ธ.ออมสิน อนุมัติให้องค์การค้าฯ กู้เงินเพื่อฟื้นฟูองค์การค้าจำนวน 1,500 ล้านบาท

กรมประชาสัมพันธ์

สนับสนุนเนื้อหา

รักษาการผู้อำนวยการองค์การค้าของสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมสวัสดิการและสวัสดิภาพครูและบุคลากรทางการศึกษา ระบุ ธนาคารออมสินอนุมัติให้องค์การค้าของสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมสวัสดิการและสวัสดิภาพครูและบุคลากรทางการศึกษา กู้เงินเพื่อฟื้นฟูองค์การค้าจำนวน 1,500 ล้านบาท พร้อมเตรียมเสนอให้รัฐบาลรับรู้ปัญหาขององค์การค้าฯ นายชินภัทร ภูมิรัตน เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน ในฐานะรักษาการผู้อำนวยการองค์การค้าของสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมสวัสดิการและสวัสดิภาพครูและบุคลากรทางการศึกษา (สกสค.) เปิดเผยภายหลังการประชุมบอร์ด สกสค.ว่า การประชุมวันนี้เป็นการประชุมนัดพิเศษเพื่อพิจารณาวาระสำคัญ คือ เรื่องการขอรับการสนับสนุนสินเชื่อจากธนาคารออมสิน เพื่อดำเนินแผนฟื้นฟูองค์การค้าฯ ปี 2553-2557 เนื่องจาก บอร์ด สกสค.มีมติให้ความเห็นชอบการฟื้นฟูองค์การค้าฯ ในวงเงิน 2,000 ล้านบาท ซึ่งที่ผ่านมาองค์การค้าฯ ได้มีการติดต่อหาแหล่งเงินกู้หลายแห่งรวมถึงธนาคารออมสิน และได้มีการตกลงในหลักการกับธนาคารออมสินว่า จะใช้วิธีการฝากเงินเพื่อให้สามารถกู้เงินได้ 3 เท่าของเงินที่ฝาก โดยจะต้องนำเสนอเอกสารการเงิน งบฯ กำไรขาดทุน รวมถึงแผนการใช้หนี้และแผนฟื้นฟูองค์การค้าฯ เป็นต้น ซึ่งทางธนาคารออมสินยินดีให้องค์การค้าฯ ดำเนินการตามข้อตกลงได้ โดยได้เลือกโครงการในแผนฟื้นฟูมาดำเนินการ 5 โครงการหลักคือ 1. การเพิ่มศักยภาพของร้านศึกษาภัณฑ์พาณิชย์ ให้มีสินค้าจำหน่ายอย่างครบถ้วน 2.ปรับอัตรากำลังบุคลากรให้อยู่ในจำนวนที่เหมาะสม โดยนำเงินที่ได้จากการกู้มาทำโครงการเออร์ลี่รีไทร์ 3.พัฒนาระบบสารสนเทศเพื่อจัดระบบการบริหารงาน 4.การเพิ่มศักยภาพการพิมพ์ และ 5.การประชาสัมพันธ์สร้างภาพพจน์ที่ดี และการมีส่วนร่วมของสังคม โดยในเบื้องต้น คาดว่าจะกู้เงินจำนวน 1,500 ล้านบาท ดังนั้นที่ประชุมจึงมีมติให้ สกสค.นำเงินไปฝากธนาคารออมสิน 500 ล้านบาท โดยใช้เงินฌาปนกิจสงเคราะห์ช่วยเพื่อนครูและบุคลากรทางการศึกษา (ชพค.) แต่ทั้งนี้ สกสค.จะต้องทำแผนการใช้หนี้ ชพค. ที่ค้างอยู่กว่า 300 ล้านบาท เสนอไปด้วย รักษาการผู้อำนวยการองค์การค้า กล่าวอีกว่า สำหรับปัญหาเงินเดือนพนักงานองค์การค้าฯ นั้น จากการติดตามสถานการณ์การเงินในเดือนกุมภาพันธ์นี้ องค์การค้าฯ สามารถติดตามหนี้ได้พอสมควร และในเดือนมีนาคมก็จะเริ่มมีคำสั่งซื้อสินค้าเข้ามา ทำให้จะมีเงินหมุนบรรจบกันพอดี ซึ่งคาดว่าไม่น่ามีปัญหาเรื่องการจ่ายเงินเดือนพนักงาน แต่ก็เป็นเพียงการแก้ปัญหาเฉพาะหน้าเท่านั้น ส่วนในระยะยาวคือจะต้องเร่งเรื่องการทำแผนฟื้นฟู รวมถึงขอให้รัฐบาลรับทราบภาระขององค์การค้าฯในการทำหน้าที่สนับสนุนด้านราคาของแบบเรียนที่เหมาะสม และตรึงราคาให้ไม่แบบเรียนมีราคาสูงเกินไป ซึ่งส่งผลให้องค์การค้าฯขาดทุนสะสมมา 7-8 ปี เพื่อให้รัฐบาลเข้ามาดูแลเมื่อเวลาที่องค์การค้าฯประสบภาวะวิกฤติ

เรื่องล่าสุดของ ข่าว

ดู ข่าว ทั้งหมด