มาบตาพุดฉุดซื้อขายหุ้นต่ำสุด

นายวิรไท สันติประภพ รองผู้จัดการ สายงานพัฒนาและวางแผนกลยุทธ์องค์กร ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) เปิดเผยว่า ในเดือน พ.ย.ที่ผ่านมา ดัชนีหุ้นไทยค่อนข้างผันผวน โดยต้นเดือนได้รับอานิสงส์จากการปรับขึ้นของตลาดหุ้นภูมิภาค ส่งผลให้ดัชนีปรับขึ้นไปปิดสูงสุดของเดือนที่ระดับ 717.90 จุด ในวันที่ 11 พ.ย. แต่ปรับลดลงช่วงสัปดาห์ที่ 3-4 ซึ่งดัชนีปิดสิ้นเดือนที่ 689.07 จุด เพิ่มขึ้น 0.56% เมื่อเทียบกับเดือนก่อนหน้า เนื่องจากนักลงทุนกังวลปัญหามาบตาพุดและการเมืองในประเทศที่มีข่าวการชุมนุมของกลุ่มการเมืองต่าง ๆ

นอกจากนี้ ยังทำให้มูลค่าการซื้อขายเฉลี่ยรายวันปรับลดลงต่ำสุดในรอบ 4 เดือน หรืออยู่ที่ 18,954 ล้านบาท นับจากเดือน ก.ค. 52 ที่มีมูลค่าการซื้อขายเฉลี่ยวันละ 17,821 ล้านบาท ขณะที่นักลงทุนต่างชาติกลับมาเป็นฝ่ายขายสุทธิที่ 13,239 ล้านบาท ซึ่งเป็นครั้งแรกรอบ 9 เดือน หลังเป็นฝ่ายซื้อสุทธิต่อเนื่องกัน 8 เดือน แต่หากนับรวมจากต้นปีถึงเดือน ก.ย. พบว่า นักลงทุนต่างชาติยังซื้อสุทธิ 42,483 ล้านบาท จากปี 51 ที่ขายสุทธิ 162,357 ล้านบาท

ในเดือน พ.ย.ที่ผ่านมา นักลงทุนต่างชาติกังวลปัญหามาบตาพุด จึงเทขายหุ้นออกมาและความกังวลนี้จะยังอยู่จนกว่าจะมีแนวทางแก้ปัญหาที่ชัดเจนและเป็นรูปธรรม จากคณะทำงานร่วม 4 ฝ่าย เพื่อแก้ปัญหามาบตาพุด ซึ่งเชื่อว่าจากนี้จนถึงสิ้นปีจะยังเห็นนักลงทุนต่างชาติขายสุทธิ เพราะยังมีความไม่แน่นอนทั้งกรณีมาบตาพุดและข่าวการชุมนุมทางการเมือง ส่งผลให้ตลาดหุ้นอื่นได้รับอานิสงส์จากกระแส เงินทุนไหลเข้าแทน เช่น อินโดนีเซีย ที่นักลงทุนต่างชาติเพิ่มปริมาณการซื้อขายมากขึ้น หลังมีความต่อเนื่องเรื่องนโยบายเศรษฐกิจ.

เรื่องล่าสุดของหมวด การเมือง

ดูหมวด การเมือง ทั้งหมด