หุ้นสำคัญทั่วโลกทะยานหลังภาคการผลิตฟื้นตัว

ตลาดหุ้นทั่วโลกดีดตัวขึ้นในช่วงปิดตลาดเมื่อวานนี้ ขณะที่พันธบัตรกระทรวงการคลังของสหรัฐลดลง และเงินดอลลาร์สหรัฐก็อ่อนค่าลงเมื่อเทียบกับค่าเงินยูโร หลังจากพบว่า ข้อมูลด้านการผลิตของสหรัฐแข็งแกร่งที่สุดในรอบ 5 ปีครึ่งในเดือนมกราคม ตั้งแต่เดือนสิงหาคม 2547 หลังจากที่ตัวเลขภาคการผลิตจากจีน ออสเตรเลีย และประเทศยูโรโซนต่างเพิ่มขึ้น

จากการที่ตัวเลขภาคการผลิตของสหรัฐ และผลประกอบการของบริษัทเอ็กซ์ซอน โมบิล ดีขึ้นกว่าที่คาดการณ์ไว้ ส่งผลดีต่อตลาดหุ้นทั่วโลก โดยดัชนีอุตสาหกรรมดาว โจนส์ ตลาดหุ้นนิวยอร์ก ปิดเพิ่มขึ้น 118.20 จุด หรือร้อยละ 1.17 อยู่ที่ 10,185.53 จุด,ดัชนีแนสแดค ปิดเพิ่มขึ้น 23.85 จุด อยู่ที่ 2,171.20 จุด หรือร้อยละ 1.11,เอสแอนด์พี เพิ่มขึ้น 15.32 จุด อยู่ที่ 1,089 จุด หรือร้อยละ 1.43 ส่วนหุ้นของเอ็กซ์ซอน โมบิล ก็ดีดตัวขึ้นถึงร้อยละ 2.7 ปิดที่ 66.18 ดอลลาร์ต่อหุ้น

ขณะที่ ดัชนีไฟแนนเชี่ยลไทม์ส ตลาดหุ้นลอนดอน ปิดที่ 5,247.41 จุด เพิ่มขึ้น 58.89 จุด หรือร้อยละ 1.14,ดัชนีดีเอเอ็กซ์ ตลาดหุ้นแฟร้งค์เฟิร์ต ปิดที่ 5,654.48 จุด เพิ่มขึ้น 45.69 จุด หรือร้อยละ 0.81 และดัชนีซีเอซี 40 ตลาดหุ้นปารีส ทะยานขึ้น 22.55 จุด อยู่ที่ 3,762.01 จุด หรือร้อยละ 0.60

อย่างไรก็ตาม ตลาดหุ้นมีปฏิกิริยาอย่างจำกัดต่อการประกาศงบประมาณรายจ่ายประจำปีของสหรัฐ โดยเมื่อวานนี้ตามเวลาท้องถิ่น ประธานาธิบดีบารัค โอบามา ประกาศแผนงบประมาณรายจ่ายประจำปี 2554 จำนวน 3.8 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งงบประมาณส่วนใหญ่ทุ่มให้กับการสร้างงาน โดยหั่นงบประมาณส่วนอื่นลง และผู้นำสหรัฐคาดการณ์ด้วยว่า ยอดขาดดุลของสหรัฐจะเพิ่มขึ้นเป็นสถิติสูงสุดที่ 1.56 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐในปีนี้ จึงได้ล้มเลิกแผนการที่จะส่งนักบินอวกาศกลับขึ้นไปสำรวจดวงจันทร์ ซึ่งต้องใช้งบประมาณจำนวนมหาศาล และจะหาทางประหยัดเงินอีก 250,000 ล้านดอลลาร์ ด้วยการหั่นรายจ่ายจากโครงการภายในประเทศอื่น ๆ อีกหลายโครงการในระยะเวลา 3 ปี

รัฐสภาต้องลงมติรับรองงบประมาณรายจ่ายในปีการเงิน 2554 ซึ่งจะเริ่มต้นขึ้นในวันที่ 1 ตุลาคม เพื่อให้มีผลบังคับใช้ต่อไป.

เรื่องล่าสุดของหมวด ต่างประเทศ

ดูหมวด ต่างประเทศ ทั้งหมด