซึ่งทางกลุ่มผู้ชุมนุมได้รับปากว่าจะไม่มีการปิดล้อมสถานที่ประทับ สถานที่ราชการ โรงพยาบาล สนามบิน สถานทูต สหประชาชาติ แต่ในส่วนของ รัฐบาลเห็นว่าจะต้องไม่มีการปิดล้อมบ้านพักนายกฯหรือพรรคประชาธิปัตย์เพราะถือว่าเป็นการละเมิดสิทธิเช่นเดียวกัน ทั้งนี้รัฐบาลยังยืนยันว่าจะไม่มีการใช้ พ.ร.ก.ฉุกเฉิน หรือจะใช้ในกรณีที่มีความจำเป็นจริง ๆ

* สัญญาณดีเปิดทางเจรจา

นายชูชัย ศุภวงศ์ เลขาธิการคณะกรรมการสิทธิฯ เปิดเผยว่า ถือเป็นก้าวแรกเพิ่งทราบว่าทั้ง 2 ฝ่ายพร้อมที่จะเปิดพื้นที่ในการเจรจา คือทุกฝ่ายพร้อมเจรจา ซึ่งคิดว่าเป็นสัญญาณที่ดี กรรมการสิทธิฯพร้อมเชื่อมให้ทุกฝ่ายที่มีส่วนเกี่ยวข้องมาคุยกัน ผู้สื่อข่าวถามว่าแสดงว่าหากเปิดการเจรจาแล้วผู้ชุมนุมต้องยุติการปราศรัย ข่มขู่ คุกคาม จึงเปิดพื้นที่เจรจาได้ นายชูชัย ตอบว่า ใช่ นั่นเป็นสิ่งสำคัญเพราะถ้าทำอยู่อย่างนี้จะเจรจาได้อย่างไร ถ้าฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งยังมีการยั่วยุ คุกคามก็ยาก ซึ่งทั้งสองฝ่ายพร้อมใช้คำว่าสันติวิธี ส่วนจะจริงหรือไม่นั้น สังคมต้องช่วยตรวจสอบ ถ้าเริ่มก้าวแรกได้ ก็ต้องมีก้าวต่อไป

* เชิญกก.ศอ.รส.-นปช.ชี้แจง

นพ.นิรันดร์ พิทักษ์วัชระ กสม.ด้านสิทธิพลเมืองและสิทธิการเมือง กล่าวภายหลังคณะกรรมการสิทธิเข้าพบนายกฯ โดยยอมรับว่า สังคมคาดหวังว่า กสม.จะสามารถเป็นคนกลางในการยุติปัญหาการชุมนุมในขณะนี้ได้ แต่อยากให้สังคมเข้าใจว่าเราไม่ใช่ฝ่ายบริหาร แต่มีหน้าที่เข้ามาตรวจสอบ คุ้มครองการละเมิดสิทธิฯ ทุกปัญหาต้องใช้เวลาในการแก้ไข เพราะการยุบสภา เลือกตั้งใหม่หรือแม้กระทั่งการแก้ไขรัฐธรรมนูญนั้นไม่ใช่การแก้ไขปัญหาที่ดีที่สุด และที่สำคัญประเทศไทยก็เคยทำอย่างนี้มาแล้ว แต่ก็ยังไม่สามารถแก้ไขปัญหาได้ ในวันที่ 22 มี.ค. ตนจะนำเรื่องนี้เข้าหารือในที่ประชุม พร้อมจะเชิญกรรมการ (ศอ.รส.) และแกนนำ นปช. มาชี้แจง

* ไล่ฟ้องทักษิณแกนนำนปช.

ส่วนที่พรรคประชาธิปัตย์ นายเทพไท เสนพงศ์ โฆษกประจำตัวหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ แถลงว่า นายกฯได้มอบหมายให้สำนักงานกฎหมาย ม.ร.ว.เสนีย์ ปราโมช ที่มีนายบัณฑิต ศิริพันธ์ เป็นทนายความ รวบรวมพยานหลักฐานในการปราศรัยช่วง วันที่ 14-18 มี.ค. เพื่อดำเนินคดีทุกคดีและทุกครั้งที่มีการเปิดคลิปเสียง เพราะเป็นการดำเนินการต่างกรรมต่างวาระ โดยเบื้องต้นจะดำเนินคดีกับ พ.ต.ท.ทักษิณใน 2 คดี นอกจากนี้จะดำเนินคดีนายจตุพร นายสุพร อัตถาวงศ์ และนายอริสมันต์ พงษ์เรืองรอง แกนนำกลุ่มคนเสื้อแดง ในสัปดาห์หน้า

* ชวนหนุนยึดมั่นหลักการ

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาที่ปรึกษาพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่าขอให้กำลังใจนายกฯ และขอให้ระวังเพราะเราไม่สามารถคาดเดาอะไรได้ นายกฯก็เป็นคนที่มีเหตุผล เพียงแต่ต้องยึดความถูกต้อง ซึ่ง เหตุการณ์ในครั้งนี้จะเป็นตัวพิสูจน์ว่าประชาธิปไตยจะไปรอดหรือไม่ แต่ตนเชื่อว่าไปรอด โดยที่รัฐบาลต้องไม่สูญเสียหลักการยึดความถูกต้องเป็นเรื่องสำคัญเพราะปัญหาบ้านเมืองมีเข้ามาตลอด คนบางส่วนไม่เข้าใจอยากให้ประนีประนอมซึ่งการเจรจาเป็นเรื่องสำคัญเป็นประโยชน์ แต่ไม่ใช่ว่าจะยกเว้นให้ผิดเป็นถูกซึ่งนายกฯก็ไม่มีอำนาจจะทำได้เช่นกัน

ส่วนกระแสข่าวการลอบสังหารนายกฯ ได้เคยพูดกันมานานหลายเดือนแล้ว ล่าสุดสัปดาห์ที่แล้วได้โทรศัพท์พูดคุยเป็นการส่วนตัว ก่อนจะมีการชุมนุมคนเสื้อแดง 1-2 วันให้กำลังใจและเตือนให้ระวังเรื่องความปลอดภัย เพราะอาจมีคนส่วนน้อย คิดให้เกิดการเสียเลือดเนื้อ หรือให้เกิดความสูญเสีย

* ไม่ประมาทข่าวลอบสังหาร

ด้านนายกอร์ปศักดิ์ สภาวสุ เลขาธิ การนายกฯ ให้สัมภาษณ์ถึงการดูแลรักษา ความปลอดภัยตัวนายอภิสิทธิ์ นายกรัฐมนตรี หลังจากมีรายงานข่าวที่ว่าจะมีการลอบสังหารว่า ตอนนี้เราดำเนินการเรื่องการรักษาความปลอดภัยตัวนายกฯอย่างเต็มที่ โดยเราทำมาตั้งแต่ต้นเพราะเป็นเรื่องที่เราประมาทไม่ได้ เมื่อถามว่าได้พูดคุยกับ พล.ต.อ.ธานี สมบูรณ์ ทรัพย์ รองเลขาธิการนายกฯถึงเรื่องนี้แล้วหรือไม่ นายกอร์ปศักดิ์ กล่าวว่า คุยกันอยู่ตลอด เมื่อถามต่อว่ายังมั่นใจอยู่หรือไม่ว่า จะสามารถดูแลนายกฯได้อย่างปลอดภัย เลขาธิการนายกฯกล่าวว่า คนเรานะ ถ้ามันจะทำ มันก็ไม่ใช่เรื่องง่าย แต่เราก็ต้องพยายามทำให้ดีที่สุด

* บิ๊กจิ๋วแนะต้องให้ใจกับม็อบ

ที่โรงพยาบาลพระมงกุฎ พล.อ. ชวลิต ยงใจยุทธ ประธานที่ปรึกษาพรรคเพื่อไทย ให้สัมภาษณ์ภายหลังเข้ารับการผ่าตัดตา ที่ รพ.พระมงกุฎ ตั้งแต่วันที่ 11 มี.ค.ที่ผ่านมา ถึงทางออก

เรื่องล่าสุดของหมวด การเมือง

ดูหมวด การเมือง ทั้งหมด