พท.ย้ำไม่รับเงินใครแฉคนรัฐฟอกเงิน

INN News

สนับสนุนเนื้อหา

นายการุณ โหสกุล ส.ส.กรุงเทพมหานคร พรรคเพื่อไทย กล่าวถึงกรณีที่ รัฐบาล ออกมาระบุว่า มีการโอนเงินมายังกลุ่มคนเสื้อแดง เพื่อใช้ในการเลื่อนไหว ช่วงเดือนกุมภาพันธ์ ว่า เรื่องนี้เกิดขึ้นมาแล้วครั้งหนึ่ง โดย นายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกฯ ด้านความมั่นคง ออกมาระบุว่า มีหลักฐาน แต่สุดท้ายจะเป็นแค่ กระดาษแผ่นเดียว ทางพรรคเพื่อไทย จึงตั้งข้อสังเกตว่า พรรคประชาธิปัตย์ พยายามกุข่าว และสร้างข้อมูลลอย ๆ เพราะเคยเกิดแบบนี้หลายครั้ง นับตั้งแต่การใช้หลักฐานปลอม อภิปรายไม่ไว้วางใจ นายบรรหาร ศิลปอาชา
แกนนำพรรคชาติไทยพัฒนาว่า ไม่ได้เป็นคนไทย พร้อมเรียกร้องให้ รัฐบาล เอาเวลาที่มีไปสืบหาหลักฐานและตรวจสอบการฟอกเงินของนายทุนพรรคการเมืองฝ่ายรัฐบาล ที่พบว่า มีการนำเงินกว่า 1,000 ล้านบาท เช่าพระเครื่องในตลาดซื้อขายแลกเปลี่ยนพระเครื่อง มากกว่าเอาเวลามาเล่นกับคำพูด หรือ หลักฐานที่ไม่เป็นความจริง

นอกจากนี้ นายการุณ ยังกล่าวชื่นชมการทำงานของตำรวจ ที่สามารถจับกุมผู้ต้องหาปาอุจาระบ้านนายกรัฐมนตรีได้ และขอให้ปฏิบัติตามกฎหมายอย่างเคร่งครัด อย่าใช้ 2 มาตรฐาน เพื่อเอาใจพร้อมเรียกร้องให้ นายเทพไท เสนพงศ์ โฆษกประจำตัวหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ออกมารับผิดชอบ ที่ก่อนหน้านี้ ออกมาระบุว่า อดีตนายกฯ เป็นผู้จ้างวาน


รองโฆษกพรรคเพื่อไทย เผย คนในรัฐบาล จัดตั้งกลุ่ม "แดงขม" หวังแทรกซึมการชุมนุมกลุ่มคนเสื้อแดง ฉวยโอกาสสร้างสถานการณ์
พร้อมรับเงินอุดหนุน เตรียมสร้างมวลชนปะทะในต่างจังหวัด

ด้าน นายจิรายุ ห่วงทรัพย์ รองโฆษกพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า ทางหน่วยข่าวสืบลึกของพรรคเพื่อไทย ตรวจสอบพบว่า คนในรัฐบาลที่รับทำงานใต้ดิน ได้จัดตั้งกองกำลังมวลชนคู่ขนานที่เรียกกันเป็นรหัสว่า "แดงขม" เพื่อปลอมตัวและแทรกซึมเขากับกลุ่มคนเสื้อแดงเมื่อมีการชุมนุม โดยมีเป้าหมายในการทำลายสถานที่ราชการและอาจเผาบ้านเรือนประชาชน รวมทั้ง สถานที่บางอย่าง ที่ไม่ควรกระทำ เพื่อสร้างสถานการณ์ ทั้งนี้ ยังพบอีกว่า มีการรับเงินจาก ว.5 จำนวนหลาย 100 ล้านบาท ทั้งในกรุงเทพมหานครและภาคอีสาน เพื่อนำไปวางแผนจัดการจ้างมวลชนปะทะและใส่ร้ายผู้รักประชาธิปไตยทุกรูปแบบ

อย่างไรก็ตาม พรรคเพื่อไทย ตั้งข้อสังเกตว่า การกระทำดังกล่าวมีจุดประสงค์เพื่อรักษาความเก้าอี้ ที่ได้มา เพราะช่วยให้นานที่สุด นอกจากนี้ รองโฆษกพรรคเพื่อไทย ยังเรียกร้องให้สื่อมวลชนที่ถูกรัฐบาลใช้เป็นเครื่องมือ คิดถึงจริยธรรมและจรรยาบรรณของตน โดยให้ยุติการกระทำที่จ้องด่าฝ่ายตรงข้ามเพียงอย่างเดียว เพราะหากเกิดการตรึงกำลังขึ้นมา ทุกอย่างจะตกอยู่กับตัวของสื่อมวลชนเอง