มะนาวเปรี้ยวจี๊ดลูกละ7บาท

พื้นที่เพาะปลูกเจอภัยแล้ง จัดตลาดนัดทุกวันศุกร์ช่วย

น.ส.ชุติมา บุณยประภัศร อธิบดีกรมการค้าภายใน เปิดเผยว่า ราคามะนาวในท้องตลาดขณะนี้ปรับสูงขึ้น โดยมะนาวขนาดเบอร์ 1-2 เฉลี่ยผลละ 4.50-5.00 บาท เพิ่มจากเดือนที่แล้วที่ 2.25-3.50 บาท และสูงกว่าช่วงเดียวกันของปีที่แล้วถึงผลละ 1 บาท ขณะที่มะนาวขนาดใหญ่ (จัมโบ้) สูงถึงผลละ 6-7 บาท สาเหตุ ที่ทำให้มะนาวแพงมาจากพื้นที่เพาะปลูก มะนาวหลายจังหวัด โดยเฉพาะเพชรบุรี สุมทรสาคร ที่ปลูกมะนาวมาก ประสบปัญหาอากาศร้อนและแห้งแล้งเร็ว ทำให้มะนาวไม่ติดผล มีผลผลิตเข้าสู่ตลาดน้อย ผลเล็ก และมีน้ำน้อย

มะนาวถือเป็นสินค้าที่มีราคาอ่อน ไหว โดยราคาแพงขึ้นตามฤดูกาล โดยฤดูแล้ง ธ.ค.-เม.ย.จะมีราคาสูง แต่พอฤดูฝนเดือน ก.ค.-ก.ย. ราคาจะต่ำ และคาดว่ามะนาวจะสูงต่อเนื่องจนถึงเดือน เม.ย. เพราะขณะนี้สภาพอากาศแปรปรวน อากาศร้อนสลับฝน แต่พอถึงเดือน พ.ค.ราคาน่าจะอ่อนตัวลง

ปัจจุบันมะนาวมีการเพาะปลูกมาก ในจ.เพชรบุรี 30% ของผลผลิตรวม และสมทุรปราการ 25% โดยทั้ง 2 จังหวัดมีผลผลิตรวมกันปีละ 92,000 ตัน โดยแนวทางแก้ปัญหา กรมฯ จะเชื่อมโยง ให้กลุ่มเกษตรกร นำผลมะนาวมาขายโดยตรง ตามตลาดนัดกระทรวงทุกวันศุกร์ และจำหน่ายที่งานธงฟ้าทั่วประเทศ เพื่อ ช่วยเหลือผู้บริโภคให้สามารถซื้อมะนาวจากเกษตรกรโดยตรง และลดขั้นตอนการตลาดและการทำกำไรจากพ่อค้าคนกลาง

อธิบดีกรมการค้าภายในกล่าวว่า ภาวะการค้าและราคาสินค้าช่วงวันที่ 8-12 มี.ค. พบว่า สินค้าอาหารและเครื่องดื่มเคลื่อนไหวขึ้นลงเล็กน้อยตามกิจกรรมส่งเสริมการขาย สินค้าที่ลดลง เช่น นมผง นมถั่วเหลือง ชาสำเร็จรูปภาชนะผนึก น้ำมันพืช ส่วนที่ราคาสูงขึ้น เช่น อาหารกระป๋อง เต้าเจี้ยวบรรจุ ภาชนะปิดผนึก สำหรับสินค้าของใช้ประจำวันยังมีการแข่งขันยอดขายกันสูงทำให้ราคาลดลง เช่น ผงซักฟอก แชมพู แต่สินค้าที่ราคาสูงขึ้น เช่น น้ำยารีดผ้าเรียบ ผ้าอ้อมสำเร็จรูป

ด้านสินค้ากลุ่มวัสดุก่อสร้างมีภาวะการค้าซบเซา เพราะผู้ประกอบการแข่งลดราคาเพื่อกระตุ้นยอดขาย ทำให้ปูนซีเมนต์ลดลงถุงละ 5-10 บาท เหล็กและสายไฟฟ้าทรงตัวเท่ากับสัปดาห์ที่แล้ว สินค้าปัจจัยการเกษตร เช่น ปุ๋ยเคมี อาหารสัตว์ ราคาทรงตัวเท่ากับสัปดาห์ที่ผ่านมา สินค้าประเภทวัตถุดิบมีราคาสูงขึ้น เช่น ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ ปาล์มน้ำมัน มะพร้าวผล และปลาป่น เนื่องจากสินค้ามีไม่เพียงพอกับความต้องการของตลาด ขณะที่ข้าวนาปรังราคาลดลงหลังจากผลผลิตออกสู่ตลาดมากและมีความชื้นสูง อย่างไรก็ตามมีแนวโน้มสูงขึ้น โดยข้าวเปลือกปทุมธานีราคาเพิ่มจากตันละ 10,000-10,200 บาท เป็น 10,500-11,000 บาท แต่เมล็ดถั่วเหลืองราคาลดลง เพราะมีผลผลิตออกสู่ตลาดมาก ประกอบกับราคาตลาดต่างประเทศ อ่อนตัว

สินค้าที่ปรับราคาสูงขึ้นไม่ได้เกิดจากการขอปรับขึ้นราคาสินค้า แต่เป็นการยกเลิกการจัดโปรโมชั่น เพราะบางรายการไม่ต้องจัด ประชาชนก็ซื้อสินค้า โดยขณะนี้ยังไม่มีสินค้ารายการใดยื่นขอปรับราคาเพิ่มเติมเข้ามา

น.ส.ชุติมากล่าวต่อว่า สถานการณ์ราคาสินค้าในช่วงที่เกิดการชุมนุมของกลุ่มคนเสื้อแดง พบว่าห้างค้าปลีกหลายพื้นที่ เช่น รามอินทรา รัตนาธิเบศร์ ปทุมวัน คลองเตย มียอดจำหน่ายสินค้าที่จำเป็นต่อชีวิตประจำวัน เช่น ข้าวสาร น้ำปลา น้ำมันพืช บะหมี่กึ่งสำเร็จรูป ปลากระป๋อง เพิ่มสูงขึ้นถึง 20-70% แม้ว่าจะมียอดขายเพิ่มสูงขึ้น แต่ไม่พบปัญหาการกักตุนจนส่งผลให้สินค้าขาดแคลน ซึ่งทางผู้ประกอบการยืนยันว่าสินค้าจะมีจำหน่ายเพียงพอต่อความต้องการของประชาชนแน่นอน และทางกรมฯจะจัดส่งเจ้าหน้าที่ออกตรวจสอบสถานการณ์ราคาสินค้าต่อเนื่องเป็นประจำทุกวัน

การตรวจสอบสินค้าในช่วงสถานการณ์การเมืองพบว่า สินค้าอุปโภคบริโภคยังจำหน่ายในราคาปกติ ปริมาณสินค้ามีเพียงพอ และมีสินค้าวางเต็มชั้นจำหน่าย ไม่พบการกักตุนจนขาดแคลนหรือพฤติกรรมฉวยโอกาสปรับราคา และในส่วนด่วน 1569 ไม่ได้รับการร้องเรียนเรื่องการฉวยโอกาสเข้ามาเช่นกัน.

เรื่องล่าสุดของหมวด การเมือง

ดูหมวด การเมือง ทั้งหมด