นายกฯตั้งกอร์ปศักดิ์เจรจาแดงวันชุมนุม

INN News

สนับสนุนเนื้อหา

นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ในฐานะ ผู้อำนวยการกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายใน หรือ กอ.รมน. แถลงว่า ที่ประชุม กอ.รมน. มีการอนุมัติ หลัง คณะรัฐมนตรีประกาศพระราชบัญญัติรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร โดยหลักสำคัญที่เน้นย้ำ คือ การรักษาความปลอดภัย และความเรียบร้อย ไม่ให้การชุมนุมของกลุ่มคนเสื้อแดง มีผลกระทบให้สถานการณ์ลุกลามกระทบประชาชน โดยแนวทางปฏิบัติ จะยึดหลักคำวินิจฉัยศาลปกครอง วันที่ 9 ต.ค. ที่ศาลชี้ว่า การชุมนุมโดยสงบ จะได้รับการคุ้มครอง แต่ต้องไม่มีลักษณะการข่มขู่ สร้างความหวาดกลัว หรือ ขัดขวางเจ้าหน้าที่ของรัฐ ซึ่งการชุมนุมที่ไม่เป็นไปตามเงื่อนไข เจ้าหน้าที่ สามารถจัดการตามกรอบของกฎหมายได้ตามหลักสากลอย่างสมควรแก่เหตุ และจะมีการแจ้งผู้ชุมนุมตลอดเวลาว่า จะปฏิบัติอย่างไร

นายกรัฐมนตรี ยังกล่าวว่า ได้มีการตั้งคณะทำงานประสานงานกับแกนนำผู้ชุมนุม โดยให้ เลขาธิการนายกรัฐมนตรี เป็นประธาน โดยหากมีแนวโน้มความไม่เข้าใจเกิดขึ้นจะให้ประสานงาน เพื่อหลีกเลี่ยงความเข้าใจผิด และต้องติดตามข่าวสารต่างๆ ตลอดเวลา

ทั้งนี้ นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ได้ตั้งศูนย์อำนวยการรักษาความสงบเรียบร้อย หรือ ศอ.รส. ที่มี นายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกรัฐมนตรี ฝ่ายความมั่นคง ในฐานะประธานคณะกรรมการติดตามสถานการณ์ความมั่นคง (คตม.) และแปรสภาพของ คตม. เป็นที่ปรึกษาของ ศอ.รส. ด้วย ส่วนหน่วยเคลื่อนที่เร็วติดอาวุธนั้น จะปล่อยแก้ไขปัญหาเมื่อเกิดเหตุโดยมีตำรวจเป็นหลักตามปกติ ซึ่งสามารถติดอาวุธได้ ทั้งนี้ ยังไม่ได้มีกำหนดอะไรเป็นพิเศษในวันชุมนุมของกลุ่มคนเสื้อแดงในวันอาทิตย์ที่ 14 มีนาคม แต่วันศุกร์ที่ 12 มีนาคม นั้น ใจว่าจะไม่เกิดปัญหา

นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ส่วนตัว ยังไม่มีข้อสรุปว่า ในวันดังกล่าว จะต้องไปอยู่เซฟเฮาส์หรือไม่ พร้อมยังไม่มีการจัดเตรียมสถานที่ประชุมคณะรัฐมนตรี แทน ทำเนียบรัฐบาล แต่กล่าวเพียงว่า ศูนย์บัญชาการ ไม่ใช่ กองพันทหารราบที่ 1 แต่ไม่ขอเปิดเผยสถานที่

นอกจากนี้ นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า การข่าวมีการรายงานเรื่องการลอบวินาศกรรมจริง แต่รัฐบาลได้ติดตามผู้ต้องสงสัยใกล้ชิดจึงขอให้อย่าตื่นตระหนก พร้อมยืนยันว่า รัฐบาลไม่ได้ปล่อยข่าวนี้ แต่ที่ผ่านมาแกนนำกลุ่มคนเสื้อแดง โดยเฉพาะ นายอริสมันต์ พงศ์เรืองรอง เป็นฝ่ายพูดอยู่เสมอว่า พร้อมที่จะใช้ความรุนแรง และยังยอมรับว่า มีการกว้านซื้อชุดทหารเป็นจำนวนมากจริง จึงอยากให้ช่วยกันกลั่นกรอง เพราะอาจมีการสวมรอย พร้อมยืนยันว่า กองทัพมีความชัดเจนที่จะทำตามนโยบายของรัฐบาล และไม่มีนัยยะแอบแฝงทางการเมือง ขณะที่ยังกล่าวว่า หลังจากนี้จะมีการแถลงข่าวเป็นระยะโดยผู้ที่รับผิดชอบ เพื่อป้องกันสงครามข่าวสารการใส่ร้าย

ทั้งนี้ หากเศรษฐกิจต้องได้รับผลกระทบอีกครั้งจากเหตุการณ์นี้ คงยากที่จะฟื้นตัวได้ และผู้ที่สร้างสถานการณ์ ถือว่า ไม่ฉลาดเพราะไม่ได้เกิดผลดีแก่ตัวเอง

นายกรัฐมนตรี ยังกล่าวว่า ยังไม่ทราบว่า คนใกล้ชิดของพ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรีเดินทางออกนอกประเทศแล้วจริงหรือไม่ และไม่สามารถสรุปได้ ด้วยว่า ถือเป็นการส่งสัญญาณ ว่าจะมีเหตุการณ์รุนแรงเกิดขึ้นหรือไม่ พร้อมกันนี้ ยังกล่าวว่า ไม่รู้สึกถอดใจ เพราะมีหน้าที่รักษาความสงบเรียบร้อย และผลประโยชน์ของบ้านเมือง โดยไม่สำคัญว่า อำนาจจะเปลี่ยนมือหรือไม่หลังจากนี้ แต่จะไม่มีการยุบสภาเกิดขึ้น เพราะเห็นว่า ไม่ใช่ทางออกของปัญหานอกจากนี้ ยังกล่าวว่า ไม่เคยเห็นว่า ที่บ้านพักของตนเอง มีการติดป้ายเตือนบุคคลควรระวัง ส่วนการห้ามคนเดินผ่านไปมา ที่หน้าบ้านพักของตนนั้น ยอมรับว่า เกรงใจ แต่ก็ต้องทำ เพราะคนบางฝ่าย พยายามใช้ความรุนแรงก่อน

นายกฯกล่าวด้วยว่า การถูกขว้างสิ่งปฏิกูลใส่บ้านพักหลายครั้งนั้น ไม่สะท้อนถึงความสง่างามของตน แต่สะท้อนถึงจิตใจ
คนที่ขว้าง