“ตรีชฎา” ติง รัฐปล่อยกัญชาคาเฟ่ ผุดกลางเมือง วอนเร่งทบทวน

“ตรีชฎา” ติง รัฐปล่อยกัญชาคาเฟ่ ผุดกลางเมือง วอนเร่งทบทวน

“ตรีชฎา” ติง รัฐปล่อยกัญชาคาเฟ่ ผุดกลางเมือง วอนเร่งทบทวน
INN News

สนับสนุนเนื้อหา

“ตรีชฎา” ติง รัฐปล่อยกัญชาคาเฟ่ ผุดกลางเมือง ขอหยุดทำลายอนาคตลูกหลานก่อนจะฟื้นคืนสภาพเดิมไม่ได้

 นางสาวตรีชฎา ศรีธาดา รองโฆษกพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า ขณะมีข้อมูลที่ได้รับจากคนในพื้นที่รวมทั้งในสื่อสังคมออนไลน์ได้นำเสนอว่า มีการเปิดกัญชาคาเฟ่ ในหลายจังหวัด ซึ่งย่านถนนข้าวสารใจกลางเมืองกรุงเทพมหานคร มีร้านหลายร้านเปิดขายกัญชาในลักษณะสันทนาการ มีการจัดเก้าอี้นั่ง และระบบระบายควันในห้องอย่างหรูหรา ลูกค้า 90% เป็นชาวต่างชาติ อีก 10% เป็นคนไทย ที่เข้ามาบริโภคเครื่องดื่มที่เป็นผลิตภัณฑ์จากกัญชา โดยเฉพาะจากช่อดอก โดยผู้ประกอบการอ้างว่ามีใบอนุญาตและในการขออนุญาตก็มีเจ้าหน้าที่จากกรมการแพทย์แผนไทยฯเข้ามาตรวจสถานที่ก่อน ทั้งๆ ขัดต่อกฎกระทรวงสาธารณสุขข้อ 3 (5) ห้ามจําหน่ายสมุนไพรควบคุมเพื่อการสูบในสถานที่ประกอบการ เว้นแต่การจําหน่าย โดยผู้ประกอบวิชาชีพเวชกรรม ตามกฎหมายว่าด้วยวิชาชีพเวชกรรม ผู้ประกอบวิชาชีพการแพทย์แผนไทย ซึ่งก่อนหน้านี้นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข ได้ออกประกาศกระทรวงสาธารณสุขฉบับแรกที่ประกาศเมื่อเดือนมิ.ย.65 ไม่มีบทลงโทษ ทำให้เกิดร้านกัญชาสันทนาการผุดขึ้นเป็นดอกเห็ดนี่คือกัญชาทางการแพทย์ตรงไหน

นางสาวตรีชฎา ระบุว่า ในสภาวะสุญญากาศที่ไม่มีกฏหมายออกมารองรับ ทั้งเพื่อการควบคุมการใช้และการกำหนดโทษผู้ฝ่าฝืนการจำหน่ายกัญชา ยังหลักลอยไร้การวางมาตรการป้องกันการเข้าถึงกัญชาได้โดยง่าย ขณะนี้กัญชาถูกปลดล็อคไม่ใช่สารเสพติดให้โทษ มีแต่ประกาศกระทรวงสาธารณสุขที่ออกมาแต่ไม่มีผลในการควบคุมและลงโทษในทางปฏิบัติ จะเกิดผลกระทบต่อเด็กและเยาวชนยากที่จะป้องกันแก้ไข นี่คือความห่วงใยของพรรคเพื่อไทยและคนไทยทั้งประเทศ รัฐบาลผสมจากหลายพรรคจะมีท่าทีอย่างไรต่อการที่พรรคภูมิใจไทยผลักดันนโยบายกัญชาเสรีโดยที่ไม่มีมาตรการที่รัดกุมในการป้องกัน

พรรคเพื่อไทย ยังยืนยันว่า สนับสนุนกัญชาเพื่อประโยชน์ในทางการแพทย์ ใช้บำบัดรักษาโรคภัยต่างๆ เท่านั้น ไม่สนับสนุนกัญชาเพื่อสันทนาการ, ไม่สนับสนุนให้ประเทศไทยเป็นศูนย์กลางกัญชา และทวงคืนอนาคตลูกหลานไทยจากกัญชา ที่สามารถเข้าถึงได้ง่ายจากการปล่อยกัญชาเสรี มีกัญชาฟรีทุกบ้าน จึงอยากให้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและนายอนุทิน ผู้กำกับนโยบาย กลับมาทบทวน เรื่องกัญชาเสรีอย่างละเอียดอีกครั้ง เพราะปัจจุบันหากเยาวชนนำกัญชามาเสพโดยขาดความรู้ความเข้าใจ จะเกิดผลต่อจิตประสาท เกิดปัญหาตามมา ทิ้งเป็นมรดกบาปให้ลูกหลานจะสายเกินแก้ หากยังปล่อยให้ปลูกและขายกันอย่างเสรีต่อไปแบบนี้ สังคมไทยจะตกต่ำดำดิ่งลงยิ่งกว่าที่เป็นอยู่