ติวชาวนา-ไร่มันรู้ทันเอฟทีเอ

หวั่นสินค้าห่วยตีชายแดนชี้ช่องค้าคุมตลาดอาเซียน

น.ส.พูลศรี คุลีเมฆิน นักวิชาการพา ณิชย์เชี่ยวชาญ กรมเจรจาการค้าระหว่างประ เทศ เปิดเผยว่า ร่วมกับสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย จัดโครงการสร้างความรู้ ความเข้าใจ กลุ่มผู้ประกอบการเอกชน เกษตรกรมันสำปะหลัง และข้าวตลอดทั้งปี 53 เพื่อให้รับทราบการใช้ประโยชน์การเปิดเสรีในอาเซียน (อาฟตา) ให้มากที่สุด และสามารถปรับตัวหรือรับการเยียวยาจากภาครัฐหากได้รับผลกระทบจากการเปิดเสรี โดยเฉพาะอาจมีการนำเข้าสินค้าด้อยคุณภาพเข้ามาปลอมปนกับสินค้าของไทย ทำให้ภาพลักษณ์ของสินค้าไทยเสียหาย

การเปิดอาฟตาทำให้มีสินค้ากว่า 8,000 รายการ รวมถึงสินค้าเกษตรสำคัญ เช่น ข้าว มันสำปะหลัง เคลื่อนย้ายเข้าออกประเทศได้โดยไม่มีกำแพงภาษี ดังนั้น จะต้องเร่งให้ความรู้แก่ผู้ประกอบการ และเกษตรกรให้รับรู้ถึงผลกระทบที่เกิดขึ้น เพื่อเตรียมตัวใช้ประโยชน์และรับมือผลเสียได้ทันท่วงที โดยมีเป้าหมายนำไปสู่การรวมกลุ่มเครือข่ายผู้ประกอบการ และพัฒนาให้นักธุรกิจไทยเป็นนักธุรกิจอาเซียน โดยเฉพาะกลุ่มเอสเอ็มอี ซึ่งผู้สนใจเข้าร่วมโครงการ สมัครได้ฟรี ที่โทร. 0-2507-7555 หรือ www.dtn.go.th

น.ส.พูลศรีกล่าวว่า สินค้าไทยที่มีศักยภาพส่งออกไปอาเซียน ได้แก่ มันสำปะหลัง ข้าว ข้าวโพด ถั่วเหลือง กา แฟและมะพร้าว ผลิตภัณฑ์อาหาร ยานยนต์ อิเล็กทรอนิกส์ การท่องเที่ยว การบริการด้านสุขภาพและด้านเทคโนโลยี เป็นต้น โดยเฉพาะ มันสำปะหลังและข้าว ไทยเป็นผู้ส่งออกอันดับหนึ่งของโลก ดังนั้นโอกาสในการส่งออกของไทยไปอาเซียนจึงมีมากขึ้น

ทั้งนี้ตั้งแต่วันที่ 1 ม.ค. 53 ที่ผ่านมา สมาชิกอาเซียนเดิม 6 ประเทศ ได้แก่ บรูไน อินโดนีเซีย มาเลเซีย ฟิลิปปินส์ สิงคโปร์ และไทย ได้ยกเลิกภาษีสินค้าเป็น 0% แล้ว และภายในปี 58 สมาชิกอาเซียนใหม่ 4 ประเทศ ได้แก่ กัมพูชา ลาว พม่า และเวียดนามจะลดภาษีทุกรายการเป็น 0% ส่งผลให้เกิดการรวมเป็นตลาดการค้าเดียวกัน มีประชากรรวมกว่า 560 ล้านคน เกิดโอกาสทางการค้า และการลงทุนแก่ประเทศไทย และสมาชิกอาเซียนมหาศาล

นอกจากอาเซียนมีเป้าหมายที่จะลดภาษีระหว่างกัน อาเซียนยังมุ่งสู่การเป็นประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (เออีซี) ในอีก 5 ปีข้างหน้า กรมเจรจาการค้าระหว่างประ เทศหน่วยงานหลักในการเจรจาผลักดันรวมทั้งเผยแพร่ให้ผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องตลอดจนประชาชนทั่วไปได้รับทราบ และเข้าถึงข้อมูลการเปิดเสรีทางการค้าสินค้า การค้าบริการและการลงทุนในอาเซียน และใช้ประโยชน์จากความตกลงให้เกิดผลในทางปฏิบัติ

นางนันทวัลย์ ศกุนตนาค อธิบดีกรมเจรจาการค้าระหว่างประเทศ กล่าวว่า ได้เพิ่มช่องทางการให้บริการข้อมูลข่าวสารเกี่ยวกับเขตการค้าเสรี (เอฟที) โดยจัดทำศูนย์รวบรวมข้อมูลภาษี เอฟทีครบวงจร ในเว็บไซต์ www.thaifta.com ให้เป็นแหล่งข้อมูลสามารถสืบค้นข้อมูลอัตราภาษี เปรียบเทียบ อัตราภาษี ที่เหมาะสมสำหรับสินค้าที่ต้องการ ซึ่งจะช่วยสนับสนุนการค้าระหว่างประเทศของผู้ส่งออกและผู้นำเข้าได้

สำหรับข้อมูลที่อยู่ภายใต้ศูนย์ฯ จะเป็นการแยกแยะอัตราภาษีของสินค้าภายใต้ เอฟทีเอ กรอบต่าง ๆ ได้แก่ ไทย-จีน ไทย-ญี่ปุ่น ไทย-อินเดีย ไทย-ออสเตรเลีย ไทย-นิวซีแลนด์ อาเซียน-จีน อาเซียน-ญี่ปุ่น อาเซียน-เกาหลีใต้ อาเซียน-ออสเตร เลีย/นิวซีแลนด์ โดยจะแบ่งออกเป็น 3 กลุ่ม คือ กลุ่มสินค้าเป้าหมายส่งออก 10 กลุ่ม ได้แก่ อิเล็กทรอนิกส์ เครื่องใช้ไฟฟ้า ยานยนต์ อุปกรณ์และส่วนประกอบ อาหาร อัญมณีและเครื่องประดับ วัสดุก่อสร้าง เม็ดและผลิตภัณฑ์พลาสติก สิ่งทอและรองเท้า ข้าว และผลิตภัณฑ์ยาง

นอกจากนี้ยังมีกลุ่มสินค้าส่งออกสำคัญ แยกเป็นอัตราภาษีกลุ่มสินค้าเกษตรสำคัญ เช่น ข้าว ผลไม้กระป๋องและแปรรูป ยางพารา ผลิตภัณฑ์มันสำปะหลัง ไก่แปรรูป และกุ้งสดแช่เย็นแช่แข็ง และสินค้าอุตสาหกรรม เช่น คอมพิวเตอร์และส่วนประกอบ รถยนต์ อุปกรณ์และส่วนประกอบ อัญมณีและเครื่องประดับ แผงวงจรไฟฟ้า เหล็ก เหล็กกล้าและผลิตภัณฑ์ ผลิตภัณฑ์ยาง เป็นต้น และกลุ่มสุดท้ายเป็นข้อมูลการค้าก่อนและหลังทำเอฟทีเอ นอกจากนี้ ยังสามารถตรวจสอบตารางการลดอัตราภาษีภายใต้เอฟทีเอต่าง ๆ ได้.

เรื่องล่าสุดของหมวด การเมือง

ดูหมวด การเมือง ทั้งหมด