วีระยันไม่พาคนเคลื่อนไปเขาพระวิหาร

INN News

สนับสนุนเนื้อหา

นายวีระ สมความคิด ประธานภาคีเครือข่ายติดตามสถานการณ์กรณีเขาพระวิหาร เปิดเผยถึง แนวทางการเคลื่อนไหวคัดค้านการเดินทางมาบริเวณพื้นที่ทับซ้อนชายแดน ไทย-กัมพูชา ของ สมเด็จ ฮุนเซน นายกรัฐมนตรีกัมพูชา ว่า ทางกลุ่มจะตั้งเวทีปราศรัย บริเวณศาลหลักเมือง อ.กันทรลักษ์ จ.ศรีสะเกษ ตั้งแต่วันนี้เวลา 08.00 น. จนถึงวันที่ 8 ก.พ. โดยจะไม่มีการเคลื่อนไหวไปยัง
พื้นที่ปราสาทเขาพระวิหาร จะมีแต่ตนเองเพียงคนเดียวเท่านั้นที่จะไปสังเกตการณ์ในทุกพื้นที่ ที่สมเด็จ ฮุนเซน เดินทางไป

นายวีระ ยังระบุเพิ่มเติมว่า การเดินทางมาพื้นที่ทับซ้อนของ สมเด็จ ฮุนเซน ในครั้งนี้ เพื่อหวังผลต่อการขึ้นทะเบียนปราสาทพระวิหารเป็นมรดกโลก และต้องรีบทำแผนพัฒนาพื้นที่เพื่อเสนอต่อองค์การยูเนสโก ซึ่งยืนยันว่า สมเด็จ ฮุนเซน เข้ามาในดินแดนได้และไม่มีการโต้แย้งสิทธิ์จากประเทศไทย อย่างไรก็ตาม นายวีระ ยังกล่าวถึงกรณีที่จะมีกลุ่มที่ไม่เห็นด้วย ออกมาคัดค้านตนจนอาจจะนำไปสู่การปะทะกันอีกนั้นว่า ตนมีสิทธิ์ตามรัฐธรรมนูญที่จะออกมาแสดงการคัดค้านดังกล่าว ถ้าหากจะมีคนมาต่อต้าน ก็ให้เป็นหน้าที่ของรัฐบาลที่จะห้ามปรามคนเหล่านั้น ไม่ให้มีการเผชิญหน้าและปะทะกัน


ด้าน นายระพี ผ่องบุพกิจ ผู้ว่าราชการ จ.ศรีสะเกษ เปิดเผยว่า ขณะนี้ อยู่ระหว่างรอการประสานงานจากฝ่ายทหาร เพื่อยืนยันวันและเวลาในการมาของสมเด็จฮุนเซน เพื่อทำหน้าที่ให้การต้อนรับตามธรรมเนียมปฏิบัติ ส่วนสถานการณ์โดยทั่วไปนั้นยังถือว่าเป็นปกติ โดยส่วนของผู้ที่อาจไม่เห็นด้วยกับการมาของสมเด็จฮุนเซนนั้น ทางการข่าว ยังไม่พบว่า จะมีการก่อความวุ่นวายอะไร

นอกจากนี้ มีรายงานจากกองทัพบกเช่นเดียวกันว่า ก่อนหน้านี้ มีการประเมินสถานการณ์รายงานต่อนายกรัฐมนตรีไปแล้ว โดยมีการคาดการณ์ว่า ลักษณะเช่นนี้เป็นการเดินเกมทางการเมืองและกฎหมายระหว่างประเทศที่ค่อนข้างเด็ดขาดและรุนแรง ซึ่งมีการคาดการณ์เผื่อไว้ในกรณีที่ สมเด็จฮุนเซน อาจนั่งเฮลิคอปเตอร์มาลงบนพื้นที่รอบปราสาทเขาพระวิหาร ว่า หากมีเหตุการณ์เช่นนั้นเกิดขึ้น ประเทศไทย จำเป็นต้องให้นายทหารระดับสูงเข้าไปในพื้นที่ เพื่อแสดงตนให้การต้อนรับด้วย ทั้งนี้ หากยึดถือตามคำสั่งศาลโลกแล้ว พื้นที่โดยรอบปราสาทพระวิหาร ยังไม่ถือว่าเป็นอธิปไตยของใคร และเพื่อเป็นการป้องกันการเกิดปัญหาพิพาทเรื่องเขตแดนในอนาคตด้วยเช่นกัน

ขณะที่ นายวิเชียร ชวลิต ผู้ว่าราชการจังหวัดสุรินทร์ เปิดเผยกับ สำนักข่าวไอ.เอ็น.เอ็น. ถึงการเตรียมความพร้อมของทางราชการ ในการรับสถานการณ์การเดินทางมาตรวจเยี่ยมชายแดนของ สมเด็จฮุนเซน นายกรัฐมนตรีกัมพูชา ว่า โดยธรรมเนียมปฏิบัตินั้น หากว่ามีการเข้ามาในพื้นที่ได้จริง การต้อนรับก็เป็นไปตามธรรมเนียมปฏิบัติระหว่างชาติอยู่แล้ว ซึ่งก็มีความพร้อมตลอดเวลา ซึ่งขณะนี้ยังไม่มีการยืนยัน เรื่องกำหนดการเดินทางมาเยือนของสมเด็จฮุนเซน ที่ชัดเจน

ขณะที่ มีรายงานจากกองทัพบกว่า ก่อนหน้านี้ มีการประเมินสถานการณ์จุดเสี่ยงของการเดินทางมาของสมเด็จฮุนเซนไว้ 2 จุดคือ ที่ ปราสาทพระวิหาร และปราสาทตาเมือนธม ซึ่งที่ปราสาทตาเมือนธมนั้น รัฐบาลและกองทัพ ประเมินแล้วไม่อนุญาตให้ สมเด็จฮุนเซน เข้ามาบริเวณปราสาทอย่างเด็ดขาด เนื่องจาก เป็นพื้นที่อธิปไตยของประเทศไทยที่ชัดเจน แม้ว่า การแจ้งจากทางกัมพูชาก่อนหน้านี้จะระบุว่า สมเด็จฮุนเซน ต้องการมาเยี่ยมชมปราสาทก็ตาม แต่เนื่องจากเสี่ยงต่อการที่จะเกิดปัญหาในอนาคต ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของภาพถ่าย การเสนอข่าว ซึ่งหากมีปัญหาเกิดขึ้นแล้วอาจจะเป็นเรื่องยากที่จะแก้ไข