ราบ11เพิ่มรถหุ้มเกราะ8คันทหาร34กองร้อย

INN News

สนับสนุนเนื้อหา

จากการที่ แกนนำกลุ่ม นปช. ประกาศให้รัฐบาลชุดปัจจุบัน ที่มี นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ เป็น นายกฯ ยุบสภา ภายใน 12.00 น.ของวันนี้ โดย กลุ่มผู้ชุมนุม นปช. จะเคลื่อนพลไปทวงถามถึงข้อเรียกร้องดังกล่าว ที่ กรมทหารราบที่ 11 รักษาพระองค์ ซึ่ง นายอภิสิทธิ์ ใช้เป็นสถานที่พักค้างคืนและเป็นที่ประชุมของศูนย์อำนวยการรักษาความสงบเรียบร้อย (ศอ.รส.) โดยขณะนี้ บรรยากาศล่าสุด ยังคงเป็นปกติ ไม่มีการตั้งด่านตรวจของเจ้าหน้าที่ตำรวจแต่อย่างใด มีเพียงการนำลวดหนาม มากั้นไว้รอบบริเวณ อีกทั้ง ได้เตรียมเฮลิคอปเตอร์ไว้อพยพบุคคลสำคัญ หากการชุมนุมของกลุ่มนปช. ส่อเค้าจะเกิดความวุ่นวาย และเป็นที่น่าสังเกตว่า ทหาร ได้มีการนำกล้องวงจรปิดมาติดตั้งไว้ บริเวณทางเข้าออกประตูใหญ่ด้วย

นอกจากนี้ ประชาชนที่อาศัยอยู่ในพื้นที่ดังกล่าวและพื้นที่ใกล้เคียง เริ่มออกมาใช้ชีวิตเร็วขึ้นกว่าปกติ เนื่องจากเกรงว่า การเคลื่อนพลของกลุ่มผู้ชุมนุมเสื้อแดงในวันนี้ อาจทำให้การจราจรติดขัดได้


กรมทหารราบที่ 11 รักษาพระองค์ นำรถหุ้มเกราะ 8 คัน คุ้มกันอาคาร ศอ.รส. พร้อมเพิ่มกำลังทหารเป็น 34 กองร้อย รับมือเสื้อแดงเตรียมบุกเที่ยงวันนี้

บรรยากาศ กรมทหารราบที่ 11 รักษาพระองค์ ตั้งแต่ช่วงเช้าที่ผ่านมานั้น เป็นไปด้วยความคึกคัก โดยมีการเคลื่อนย้ายกำลังพลบางส่วน มาประจำการ ที่ กรมทหารราบที่ 11 รักษาพระองค์ จำนวนหนึ่ง จาก 20 กองร้อย ไปประจำการอยู่ที่บริเวณ อาคารกรมทหารล้อมวัง ร.ศ. 121 ซึ่งเป็นอาคารที่ทำการของศูนย์อำนวยการรักษาความสงบเรียบร้อย หรือ ศอ.รส. ที่จะมีการประชุมกัน ในเวลา 09.00 น. นี้ อีกทั้ง เป็นที่ทำงานของนายกฯและรัฐมนตรีบางส่วน เพื่อเป็นการดูแลรักษาความปลอดภัยและรับมือกลุ่มคนเสื้อแดง ที่จะเคลื่อนไหวมาปิดล้อม ภายหลังที่เรียกร้องให้ รัฐบาลยุบสภา ภายใน 24 ช.ม. หรือ ในเวลา 12.00 น. ของวันนี้ ทั้งนี้ กำลังพลดังกล่าว มีเพียงหมวกกันน็อก โล่ กระบองประจำกาย และมีบางส่วนถือแปลสนามและถังดับเพลิง เพื่อป้องกันเหตุฉุกเฉินด้วย ขณะเดียวกัน มีการนำรถยานยนต์หุ้มเกราะ จำนวน 8 คัน ติดธงสัญลักษณ์ จอดอยู่หน้าอาคารกรมทหารล้อมวัง รวมทั้งบริเวณประตูเข้าออกเชิงสะพานบางบัว มีการนำรถแทรกเตอร์ทหารกองทัพบก และรถกระเช้ารถดับเพลิง ของ สำนักป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยกรุงเทพฯ มาจอด เพื่อป้องกันการก่อเหตุฉุกเฉินด้วย และมีการติดตั้งกล้องวงจรปิด บริเวณเสาไฟฟ้าด้านหน้าตลอดถนนพหลโยธิน หน้ากรมทหารราบที่ 11 รักษาพระองค์

อย่างไรก็ตาม มีรายงานข่าวว่า เมื่อเวลา 05.00 น. มีการเพิ่มกำลังทหารอีก 14 กองร้อย โดยเป็นทหารม้าจากกองทัพภาคที่ 2 และกองทัพภาคที่ 3 ซึ่งยอดทหารโดยรวม ที่ประจำการอยู่ที่ กรมทหารราบที่ 11 รักษาพระองค์ เป็น 34 กองร้อย


ด้านพ.อ.สรรเสริญ แก้วกำเนิด โฆษกศูนย์อำนวยการรักษาความสงบเรียบร้อย (ศอ.รส.) นำสื่อมวลชนเยี่ยมชมการเตรียมกำลังพล บริเวณด้านหน้า ภายใน กรมทหารราบที่ 11 รักษาพระองค์ โดย พ.อ.สรรเสริญ เปิดเผยว่า พื้นที่ดังกล่าว เป็นที่ตั้งของ ศอ.รส. รวมทั้ง ยังเป็นที่ตั้งของคลังอาวุธจำนวนมาก จึงขอให้ กลุ่มคนเสื้อแดง ที่จะเดินทางมาทวงถามคำตอบจาก นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ว่า จะยุบสภาหรือไม่ อย่าบุกรุกเข้ามาในบริเวณด้านใน โดยเจ้าหน้าที่ พร้อมทำตามกฎหมายอย่างเฉียบขาด ซึ่งเจ้าหน้าที่ ไม่มีแนวคิดที่จะสลายการชุมนุมนอกพื้นที่ แต่ได้มีการวางกฎในการใช้กำลัง 7 ระดับ ไว้แล้ว ได้แก่ การตั้งแนวรับแสดงกำลัง , การแจ้งเตือน , การใช้โล่ดัน , การใช้น้ำ หรือ คลื่นเสียงกำลังสูง , การใช้แก๊สน้ำตาชนิดขว้าง , การใช้กระบอง และการใช้กระสุนยาง ยิงจากปืนลูกซอง โดยขั้นตอนที่ 1 - 4 นั้น พล.ต.อุกฤษฎ์ ณรงค์วิทย์ ผบ.มทบ.11 จะเป็นผู้สั่งการ ขณะที่ ขั้นตอนที่ 5 - 7 นายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกรัฐมนตรีฝ่ายความมั่นคง ในฐานะ ผอ.ศอ.รส. จะเป็นผู้สั่งการ โดยเจ้าหน้าที่ จะเน้นการปกป้องพื้นที่เป็นหลัก ส่วนการควบคุมกลุ่มผู้ชุมนุมนั้น จะเป็นความรับผิดชอบของเจ้าหน้าที่ตำรวจ



ด้านพล.ต.ต.สาโรจน์ พรหมเจริญ ผบก.น.2 เปิดเผย ภายหลังกลุ่มนปช. ได้เคลื่อนขบวนเดินทางไปที่ กรมทหารราบที่ 11
รักษาพระองค์ อีกทั้ง นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ได้แถลงจุดยืนรัฐบาล โดยระบุว่า จะไม่มีการยุบสภานั้น
ส่งผลให้การเพิ่มมาตรการรักษาความปลอดภัยต่าง ๆ ต้องเพิ่มความเข้มงวดมากยิ่งขึ้น โดยในส่วนของกองบังคับ
การตำรวจนครบาล 2 ได้จัดกำลังหน้าที่ตำรวจ จำนวน 4 กองร้อย ตรึงกำลัง บริเวณพหลโยธิน ซ.2 เรื่อยไปจนถึง
กรมทหารราบที่ 11 รักษาพระองค์ ร่วมกับกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจ อีกกว่า 34 กองร้อยแล้ว

อย่างไรก็ตาม สำหรับภาพรวมของมาตรการรักษาความปลอดภัยโดยรวมนั้น พล.ต.ต.ปิยะ อุทาโย โฆษกกองบัญชาการ
ตำรวจนครบาล เตรียมแถลงต่อสื่อมวลในเวลา 10.30 น.ในวันนี้ ซึ่งเป็นที่น่าจับตามองว่า ภายหลังรัฐบาลยืนยัน จะไม่มี
การยุบสภา กลุ่มคนเสื้อแดงจะเคลื่อนไหวต่อไปอย่างไร