ยิงM79ใส่ร.1พัน.1รอ.ทหารเจ็บ2ส่งรพ.แล้ว

ยิงM79ใส่ร.1พัน.1รอ.ทหารเจ็บ2ส่งรพ.แล้ว
INN News

สนับสนุนเนื้อหา

เกิดเหตุมีการยิงกระสุนปืน M79 เข้าไปในกรมทหารราบที่1 มหาดเล็กรักษาพระองค์ทำให้เจ้าหน้าที่ทหาร
ที่ปฏิบัติหน้าที่รักษาความปลอดภัยที่หน้าประตูได้รับบาดเจ็บ 2 นาย โดย 1 รายกระสุนเข้าที่ท้องฝังใน ส่วนอีก 1 ราย
กระสุนถูกแขน ได้รับบาดเจ็บ ทั้งนี้ จนท.กู้ภัยศูนย์ เอราวัณ นำทหารทั้ง 2 รายส่ง รพ.พระมงกุฎเกล้าแล้ว

ขณะที่ผอ.รพ.พระมงกุฎเกล้ายืนยันมีทหารถูกยิงได้รับบาดเจ็บดังกล่าวจริง


อย่างไรก็ตามจากการสอบถามพยานแวดล้อมทราบว่า ขณะเกิดเหตุได้มีเสียงยิงกระสุน 2 ครั้งบริเวณฝั่งตรงข้ามกรมทหารราบที่1 มหาดเล็กรักษาพระองค์ และกระสุนได้มาตกที่หน้าประตูที่มีทหารยืนรักษาการอยู่จนได้รับบาดเจ็บดังกล่าว



ด้านพ.อ.สรรเสริญ แก้วกำเนิด โฆษก ศูนย์อำนวยการรักษาความสงบเรียบร้อย หรือ ศอ.รส.ยืนยันว่า มีกระสุน M79 ตกใส่ที่ กรมทหารราบที่ 1 มหาดเล็กรักษาพระองค์ จริง โดย ลักษณะการตกนั้น เป็นการยิงจากถนน รวม 4 นัด ซึ่งไม่แน่ชัดว่ายิง
มาจากถนนวิภาวดีรังสิต หรือ บนทางด่วน โดยกระสุนได้ไปตกลงที่กองรักษาการ กองพันทหารราบที่ 4 กรมทหารราบที่ 1
มหาดเล็กรักษาพระองค์ ส่งผลให้ทหารได้รับบาดเจ็บ 2 นาย และได้นำตัวส่ง ร.พ.พระมงกุฎเกล้าไปแล้ว อย่างไรก็ตาม
เหตุการณ์ที่เกิดขึ้น นายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกฯฝ่ายความมั่นคง ในฐานะ ผบ.ศอ.รส.ยังไม่ประกาศใช้ พ.ร.ก.ฉุกเฉิน

ชณะที่ พล.ต.ต.สาโรจน์ พรหมเจริญ ผบก.น.2 กล่าวว่า ทาง ผบ.ร.1 รอ. ได้ประสานงาน กับทางเจ้าหน้าที่ตำรวจ เพื่อ
ไปตรวจสอบที่เกิดเหตุ หน้าป้อมยาม ที่เกิดเหตุคนร้ายยิงกระสุน M79 เข้าใส่ทหาร ที่ยืนรักษาการณ์ อยู่หน้าป้อมจนได้รับบาดเจ็บ 2 นาย นั้น ทาง บก.น.2 ได้ส่งเจ้าหน้าที่เก็บกู้ระเบิด และพนักงานสืบสวนสอบสวน สน.บางซื่อลงเก็บหลักฐาน ณ ที่เกิดเหตุแล้ว เบื้องต้นทางทหารยังไม่บอกรายละเอียดเหตุที่เกิดแต่อย่างใด โดยตนจะส่งรายงานให้ท้องที่ รวบรวมหลักฐานทุกชิ้น เพื่อสอบสวนหาส่วนสาเหตุต่อไป


ภายหลังเกิดเหตุคนร้ายลอบยิงระเบิด M79 เข้าภายในกองพันทหารราบที่ 1 กรมทหารราบที่ 1 มหาดเล็กรักษาพระองค์
(ร.1 พัน.1 รอ. )จนทำให้ทหาร 2 นาย ได้รับบาดเจ็บ คือ จ.ส.อ.ปรีชา ปานสมุทร ถูกสะเก็ดระเบิดที่บริเวณหน้าท้อง และพลทหารหนุ่ม ศรีเฟื่อง ถูกสะเก็ดระเบิดบริเวณต้นแขนซ้าย ขณะนี้ทหารทั้ง 2 นาย กำลังอยู่ระหว่างการผ่าตัดรักษาตัวที่ ร.พ.พระมงกุฎเกล้า บรรยากาศทั่วไปที่ ร.พ.พระมงกุฎเกล้า ขณะนี้มีสื่อมวลชนจากทุกสำนักรอการชี้แจงข้อมูลจากแพทย์ผู้รักษา ขณะที่บริเวณห้องฉุกเฉินมีทหารประจำการรักษาความปลอดภัย


ความคืบหน้าเหตุ มีมือดีป่วนยิงกระสุน M-79 ใส่หน้าประตูกรมทหารราบที่ 1 มหาดเล็กรักษาพระองค์ เมื่อสักครู่ที่ผ่านมา ล่าสุด จากการสอบถามพยานที่เห็นเหตุการณ์ทราบ ว่า ขณะที่กำลังนั่งอยู่ใกล้ที่เกิดเหตุ ได้มีรถกระบะขับผ่านมายังจุดที่เกิดเหตุ ก็ได้มีเสียงยิงลูกระเบิดดังขึ้น 4 นัด ไล่ตามกันมาเป็นระยะ และจุดสุดท้ายดังขึ้นที่หน้าประตูที่ทหารรักษาการอยู่จนได้รับบาดเจ็บทั้ง 2 ราย นอกจากนี้ความแรงของลูกกระสุนยังทำให้กิ่งไม้ขนาดใหญ่หักลงมาด้วย เช่นกัน หลังเกิดเหตุรถกระบะปริศนาก็ซิ่งหลบหนีไปอย่างรวดเร็ว ขณะเดียวกันยังได้รับรายงานว่าในจุดเกิดเหตุยิงลูกระเบิดนั้น ได้มีรถ จยย.พลิกคว่ำได้รับบาดเจ็บ 3 -4 คัน และเมื่อเข้าตรวจสอบพบว่า มีการโรยตะปูเรือใบดักเอาไว้ของกลุ่มป่วนคนเมือง ในส่วนของรายละเอียดอยู่ระหว่างการตรวจสอบเพิ่มเติม ส่วนเจ้าหน้าที่ทหารที่ได้รับบาดเจ็บทั้ง 2 นายนั้น ทราบชื่อ คือ จ่าสิบเอกปรีชา ปานสมุทร และพลทหารหนุ่ม ศรีเฟื่อง โดยทั้งคู่อยู่ยังในห้องผ่าตัด


พล.ต.ต.สุรพล พินิจชอบ ผู้บังคับการกองพิสูจน์หลักฐาน สำนักงานตำรวจแห่งชาติ เข้าตรวจสอบเหตุระเบิดบริเวณ กองรักษาการ กองพันทหารราบที่ 1 กรมทหารราบที่ 1 มหาดเล็กรักษาพระองค์ หรือ (ร.1 พัน.1รอ.) เพื่อตรวจพยานหลักฐาน และวิถีการยิงระเบิด เบื้องต้นยืนยันว่า เป็นระเบิด M79 ซึ่งผู้ก่อเหตุ ต้องใช้ยานพาหนะ วิ่งบนถนนโทลล์เวย์ เนื่องจากเกิดเหตุระเบิดถึง 4 จุด เรียงลำดับสถานที่ใกล้เคียงกัน ภายในรั้ว ร.1 พัน.1รอ.

ขณะที่ พล.ต.ต.สาโรจน์ พรหมเจริญ ผู้บังคับการตำรวจนครบาล 2 กล่าวว่า จากการสอบถามพลหทหารที่ประจำ การ บริเวณดังกล่าวทราบว่า ทหารทุกนายได้ยินเสียงระเบิด 4 จุด ซึ่งจุดสุดท้ายบริเวณสนามหญ้าหน้ากองรักษาการ ร.1 พัน.1 รอ. ซึ่งจะต้องมีการซ้อมกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจ ดูแลรักษาความปลอดภัย บริเวณโดยรอบดังกล่าวด้วย

พ.อ.พีระพันธ์ ปกป้อง ผอ. ร.พ. พระมงกุฎ เปิดเผยความคืบหน้าอาการบาดเจ็บของจ.ส.อ.ปรีชา ปานสมุทร
ที่ถูกยิงภายในค่าย ร.1 พัน.1 รอ.ว่า ล่าสุดนั้น เจ้าหน้าที่ ได้ทำการรักษาบาดแผลแล้ว และอาการปลอดภัยดี
โดยแพทย์ ไม่ได้ทำการผ่าตัด เนื่องจากผู้ป่วย ได้รับประทานยาละลายลิ่มเลือด และ เศษวัตถุที่เข้าช่องท้องนั้น
ก็พบว่า โชคดีที่วัตถุดังกล่าวนั้น มีขนาด 0.8 ม.ม. โดยพุ่งเข้าที่ช่องท้องในลักษณะเฉียง และแรงวัตถุไม่ได้เข้า
ไปภายในช่องท้อง อยู่ที่ผิวหนังชั้นใน ติดที่ชั้นไขมัน ทำให้ไม่เป็นอันตรายต่ออวัยวะภายใน ซึ่งจากการตรวจสอบ
บาดแผลพบว่า วัตถุดังกล่าวนั้น ได้กระแทกกับวัตถุอย่างอื่น ก่อนที่เศษชิ้นส่วนจะกระเด็นมาที่ผู้บาดเจ็บทั้งสอง
โดย ทีมแพทย์ได้ทำการรักษา แผลเบื้องต้น และจะทำการผ่าตัดวัตถุดังกล่าวออกในภายหลังและขณะนี้ก็อาการ
ปลอดภัย ซึ่งเป็นห่วงเพียงการติดเชื้อเท่านั้น


ขณะที่ อาการบาดเจ็บของ พลทหารหนุ่ม ศรีเฟือง ก็ปลอดภัย เช่นกัน แพทย์ได้ทำแผลให้เรียบร้อยแล้ว
และไม่มีอาการน่าเป็นห่วง