ข่าวในพระราชสำนัก ประจำวันที่ 2 กุมภาพันธ์ 2553

กรมประชาสัมพันธ์

สนับสนุนเนื้อหา

วันนี้ เวลา 10.00 น. พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้ พลเรือเอก ชุมพล ปัจจุสานนท์ องคมนตรี เป็นผู้แทนพระองค์ ไปในการบำเพ็ญพระราชกุศล 7 วัน พระราชทานศพ สมเด็จพระพุทธโฆษาจารย์ (พุฒ สฺวฑฺฒโน) ณ ศาลากาญจนาภิเษก วัดสุวรรณาราม เขตบางกอกน้อย กรุงเทพมหานคร อนึ่ง เมื่อวันจันทร์ที่ 1 กุมภาพันธ์ 2553 เวลา 14.10 น. สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จพระราชดำเนินไปทรงเยี่ยมโรงเรียนตำรวจตะเวนชายแดนทุ่งไม้ด้วน 2 บ้านชายควน อำเภอสะเดา จังหวัดสงขลา ทรงติดตามโครงการพระราชดำริ เพื่อพัฒนาเด็กและเยาวชนในถิ่นทุรกันดาร ปัจจุบันมีนักเรียน 214 คน ส่วนใหญ่นับถือศาสนาอิสลาม ในการนี้ มีพระราชดำริให้ส่งเสริมการส่งเสริมการเรียนการสอนในวิชาต่างๆ เพื่อเป็นพื้นฐานการศึกษาต่อและใช้ในชีวิตประจำวันรวมทั้งปลูกฝังให้รักการอ่านเป็นแบบอย่างซึ่งกันและกัน ส่วนด้านโครงการเกษตรเพื่ออาหารกลางวันมีผลผลิตเนื้อสัตว์ที่เพียงพอ ยกเว้นถั่วเมล็ดแห้ง ผัก และผลไม้ จึงจัดซื้อเพิ่มเติมและผู้ปกครองนำผลผลิตมาให้โดยเด็กที่มีน้ำหนักและส่วนสูงต่ำกว่าเกณฑ์ได้เพิ่มการดื่มนม ให้ความรู้ด้านโภชนาการ ด้านการฝึกอาชีพ ส่งเสริมการเกษตร ทำขนมพื้นบ้าน นวดแผนโบราณ และทำสวนยางพารา นอกจากนี้ยังปลูกฝังเรื่องการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมในกิจกรรมเกษตรอินทรีย์ ปลูกต้นดาวเรืองไล่แมลง และปลูกหญ้าแฝก รวมถึงอนุรักษ์วัฒนธรรมและภูมิปัญญาในกิจกรรมวันฮารีรายอ และการเข้าสุนัต ในโอกาสี้ ทรงเยี่ยมหน่วยแพทย์พระราชทานและผู้ป่วย โดยได้พระราชทานความช่วยเหลือด้านค่าใช้จ่าย และทรงรับไว้เป็นคนไข้ ในพระราชานุเคราะห์ ในการนี้ ทรงเยี่ยมราษฎรและผู้นำศาสนาซึ่งสวดดูอาร์ถวายพระพรด้วย จากนั้น เสด็จพระราชดำเนินไปยังโครงการฟาร์มตัวอย่างตามพระราชดำริ สมเด็จพระนางเจ้า ฯ พระบรมราชินีนาถ บ้านเหนือ อำเภอคลองหอยโข่ง จังหวัดสงขลา ซึ่งตั้งขึ้นเมื่อปี 2548 ปัจจุบันดำเนินการไปแล้วกว่าร้อยละ 70 และเมื่อดำเนินการแล้วเสร็จจะเป็นแหล่งเรียนรู้ด้านการเกษตร เป็นแหล่งจ้างงานแหล่งผลิตอาหาร และขยายผลสู่การค้าโดยไม่เน้นผลกำไร โอกาสนี้ ทรงปล่อยพันธุ์สัตว์ป่าบริเวณพื้นที่ป่าหลังโครงการเรือนประทับคลองหอยโข่ง ได้แก่ นกปรอดหัวโขน กระจงหนู และไก่ป่า โดยกรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธุ์พืช จัดถวาย ต่อจากนั้น ทรงปลูกต้นมะไฟกา และเงาะป่า ในพื้นที่ปลูกไม้ป่าผลกินได้ ในพื้นที่โครงการ ซึ่งมีพื้นที่ 105 ไร่ ขณะนี้ได้เร่งฟื้นฟูพื้นที่ป่า เน้นปลูกไม้ผลกินได้ เพื่อสนองพระราชดำริของ สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ที่ทรงมุ่งเน้นให้ประเทศไทยเป็นพื้นที่เกษตรกรรม และขยายผลถึงการเป็นประเทศครัวโลก เสร็จแล้วทรงปักดำพันธุ์ข้าวกข.37 โดยวิธีโยนกล้าในพื้นที่แปลงนาทดลองที่ศึกษาการปลูกข้าวในพื้นที่ที่เป็นดินทราย ซึ่งการโยนข้าวกล้านี้ เป็นการทำนาที่ใช้ต้นทุนต่ำ สามารถควบคุมวัชพืชในแปลงนาได้อย่างดี นอกจากนี้ยังให้ผลผลิต สูงกว่าการทำนาด้วยวิธีอื่น และจะพัฒนาให้เป็นแหล่งศึกษาเรยนรู้ของเกษตรกรในพื้นที่ภาคใต้ต่อไป ต่อจากนั้น ทอดพระเนตรการเลี้ยงไก่ไข่ในโครงการส่งเสริมงานปศุสัตว์ ซึ่งเป็นไก่ไข่รุ่นที่ 2 ที่เน้นการเลี้ยงแบบปล่อย หรือ "แฮปปี้ ชิก (Happy Chick) ซึ่งให้ผลผลิตไข่ไก่ ใกล้เคียงกับการเลี้ยงแบบขังกรง นอกจากนี้ยังทรงติดตามถึงสภาพความแตกต่างของไข่ไก่ที่มีลักษณะแตกต่างกัน ซึ่งไก่ที่มีลักษณะสวยงามจะให้ไข่ในปริมาณน้อย โอกาสนี้ ทรงปล่อยกุ้งก้ามกรามลงในบ่อดิน และทรงเกี่ยวข้าวพันธุ์สังข์หยดพัทลุง เพื่อส่งเสริม การปลูกข้าวพันธุ์ดังกล่าว ที่มีคุณค่าทางโภชนาการและวิตามีนสูง ในโอกาสนี้ ทอดพระเนตรการส่งเสริมการแปรรูปผลิตภัณฑ์สัตว์น้ำ และข้าว ซึ่งกรมประมงร่วมกับกรมการข้าวส่งเสริมความรู้ให้แก่เกษตรกรในการแปรรูปผลผลิตสัตว์น้ำและการปลูกข้าว เช่น การแปรรูปปลานิล ปลาดุก ให้เป็นปลาเส้น ปลาหวาน ปลาแดดเดียว ปลาส้ม และซาลาเปาไส้ปลา นอกจากนี้ ยังมีผลิตภัณฑ์จากข้าวพันธุ์สังข์หยดพัทลุงที่แปรรูปเป็นขนมข้าวตู ครองแครงกรอบ และทองพับ เพื่อถนอมอาหารและสร้างรายได้เสริม ซึ่งผลิตภัณฑ์ที่ได้ จะจำหน่ายภายในฟาร์ม รวมถึงตลาดนัดในพื้นที่ใกล้เคียง สมควรแก่เวลา จึงประทับเครื่องบินพระที่นั่ง เสด็จพระราชดำเนินกลับที่ประทับแรม ณ พระตำหนักคลองหอยโข่ง อำเภอคลองหอยโข่ง จังหวัดสงขลา

เรื่องล่าสุดของหมวด สังคม

ดูหมวด สังคม ทั้งหมด