ไหว้เจ้าอย่างพอเพียง

เทศกาลตรุษจีน เป็นเทศกาลที่มีเม็ดเงินสะพัดสูงอันดับ 3 รองจากเทศกาลปีใหม่และสงกรานต์ แถมปีนี้ยังตรงกับเทศกาลวาเลนไทน์ ทำให้ตรุษจีนหนนี้จะคึกคักกว่าทุกปี

ผลการสำรวจการใช้จ่ายของบริษัทศูนย์วิจัยกสิกรไทยระบุว่า มีเม็ดเงินสะพัด จากการซื้อสินค้า ท่องเที่ยว แจกเงินอั่งเปา 19,600 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 3.2% แต่ไม่ใช่การขยายตัวสูงนัก เมื่อเทียบกับปีก่อน ๆ ที่เคยเติบโตปีละ 4-5% ที่สำคัญเป็นการเพิ่มในแง่มูลค่า แต่ปริมาณการซื้อสินค้าไม่เพิ่ม

ปัจจัยลบมาจากความกังวลทางการเมือง ปัญหาเศรษฐกิจ และค่าครองชีพสูง โดยเฉพาะเครื่องเซ่นไหว้ เนื้อหมู ไก่ ผัก ผลไม้ที่ทยอยขึ้นราคา กก.ละ 5-10 บาท ทำให้พฤติกรรมการใช้จ่ายช่วงตรุษจีนยังเป็นแบบพอเพียง เลือกซื้อเฉพาะที่จำเป็น ขณะที่ร้านค้าต่างจังหวัดก็ชะลอการสั่งซื้อ เพื่อรอออร์เดอร์ที่ชัดเจน

การแจกอั่งเปาแม้มีสัดส่วนการใช้จ่ายมากสุดที่ 7,400 ล้านบาท แต่ยอดการแจกเงินไม่น่าเพิ่มขึ้น ส่งผลให้บรรยากาศ ซื้อเครื่องใช้ไฟฟ้า เครื่องประดับ เฟอร์นิ เจอร์ไม่คึกคักตามไปด้วย รวมถึงทองคำยังมีราคาสูงมาก

ส่วนกิจกรรมนิยมใช้บริการตามร้านอาหาร ห้างสรรพสินค้า โรงภาพยนตร์ ส่วนการท่องเที่ยวนิยมไปเช้ากลับเย็น ไม่นิยมเดินทางไปต่างประเทศเพราะไม่ใช่เทศกาลวันหยุดยาว

ด้านวันวาเลนไทน์ การใช้จ่ายส่วนใหญ่ยังมาจากกลุ่มวัยรุ่นและวัยทำงาน สินค้ายอดนิยมเป็นดอกไม้ โดยประเมินมีเม็ดเงินสะพัด 1,000 ล้านบาท

ภาพรวมตรุษจีนปีนี้ยังไม่ใช่ทิศทางที่ดีของคนค้าขาย คนยังระวังการใช้จ่าย ดังนั้นร้านค้าไม่ควรซื้อสินค้าจำนวนมากเพื่อรอขาย หรือปรับราคาสูงเกิน ขณะที่บริการตามร้านอาหาร โรงหนังจะคึกคัก เพราะตรงกับเทศกาลสำคัญ 2 งาน แต่เมื่อมองภาพรวมไม่ใช่เรื่องดีเท่าไร เพราะจะเกิดการใช้จ่ายกระจุกตัวแค่วันเดียว แถมร้านอาหาร โรงหนังส่วนใหญ่มีพื้นที่จำกัด หากตรุษจีนกับวาเลนไทน์ เป็นคนละวันน่าจะสร้างรายได้ต่อวันสูงกว่านี้.

เรื่องล่าสุดของหมวด การเมือง

ดูหมวด การเมือง ทั้งหมด