ชูนโยบายโฉนดที่ดิน แก้ไขปัญหาที่ทำกิน

วันนี้(1 ก.พ.) ที่ทำเนียบรัฐบาล นายสาทิตย์ วงศ์หนองเตย รมต.ประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ภายหลังการประชุมคณะกรรมการอำนวยการแก้ไขปัญหาของเครือข่ายปฏิรูปที่ดินแห่งประเทศไทยที่นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี เป็นประธานและมีตัวแทนของเครือข่ายปฏิรูปที่ดินเข้าร่วมประชุมด้วย ว่า ที่ประชุมไม่ได้มีการรายงานกรณีเขาสอยดาว จ.จันทบุรี และได้แก้ไขปัญหาของเครือข่ายฯไปได้หลายเรื่องเช่น กรณีสวนป่าครสาร จ.ชัยภูมิ ที่มีความขัดแย้งจนเจ้าหน้าที่องค์การอุตสาหกรรมป่าไม้ (ออป.)เข้าไปในพื้นที่ไม่ได้ซึ่งที่ประชุมเห็นว่าต้องมีการพูดคุยกันโดยทางสำนักนายกรัฐมนตรีเป็นคนกลางในการประสานงาน ส่วนปัญหาข้อพิพาทที่ดินที่ จ.สุราษฎร์ธานี ที่มีความรุนแรงจนมีผู้เสียชีวิตขณะนี้ทายาทไดรับเงินชดเชยจากกรมคุ้มครองสิทธิ์เรียบร้อยแล้ว และได้มีการส่งกำลัง ตชด.ไปดูแลในพื้นที่อย่างใกล้ชิดด้วย ทั้งนี้ทางตัวแทนเครือข่ายเห็นว่าควรจะทำผลการประชุมครั้งนี้เข้าที่ประชุม ครม.เพื่อให้ ครม.ได้รับทราบและจะเป็นการผูกพันการทำงานของทุกหน่วยงาน

นายสาทิตย์ กล่าวต่อว่า สำหรับปัญหาการประกาศพื้นที่อุทยานแห่งชาติทับพื้นที่ชาวบ้านที่ประชุมเห็นว่าในกรณีที่ชาวบ้านร้องว่าเข้าไปอยู่ก่อนนั้นให้มีการทุเลาการดำเนินการไปก่อนเพื่อจะได้ตรวจสอบสิทธิ์ที่ถูกต้องก่อน หากกรณีใดที่เห็นว่าจะชาวบ้านใช้เป็นที่ทำกินก็ขอให้แก้ไขปัญหาด้วยรูปแบบโฉนดชุมชน ส่วนกรณีที่มีการบุกรุกใหม่นั้นต้องเจ้าหน้าที่ต้องดำเนินการโดยเด็ดขาด ส่วนปัญหาคดีความการฟ้องร้องระหว่างเจ้าน้าที่และชาวบ้านในคดีเพ่งที่มีการเรียกเงินจำนวนมากนั้น ที่ประชุมมีมติให้ใช้กระบวนการไกล่เกลี่ย โดยกรณีทุนทรัพย์ไม่เกิน 2 ล้านบาทนั้นเป็นเรื่องที่อัยการและส่วนราชการในพื้นที่ดำเนินการได้ แต่ถ้าเกินจำนวน 2 ล้านบาทเป็นเรื่องที่กระทรวงการคลังและกระทรวงทรัพย์ฯจะเป็นผู้ดูแล อย่างไรก็ตาม นายกฯยังได้ย้ำในที่ประชุมด้วยว่า ให้แต่ละกระทรวงทำเข้าใจกับส่วนราชการระดับจังหวัดหรือระดับพื้นที่เกี่ยวกับแนวนโยบายด้วยเพื่อให้มีการปฎิบัติงานในแนวทางกัน ส่วนการตั้งกองทุนธนาคารที่ดินนั้น ทางนายกรัฐมนตรีเห็นว่าจะนำไปพิจารณารวมกับข้อเสนอของกระทรวงการคลังซึ่งคาดว่าจะใช้เวลาประมาณ 2 เดือน.

เรื่องล่าสุดของหมวด การเมือง

ดูหมวด การเมือง ทั้งหมด