วงการแพทย์ตะลึง!พบผู้ป่วยเพียบหลังเกมมันเดย์ไนท์

 
ในที่สุดก็เอาจนได้ ว่าแล้วเชียวทำไม ลิเวอร์พูล มันต่อถูกจังแฮะ คนก็แห่วางต่อ ลิเวอร์พูล กันหมดทั้งบาง ส่วนอีกคู่ บาเลนเซีย ก็ดันต่อ ราซิ่ง ซานทานเดร์ แค่จิ๊บๆ เหมือนยั่วใจให้คนหลงวางต่อกันหมด ลางสังหรณ์มันตะหงิดๆว่า แบบนี้อาจต้องมีพลิกล็อกกันบ้าง ให้ได้เป็นทอล์ค ออฟ เดอะ ทาวน์ สำหรับวงกาแฟยามเช้าไปจนวงเหล้ายามดึก เมื่อคืนนี้ทำเอาเหล่าเซียน(อยู่รู)เจ็บหนักเทหมดหน้าตักกลายเป็นหมดหน้าตูด พรรคกระยาจกรับสมาชิกเพิ่มแทบไม่ทัน 
คนหัวเถิกใส่สูท
สำหรับคนที่เชียร์ ลิเวอร์พูล เมื่อคืนนี้คงจะเกิดอาการ “Anti Benitez Syndrome” ไม่มากก็น้อยอยู่ที่ปริมาณการลงทุน อาการของโรคนี้จะเริ่มจากรู้สึกหงุดหงิดง่าย ซดเหล้าไม่อร่อย โดยเฉพาะเมื่อผ่านไปครึ่งชั่วโมงก็แล้ว สกอร์บอร์ดยังไม่ขยับ จะเริ่มครั่นเนื้อครั่นตัว ไม่ชอบขี้หน้าคนหัวเถิกใส่สูท (กรุณาดูภาพประกอบ) สายตาสั้นชั่วขณะต้องขยับไปดูบอลชนิดติดหน้าจอ จนเจ้าของทีวี (กรณีไปดูบ้านเพื่อน) ต้องคอยกังวลว่ามันจะพังทีวีตูมั้ยฟะ และเริ่มมีอาการก้าวร้าว สบถถ้อยคำหยาบคายมากขึ้น บางครั้งจะฟังไม่ได้ศัพท์ แต่พอจับใจความได้ว่า “เป็ด เอ๊ย เมริงเล่นประสาอะไร” หรือได้ยินอะไร "ลูคัสๆๆ ซักอย่าง" ประมาณนี้ พอถึงช่วงนาทีที่ 35 โอ้วบร๊ะเจ้าโจ๊ก!! ฮูโก้ โรดาเยก้า ที่ไม่ยิงมาหลายนัดมันซัดประตูให้ วีแกน ขึ้นนำ 1-0 หน้าตาเฉย ท้ายเกมเมื่อเห็นแล้วว่าทีมที่เชียร์คงยิงคืนไม่ได้แน่ หน้าจะเริ่มแดง เริ่มรู้สึกตัวเบาหวิว รวมถึงกระเป๋าตังด้วย สีหน้าบึ้งตึง ไม่เป็นมิตรกับใคร อารมณ์แปรปรวนเป็นระยะเมื่อทีมรักได้จังหวะลุ้น แต่เมื่อเสียงนกหวีดจบเกมดังขึ้น ถ้อยคำด่าทอ จะพรั่งพรูออกมาไม่ขาดสาย ยังไม่ทันคุมสติอารมณ์ได้ จะมีเพื่อนฝูงเป็นเซียนหลังเกม คำพูดที่ว่า “กรูว่าแล้ว กรูบอกแล้ว มรึงไม่เชื่อกรูเอง แมร่งต่อถูกเกิน” ซึ่งเจ้าของคำพูดคิดว่าเป็นคำปลอบโยน แต่เจ้าตัวจะรู้สึกว่า นี่มรึงยังซ้ำเติมกรูอีกหรือ ฮือๆๆ
อาการนี้จะเป็นสาเหตุของโรคทรัพย์จางในเวลาต่อมาซึ่งอันตรายมากครับ ผู้เป็นแพะของอาการนี้จะไปลงที่ คนหัวเถิก ใส่สูทนั่นเอง ซึ่งก็คือ ราฟา เบนิเตซ สุดยอดกุนซือจอมแก้เกมระดับตำนาน (หลายคนคงอยากจะลงไปตำหน้ามากกว่า) ของทีม "หงส์แดง" เหมือนกับบอร์ดบริหารลิเวอร์พูลจ้างมาเพื่อเตะกับ แมนฯยูฯ และ เอฟเวอร์ตัน ยังไงยังงั้นเพราะทั้งฤดูกาลเล่นดีแค่เฉพาะตอนเจอ 2 ทีมนี้ แล้วแต่ละเกมก็ทุลักทุเลเหลือเกิน นัดนี้วีแกนก็ดันมีคนปักษ์ใต้(หน้าคม)ลงสนามมาซะด้วย  ก็เลยอดขึ้นที่ 4 อย่างน่าเจ็บใจจริงๆ ดีไม่ดีจะถูก แอสตัน วิลล่า แซงขึ้นที่ 6 ด้วยซ้ำไป
ไม่ทันไรเลย อาการคล้ายๆ แบบนี้เกิดขึ้นในเวลาเดียวกัน “Anti Emeri Syndrome” มาอีกแล้ว อาการของโรคนี้ไม่ต้องอธิบายแล้วครับ ย้อนกลับไปดูด้านบนได้เลย ถอดพิมพ์เดียวกันมาแบบเด๊ะๆ เมื่อ "ไอ้ค้างคาว" กลายเป็น "ไอ้ค้างคืน" บาเลนเซีย ของกุนซือ อูไน เอเมรี่ โดนขุนพล ราซิ่ง ซานทานเดร์ บุกมายันเสมอ จู๋น-จู๋น ขออนุญาตพิมพ์ไม่ชัดเพื่อให้ได้ฟีลลิ่ง หลังจากที่โดนไปสองเด้งเต็มๆ ในคืนเดียว อาการต่อมาของผู้ป่วยคือจะนอนไม่หลับ ทำใจไม่ได้ น้ำตาจะไหลออกมาอย่างไม่รู้ตัว และในที่สุดจะหลับไปด้วยจิตใจห่อเหี่ยว เฮ้อน่าสงสารเสียจริงๆ
อาการที่กล่าวมา กรณีศึกษาของโรคนี้ที่พบล่าสุดเป็นเพื่อนของผมเอง ถึงตอนนี้ผมก็ยังไม่รู้ว่าจะสงสารมันดี หรือควรจะสมเพชกันแน่ เพราะมันบอกว่าเดี๋ยวคืนนี้กรูเก็งใหม่ อุเหม่! เงินเดือนได้มามันลอยหายไปกับสายลมตั้งแต่ยังไม่ถึงกลางเดือน ก็ได้แต่เตือนล่ะครับว่า เพลาๆซะบ้าง ดูบอลให้เป็นกีฬาบ้างนะ จะได้ไม่เป็นโรคนี้อีก ก็ฝากไว้เป็นอุทาหรณ์สำหรับท่านผู้อ่านทุกท่านด้วยแล้วกันนะครับ...
 
 
ManOfTheMatch…

เรื่องล่าสุดของ ข่าว

ดู ข่าว ทั้งหมด