ผัวสิ้นท่าคุกเข่าไหว้ขอโทษเมีย หลังไล่แทงปางตาย จบชีวิตคู่แยกทางทั้งน้ำตา

ผัวสิ้นท่าคุกเข่าไหว้ขอโทษเมีย หลังไล่แทงปางตาย จบชีวิตคู่แยกทางทั้งน้ำตา
Sanook! Regional

สนับสนุนเนื้อหา

ผัวสิ้นท่า ไม่เหลือแล้วความโหด คุกเข่าไหว้ขอโทษเมีย หลังไล่แทงเมียปางตาย จบชีวิตคู่แยกทางทั้งน้ำตา

จากกรณี เมื่อเวลา 20.30 น.วันที่ 27 มกราคม 2565 พ.ต.ท.สุนทร พิมพันธ์ สารวัตรสอบสวน สภ.พระสมุทรเจดีย์ สมุทรปราการ ได้รับแจ้งมีเหตุหญิงถูกแทงด้วยอาวุธมีดได้รับบาดเจ็บ ที่บริเวณโค้งโรงแก๊ส ภายในซอยสุขสวัสดิ์78 ต.ในคลองบางปลากด อ.พระสมุทรเจดีย์ จ.สมุทรปราการหลังรับแจ้งจึงพร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ชุดสืบสวนและอาสาสมัครมูลนิธิป่อเต็กตึ๋งเดินทางเข้าตรวจสอบ 

ที่เกิดเหตุพบผู้บาดเจ็บเป็นหญิงชื่อ น.ส. ศันสนีย์ อายุ 37 ปี ชาวจังหวัดอุดรธานี มีบาดแผลถูกแทงด้วยอาวุธมีดที่บริเวณต้นขาข้างขวา รวมทั้งต้นคอด้านหลังและนิ้วมือข้างซ้ายรวม 3 แผล นอนหมดสติอยู่กับพื้นถนน อาสาสมัครกู้ชีพมูลนิธิให้การปฐมพยาบาลเบื้องต้นก่อนนำส่งรักษาที่โรงพยาบาลบางจาก ใกล้กันพบนายประพันธ์ อายุ 37 ปี ชาวจังหวัดอุดรธานี เป็นผู้ก่อเหตุที่ใช้อาวุธมีดแทงผู้บาดเจ็บ ซึ่งเป็นเมียของตัวเอง ยืนอยู่ในอาการมึนเมา และพบมีดทำครัวปลายแหลม ความยาวประมาณ 35 เซนติเมตร จึงเก็บไว้เป็นหลักฐาน ก่อนคุมตัวมาทำการสอบสวนที่โรงพัก สภ.พระสมุทรเจดีย์  

จากการสอบสวน นายประพันธ์ ผู้ก่อเหตุ ได้ให้การว่า ตนและภรรยาอยู่ด้วยกันมาประมาณ 2 ปี ตนมักดื่มเหล้าอยู่เป็นประจำพอเมาก็มักจะมีปากเสียงกับภรรยาอยู่เป็นประจำ วันนี้หลังเลิกงาน และกลับมาที่ห้องพักและได้ดื่มสุราจนเมา และภรรยามาพูดเรื่องการตกแต่งบ้านจึงทำให้เกิดมีอารมณ์โมโหและทะเลาะกัน ภรรยาเข้ามาทำร้ายตน ตนจึงได้วิ่งไปคว้ามีดมาไล่ทำร้ายภรรยาจนได้รับบาดเจ็บดังกล่าว  

เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ได้แจ้งข้อกล่าวหาว่า ทำร้ายร่างกายผู้อื่นเป็นเหตุให้ได้รับบาดเจ็บโดยใช้อาวุธ ก่อนควบคุมตัวไว้เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป 

(28 ม.ค.65) เมื่อเวลา 13.00 น. พ.ต.ท.สุนทร พิมพันธ์ สารวัตรสอบสวน สภ.พระสมุทรเจดีย์ สมุทรปราการ พร้อมด้วยจ่าสิบเอก ปรีดี ทองเหมือน เจ้าหน้าที่คุ้มครองสิทธิและเสรีภาพ สำนักงานยุติธรรมจังหวัดสมุทรปราการ ได้เชิญตัว น.ส.ศันสนีย์ อายุ 37 ปี ผู้บาดเจ็บที่ถูกนาย ประพันธ์ อายุ 37 ปี ผู้เป็นสามีใช้มีดไล่แทงจนได้รับบาดเจ็บมาสอบปากคำเพิ่มเติม

โดยในวันนี้ น.ส. ศันสนีย์ ผู้บาดเจ็บ ได้เดินทางมาพร้อมกับญาติ เข้าพบพนักงานสอบสวน โดยสภาพร่างกาย น.ส.ศันสนีย์  ยังมีอาการเจ็บปวดบาดแผลอยู่ยังต้องใช้คนประคองเวลาเดิน โดยเจ้าหน้าที่ยุติธรรมจังหวัดสมุทรปราการ ได้เข้ามาดูแลผู้ได้รับบาดเจ็บแล้ว และหาทางเยียวยาเบื้องต้น 

เมื่อนาย ประพันธ์ ได้เจอหน้า น.ส. ศันสนีย์  ผู้เป็นภรรยา คุกเข่ายกมือไหว้ขอโทษผู้เป็นภรรยา โดยทั้งคู่ต่างก็พากันร้องไห้ และขอแยกทาง โดยนายประพันธ์ ได้แบ่งทรัพย์ที่มีอยู่คือสร้อยคอทองคำน้ำหนัก 5 บาท 1 เส้น ให้กับ น.ส. ศันสนีย์ ส่วนเงินในบัญชีที่มีอยู่เกือบสองหมื่นบาทนาย ประพันธ์ ขอเอาไว้ 

ส่วนเรื่องบ้านที่กำลังก่อสร้าง ที่ จ.อุดรธานี ซึ่งเป็นที่และบ้านของนาย ประพันธ์ ก็ยังคงให้น้องเขย น.ส.ศันสนีย์ ทำต่อจนกว่าจะแล้วเสร็จ ส่วนทางทางคดีก็ขอให้เป็นเรื่องของเจ้าหน้าที่ตำรวจที่จะดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป