ชีวิตพังเพราะซื้อ "เสื้อตัวเดียว" หนุ่มติดคุกฟรี 13 ปี พ้นโทษได้เงินล้าน แต่ไม่เหลือใครเลย!

เปิดชีวิตชายจีน ผู้บริสุทธิ์ที่ถูกจำคุก 13 ปี สูญเสียทุกอย่างเพราะซื้อ "เสื้อสีเขียว" ตัวเดียว
อุทาหรณ์จากจีน! ซื้อเสื้อกันหนาวตัวเดียว ทำชีวิตพัง ติดคุกนานเป็นสิบปี กว่าจะพ้นผิดก็สายเกินแก้ กลับบ้านมาเจอบ้านร้าง ลูกเมียหนีหาย พ่อแม่ตรอมใจตาย
จะมีอะไรเจ็บปวดไปกว่าการถูกพรากอิสรภาพไปเกือบครึ่งค่อนชีวิต เพียงเพราะ "เสื้อกันหนาว" เพียงตัวเดียว นี่คือโศกนาฏกรรมชีวิตจริงของชายผู้บริสุทธิ์ ที่ต้องสูญเสียครอบครัว พ่อแม่ และช่วงเวลาที่ดีที่สุดของชีวิตไปในห้องขังนานถึง 13 ปี กว่าความจริงจะกระจ่าง ทุกอย่างก็สายเกินแก้
จุดเริ่มต้นแห่งฝันร้าย: ของขวัญปีใหม่ที่กลายเป็นหลักฐานเท็จ
เรื่องราวย้อนกลับไปในปี พ.ศ. 2534 ณ มณฑลเหอหนาน ประเทศจีน ในช่วงเวลานั้นชาวบ้านต่างหวาดผวาจากการตระเวนปล้นของกลุ่มโจรที่บุกเข้าบ้านยามวิกาล แต่ตำรวจก็ยังไม่สามารถจับกุมคนร้ายได้
"นายเอ" (นามสมมุติ) หัวหน้าครอบครัวชาวนาผู้ซื่อสัตย์ มีชีวิตที่เรียบง่ายและมีความสุขกับภรรยาและลูก 3 คน ในช่วงใกล้ตรุษจีน เขาตั้งใจซื้อของขวัญให้ครอบครัว และได้ซื้อ "เสื้อคาร์ดิแกนสีเขียว" มือสองให้ตัวเองหนึ่งตัว เพื่อใส่ฉลองปีใหม่ โดยไม่รู้เลยว่าเสื้อตัวนี้จะเปลี่ยนชีวิตเขาไปตลอดกาล
การจับกุมที่ไร้ความปรานี: ถูกซ้อม-บังคับสารภาพ
เดือนเมษายน พ.ศ. 2535 ฝันร้ายก็มาเยือน ตำรวจบุกจับกุมนายเอขณะที่เขากำลังดูแลภรรยาและลูกน้อยที่เพิ่งคลอด โดยกล่าวหาว่าเขาคือโจรปล้นทรัพย์ เพียงเพราะมีผู้เสียหายแจ้งว่า "เสื้อกันหนาวสีเขียว" ที่เขาใส่อยู่นั้น เป็นของที่ถูกขโมยไป
แม้นายเอจะปฏิเสธและชี้แจงว่าซื้อเสื้อมาจากตลาดมือสอง แต่ตำรวจไม่รับฟัง เขาถูกทารุณกรรมและซ้อมทรมานอย่างหนักเพื่อให้รับสารภาพ ด้วยความเจ็บปวดและความกลัวตาย เขาจึงจำยอมต้องรับสารภาพทั้งที่ไม่ได้ทำผิด ส่งผลให้เขาถูกคุมขังยาวนานถึง 5 ปี ก่อนศาลจะตัดสินจำคุก 16 ปี ใน พ.ศ. 2540 ทั้งที่หลักฐานแวดล้อมขัดแย้งกันเอง
แสงสว่างปลายอุโมงค์: ตำรวจน้ำดีและนักกฎหมายผู้ไม่ยอมแพ้
โชคยังเข้าข้างที่ในทีมสอบสวนมีตำรวจน้ำดีชื่อ "นายหลี่" (นามสมมุติ) ที่สังเกตเห็นพิรุธในคดีนี้ เขาพยายามแย้งผู้บังคับบัญชาว่าคำสารภาพไม่สมเหตุสมผล แต่กลับถูกเมินเฉยและเกือบโดนข้อหารับสินบน
จนกระทั่งปลายปี พ.ศ. 2540 นายหลี่ได้พบกับ "นายซิน" (นามสมมุติ) ผู้เชี่ยวชาญด้านกฎหมาย ทั้งคู่ร่วมมือกันรื้อคดีขึ้นมาใหม่ และพบหลักฐานชิ้นสำคัญที่ยืนยันที่อยู่ของนายเอได้ว่า ในช่วงเวลาที่เกิดเหตุปล้น นายเอกำลังทำงานอยู่ที่อื่น ซึ่งเป็นข้อพิสูจน์ที่หักล้างไม่ได้
อิสรภาพที่แลกมาด้วยการสูญเสียทุกอย่าง
หลังจากการต่อสู้ทางกฎหมายอันยาวนาน ในปี พ.ศ. 2548 ศาลพิพากษายกฟ้อง นายเอได้รับอิสรภาพหลังถูกจองจำฟรีๆ ถึง 13 ปี พร้อมได้รับเงินชดเชย 530,000 หยวน (ประมาณ 2.5 ล้านบาท)
แต่เงินจำนวนนี้ไม่อาจชดเชยสิ่งที่เขาเสียไปได้:
- พ่อแม่ตรอมใจตาย: พ่อแม่ของเขาช็อกและเสียชีวิตด้วยอาการเส้นเลือดในสมองตีบ หลังจากรู้ข่าวลูกชายติดคุก โดยที่เขาไม่มีโอกาสได้ดูใจ
- ครอบครัวล่มสลาย: ภรรยาและลูกๆ ทนรับแรงกดดันไม่ไหว ทิ้งเขาไปมีชีวิตใหม่
- บ้านแตกสาแหรกขาด: เมื่อกลับมาถึงบ้าน สิ่งที่รอรับเขาคือความว่างเปล่าและฝุ่นจับหนาเตอะ
นายเอในวัยกลางคน ยืนมองบ้านร้างด้วยความโศกเศร้า เงิน 2.5 ล้านบาทอาจช่วยให้เขามีกินมีใช้ แต่ไม่สามารถซื้อเวลา 13 ปี หรือเรียกวิญญาณพ่อแม่กลับคืนมาได้ นี่คืออุทาหรณ์ราคาแพงที่สะท้อนว่า "ความยุติธรรมที่ผิดพลาด" ทำลายชีวิตคนคนหนึ่งได้สาหัสเพียงใด
- อุทาหรณ์คนใจดี! ลุงติดคุกฟรี 47 วัน แค่ช่วย "จับเด็ก" ไม่ให้เจ็บ เปิดหลักฐานเดียวที่ช่วยรอด!!
- กล่องซีฟู้ดลวงโลก! เปิดโปง "คนรับสินบน" กินยาว 10 ปี ฉาวระดับชาติ 90 ล้านหยวน

อัลบั้มภาพ 5 ภาพ
ดาวน์โหลดสนุกแอปฟรี


