Sanook//s.isanook.com/sr/0/images/logo-new-sanook.png60060
โครงการชุมชนพอเพียงโครงการของประชาชนอย่างแท้จริง
แชร์เรื่องนี้
...การจะเป็นเสือนั้นมันไม่สำคัญ สำคัญอยู่ที่เราพออยู่พอกิน และมีเศรษฐกิจการเป็นอยู่แบบพอมีพอกิน แบบพอมีพอกิน หมายความว่า อุ้มชูตัวเองได้ ให้มีพอเพียงกับตัวเอง และ เศรษฐกิจพอเพียง จะสำเร็จได้ด้วย ความพอดีของตน นี่คือความตอนหนึ่งของกระแสพระราชดำรัสของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ ที่กล่าวไว้เกี่ยวกับ "เศรษฐกิจพอเพียง ในสภาวการณ์ปัจจุบัน ซึ่งเกิดความถดถอยทางเศรษฐกิจอย่างรุนแรง ทำให้เกิดความเข้าใจได้ชัดเจนในแนวพระราชดำริของ เศรษฐกิจพอเพียง ซึ่งพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ ได้ทรงคิดและตระหนักมาช้านาน เพราะหากเราไม่ไปพึ่งพา ยึดติดอยู่กับกระแสจากภายนอกมากเกินไป จนได้ครอบงำความคิดในลักษณะดั้งเดิมแบบไทยๆ ไปหมด มีแต่ความทะเยอทะยานบนรากฐานที่ไม่มั่นคงเหมือนลักษณะฟองสบู่ วิกฤตเศรษฐกิจเช่นนี้อาจไม่เกิดขึ้น หรือไม่หนักหนาสาหัสจนเกิดความเดือดร้อนกันถ้วนทั่วเช่นนี้ ดังนั้น เศรษฐกิจพอเพียง จึงได้สื่อความหมาย ความสำคัญในฐานะเป็นหลักการสังคมที่พึงยึดถือ ในทางปฏิบัติจุดเริ่มต้นของการพัฒนาเศรษฐกิจพอเพียงคือ การฟื้นฟูเศรษฐกิจชุมชนท้องถิ่น เศรษฐกิจพอเพียงเป็นทั้งหลักการและกระบวนการทางสังคม ตั้งแต่ขั้นฟื้นฟูและขยายเครือข่ายเกษตรกรรมยั่งยืน เป็นการพัฒนาขีดความสามารถในการผลิตและบริโภคอย่างพออยู่พอกินขึ้นไปถึงขั้นแปรรูปอุตสาหกรรมครัวเรือน สร้างอาชีพและทักษะวิชาการที่หลากหลายเกิดตลาดซื้อขาย สะสมทุน ฯลฯ บนพื้นฐานเครือข่ายเศรษฐกิจชุมชนนี้ จะพัฒนาขึ้นมาอย่างมั่นคงทั้งในด้านกำลังทุนและตลาดภายในประเทศ รวมทั้งเทคโนโลยีซึ่งจะค่อยๆ พัฒนาขึ้นมาจากฐานทรัพยากรและภูมิปัญญาที่มีอยู่ภายในชาติ และทั้งที่จะพึงคัดสรรเรียนรู้จากโลกภายนอก นี่เองจึงเป็นที่มาของ โครงการเศรษฐกิจพอเพียงเพื่อยกระดับชุมชน หรือที่เรียกสั้น ๆ ว่า โครงการชุมชนพอเพียง ที่รัฐบาลโดยนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ผลักดันไปสู่ระดับฐานรากคือชุมชน ท้องถิ่น ให้มีบทบาทในการสร้างความแข็งแกร่งให้กับสังคมไทยอย่างยั่งยืน โดยเริ่มลั่นระฆังในการทำประชาคมพร้อมกันทั่วประเทศ ไปเมื่อวันที่ 31 มกราคมที่ผ่านมา ถือเป็นประวัติศาสตร์ครั้งสำคัญ ทีปิดโอกาสให้ประชาชนทุกระดับโดยเฉพาะเยาวชนไทย ได้เข้ามีบทบาทในการบริหารงบประมาณของประเทศก็ว่าได้ ซึ่งเรื่องนี้ นายมีชัย วีระไวทยะ ประธานกรรมการบริหารโครงการเศรษฐกิจพอเพียงเพื่อยกระดับชุมชน บอกถึงความสำคัญในการมีส่วนร่วมของชาวชุมชน ว่า การเสียสละเวลาอันมีค่าเพียงเล็กน้อย เพื่อมาร่วมในการทำประชาคมเพื่อเสนอโครงการของบประมาณจากรัฐ เป็นการรักษาสิทธิและโอกาสที่จะพัฒนาชุมชนท้องถิ่นของตนได้อย่างมหาศาล และทุกความคิดเห็นที่ระดมจากทุกฝ่าย ก่อให้เกิดความหลากหลายของแนวคิดและวิธีการ โดยเฉพาะครู และเยาวชน ซึ่งจะเป็นผู้ดูแลสังคมในอนาคต อีกทั้งเป็นผู้ที่มีฐานความรู้เรื่องเศรษฐกิจพอเพียงเป็นอย่างดี ควรเข้าไปมีบทบาทและมีส่วนร่วมอย่างจริงจัง เพราะสิ่งที่เกิดขึ้นไม่ใช่เป็นเพียงความฝันเหมือนในอดีต ดังนั้น เยาวชน ควรชักจูง และนำผู้ปกครองเข้าร่วมทำประชาคม หรือเยาวชนอาจนำเสนอโครงการ ด้วยแนวความคิดของเยาวชนหรือกลุ่มเยาวชนเอง "การทำประชาคมในครั้งนี้ ถือเป็นประวัติศาสตร์ที่ต้องจารึกไว้ เพราะเป็นการเปิดโอกาสให้เยาวชน ที่มีอายุ 15 ปีขึ้นไป ได้มีโอกาสบริหารงบประมาณของประเทศ ซึ่งมีมูลค่าถึง 18,000 ล้านบาท อย่างไรก็ตาม ที่ผ่านมา พบว่า รัฐยังมีการประชาสัมพันธ์ค่อนข้างน้อย จึงต้องเน้นการประชาสัมพันธ์ให้มากขึ้น โดยมีนายอำเภอ กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ช่วยกันเผยแพร่ความรู้ให้แก่ประชาชนว่า โครงการดังกล่าวเป็นของประชาชน ดังนั้นประชาชนต้องเป็นผู้เลือกว่าต้องการโครงการแบบไหน ซึ่งโครงการนี้จะช่วยเหลือผู้มีรายได้น้อย สร้างรายได้เพิ่มมากขึ้น ขณะเดียวกัน เพื่อป้องกันเสียงครหาและให้การดำเนินการเป็นไปอย่างโปร่งใส ก็ได้มีการลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมอย่างต่อเนื่องทั่วประเทศ โดย นายปราโมช รัฐวินิจ ผู้อำนวยการโครงการเศรษฐกิจพอเพียงเพื่อยกระดับชุมชน ได้ติดตามความคืบหน้าของโครงการแต่ละพื้นที่รวมทั้งให้คำปรึกษาอย่างใกล้ชิด "โดยภาพรวมถือว่าน่าพอใจ เพราะชาวบ้านเข้ามามีส่วนร่วมเสนอแนะข้อคิดเห็นอย่างเปิดเผย ขั้นตอนต่อจากนี้ไป คณะกรรมการโครงการชุมชนพอเพียงแต่ละหมู่บ้านและชุมชน จะได้นำเสนอคณะอนุกรรมการระดับอำเภอ ตรวจสอบรายละอียดของโครงการ และเสนอจังหวัดตรวจสอบความถูกต้อง ก่อนส่งโครงการที่ผ่านการพิจารณา ถึงสำนักนายกรัฐมนตรี ผู้อำนวยการโครงการเศรษฐกิจพอเพียงฯ บอกด้วยว่า โครงการชุมชนพอเพียง จะเกิดความยั่งยืนมากน้อยเพียงใดนั้น ก็ขึ้นอยู่กับการเข้ามามีส่วนร่วมของประชาชนมีความจริงจังมากน้อยแค่ไหน รวมทั้ง ประชาชนต้องร่วมมือในการป้องกันไม่ให้มีผู้แสวงหาผลประโยชน์ โดยเฉพาะบทบาทของสื่อมวลชน จะต้องช่วยกันตรวจสอบและนำเสนอการดำเนินโครงการ เพื่อให้เกิดความโปร่งใส และเป็นไปตามความต้องการของหมู่บ้านและชุมชน ที่สำคัญที่สุดคือ โครงการนี้ ยังฝากความหวังไว้ที่เด็กและเยาวชน ที่จะเป็นกลไกในการขับเคลื่อนการดำเนินให้โครงการชุมชนพอเพียงประสบความสำเร็จอีกด้วย สำหรับแนวทางการดำเนินโครงการนั้น รัฐได้เน้น 4 เรื่องหลักคือ - ด้านการเพิ่มรายได้และพัฒนาคุณภาพชีวิตของผู้ด้อยโอกาสในชุมชน เช่น คนจน เด็ก สตรี และคนชราที่ไม่มีคนดูแล - ด้านการเพิ่มรายได้และพัฒนาคุณภาพชีวิตของสมาชิกในชุมชนโดยรวมให้ดีขึ้น - ด้านการดูแลรักษาทรัพยากรธรรมชาติ ป่า ดิน และโดยเฉพาะน้ำที่ปีนี้มีแนวโน้มจะขาดแคลน และ - ด้านศิลปวัฒนธรรม ภูมิปัญญาชาวบ้าน โดยจะไม่เน้นเรื่องการก่อสร้างหรือการจัดซื้อจัดจ้างในระดับใหญ่เช่นเครื่องจักรเหมือนที่ผ่านมา จะเห็นว่า โครงการเศรษฐกิจพอเพียงเพื่อยกระดับชุมชนนี้ จะเน้นเรื่องการใช้ชีวิตอย่างมีคุณภาพ โดยไม่พึ่งพาสิ่งที่ไม่จำเป็นหรือเกินจำเป็น ขณะเดียวกันก็ไม่เบียดเบียนธรรมชาติ เพราะสุดท้ายแล้ว มนุษย์ก็ต้องอาศัยธรรมชาติในการดำรงอยู่ สมดั่งกระแสพระราชดำรัสของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯที่พระราชทานให้แก่พสกนิกรชาวไทยที่กล่าวมาข้างต้นนั่นเอง ในตอนหน้า สำนักข่าวแห่งชาติ จะนำเสนอตัวอย่างโครงการชุมชนพอเพียงที่ประสบความสำเร็จและนำไปเป็นโครงการต้นแบบสำหรับพื้นที่อื่นและวิธีการต่อยอดให้ดียิ่งขึ้นรวมทั้งการตื่นตัวของประชาชนที่มีต่อโครงการนี้
แชร์เรื่องนี้
แท็ก :