ทั่วทุกภาคอากาศร้อนอบอ้าว-มีพายุฤดูร้อน

INN News

สนับสนุนเนื้อหา

กรมอุตุนิยมวิทยา ออกประกาศฉบับที่ 9 (21/2553) เรื่อง พายุฤดูร้อน เมื่อเวลา 04.00 น.ว่า บริเวณความกดอากาศสูงกำลังแรงจากประเทศจีนได้แผ่ลงมาปกคลุมถึงประเทศไทยตอนบน ในขณะที่ภาคเหนือ ภาคกลางรวมทั้งกรุงเทพมหานคร และภาคตะวันออกมีอากาศร้อนอบอ้าว

ลักษณะเช่นนี้จะทำให้บริเวณดังกล่าวมีพายุฤดูร้อนเกิดขึ้นในระยะแรกโดยมี ลักษณะของพายุฝนฟ้าคะนอง ลมกระโชกแรง และลูกเห็บตก หลังจากนั้นอุณหภูมิจะลดลง 3-5 องศา ขอให้ประชาชนระมัดระวังอันตรายที่เกิดขึ้นจากต้นไม้หักโค่น และป้ายโฆษณาหรือที่พักอาศัยได้รับความเสียหายจากพายุลมแรงที่เกิดขึ้นใน ช่วงวันที่ 10-11 มี.ค.นี้

สำหรับคลื่นลมในอ่าวไทยมีกำลังแรงขึ้น ขอให้ชาวเรือเพิ่มความระมัดระวังในการเดินเรือในช่วงวันที่ 10-12 มีนาคมนี้ไว้ด้วย อนึ่ง พายุฝนฟ้าคะนองที่เกิดขึ้นในระยะนี้ จะช่วยทำให้ปริมาณหมอกควันไฟในบริเวณภาคเหนือลดลง

พยากรณ์อากาศสำหรับประเทศไทยตั้งแต่เวลา 06:00 วันนี้ ถึง 06:00 วันพรุ่งนี้

กรุงเทพมหานครและปริมณฑล มีพายุฝนฟ้าคะนองกับลมกระโชกแรงเป็นแห่งๆ ร้อยละ 30 ของพื้นที่ อุณหภูมิสูงสุด 34-35 องศา ลมใต้ ความเร็ว 15-35 กม./ชม.

ภาคเหนือ อากาศร้อนกับฟ้าหลัวในตอนกลางวัน อุณหภูมิสูงสุด 35-39 องศา โดยมีพายุฝนฟ้าคะนองกับลมกระโชกแรงและมีลูกเห็บตกเป็นแห่งๆ ร้อยละ 30 ของพื้นที่ ส่วนมากบริเวณ จ.ลำปาง สุโขทัย พิษณุโลก กำแพงเพชร พิจิตร และเพชรบูรณ์ ลมใต้ ความเร็ว 15-30 กม./ชม.

ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ อากาศเย็น อุณหภูมิจะลดลง 4-7 องศา และมีลมแรง โดยมีฝนฟ้าคะนองกับลมกระโชกแรงบางแห่ง ร้อยละ 10 ของพื้นที่ ส่วนมากทางตอนล่างของภาค อุณหภูมิสูงสุด 31-35 องศา ลมตะวันออก ความเร็ว 20-40 กม./ชม.

ภาคกลาง อากาศร้อนกับฟ้าหลัวในตอนกลางวัน อุณหภูมิสูงสุด 35-37 องศา โดยมีพายุฝนฟ้าคะนองกับลมกระโชกแรง และมีลูกเห็บตกเป็นแห่งๆ ร้อยละ 30 ของพื้นที่ส่วนมากบริเวณ จ.นครสวรรค์ อุทัยธานี ชัยนาท ลพบุรี สระบุรี และพระนครศรีอยุธยา ลมใต้ ความเร็ว 15-35 กม./ชม.

ภาคตะวันออก ทางตอนบนของภาคอากาศร้อนกับฟ้าหลัวในตอนกลางวัน อุณหภูมิสูงสุด 35-36 องศา โดยมีพายุฝนฟ้าคะนองกระจาย ร้อยละ 40 ของพื้นที่กับลมกระโชกแรง และมีลูกเห็บตกเป็นแห่งๆส่วนมากบริเวณ จ.นครนายก ฉะเชิงเทรา ชลบุรี ระยอง จันทบุรี และตราด ลมตะวันออกเฉียงใต้ความเร็ว 15-35 กม./ชม. ทะเลมีคลื่นสูง 1-2 เมตร

ภาคใต้ (ฝั่งตะวันออก) มีฝนฟ้าคะนองเป็นแห่งๆ ร้อยละ 20 ของพื้นที่ส่วนมากบริเวณ จ.เพชรบุรี ประจวบคีรีขันธ์ ชุมพร และสุราษฎร์ธานี ตั้งแต่ จ.ชุมพร ขึ้นมา ลมตะวันออกเฉียงใต้ ความเร็ว 20-35 กม./ชม. ทะเลมีคลื่นสูง ประมาณ 2 เมตร ส่วนตั้งแต่ จ.สุราษฏร์ธานีลงไป ลมตะวันออก ความเร็ว 20-40 กม./ชม. ทะเลมีคลื่นสูง 2-3 เมตร

ภาคใต้ (ฝั่งตะวันตก) มีเมฆบางส่วนกับมีฝนฟ้าคะนองบางแห่ง ร้อยละ 10 ของพื้นที่ ลมตะวันตกเฉียงเหนือ ความเร็ว 15-35 กม./ชม. ทะเลมีคลื่นสูง 1-2 เมตร