จ. นครศรีธรรมราช เตรียมชี้แจงถึงคุณูปการ และสถานที่เหมาะสมสำหรับการก่อสร้างอนุสาวรีย์เจ้าพระยานครฯ(น

กรมประชาสัมพันธ์

สนับสนุนเนื้อหา

จังหวัดนครศรีธรรมราช เร่งชี้แจงถึง คุณูปการของ เจ้าพระยานครศรีธรรมราช (น้อย) ที่จะต้องสร้างอนุสาวรีย์เพื่อประกาศเกียรติภูมิ และยกย่องเชิดชูเกียรติต่อกรมศิลปากร นายสุชาติ สุวรรณกาศ ปลัดจังหวัดนครศรีธรรมราช เปิดเผยหลัง การประชุมคณะกรรมการก่อสร้างอนุสาวรีย์เจ้าพระยานครศรีธรรมราช (น้อย) ว่า จากการที่จังหวัดนครศรีธรรมราช ร่วมกับผู้แทนสายสกุล ณ นคร ได้มีการประชุมและมีความเห็นควรก่อสร้างอนุสาวรีย์เจ้าพระยานครศรีธรรมราช (น้อย) เนื่องจากผู้ที่ได้ประกอบกรณียกิจเป็นประโยชน์อย่างยิ่งใหญ่แก่บ้านเมือง เพื่อให้เป็นที่รวมพลังใจศรัทธา และความนิยมนับถือของประชาชน เป็นแบบฉบับแก่อนุชนรุ่นหลังสืบไป โดยหลังการประชุมและมีความเห็นชอบและแต่งตั้งคณะกรรมการก่อสร้างอนุสาวรีย์ฯ เมื่อเดือนเมษายน 2552 และกำหนดก่อสร้าง ณ บริเวณลานตะเคียน หน้าศาลากลางจังหวัดนครศรีธรรมราช หลังเก่า พร้อมๆกับการเสนอขออนุญาตจากกรมศิลปากร ล่าสุด กรมศิลปากรได้มีหนังสลงวันที่ 28 กันยายน 2552 ไม่เห็นชอบในการสร้างอนุสาวรีย์ ณ ลานตะเคียนดังกล่าว คณะกรรมการจึงได้ประชุมหารือร่วมกันอีกครั้ง ซึ่งล่าสุดมีการประสานงานเป็นการภายใน โดยเหตุผลส่วนหนึ่ง อาจเกิดการจากการนำเสนอรายละเอียด และความสำคัญของเจ้าพระยานครศรีธรรมราช (น้อย) ยังไม่เพียงพอ รวมถึงสถานที่สำหรับการก่อสร้าง ซึ่งเดิมเป็นพื้นที่วังของเจ้าเมืองนคร ที่ได้มอบให้ทางราชการใช้ประโยชน์ จึงนับว่ามีความเหมาะสมทั้งคุณูปการ และสถานที่ จึงเตรียมทำหนังสือชี้แจงรายละเอียดเพิ่มเติมเพื่อให้กรมศิลปากรได้พิจารณาอีกครั้งคาดว่าจะไม่มีปัญหา สำหรับเจ้าพระยานครศรีธรรมราช (น้อย) เป็นบุตรของเจ้าพระยานครศรีธรรมราช (พัฒน์) พระธิดาองค์เล็กของ เจ้านคร ที่ได้รับพระราชทานจากเจ้ากรุงธนบุรี ในสมัยที่มีตำแหน่งเป็นเจ้าอุปราช ซึ่งเจ้าอุปราชได้ยกย่องให้เป็น ท่านผู้หญิงกิตติมศักดิ์อยู่ตลอดอายุ และนางนั้นก็มีบุตรกับเจ้าพระยานคร (พัฒน์) เพียงคนเดียว คือ เจ้าพรานคร (น้อย) ในช่วงของการดำรงตำแหน่งเจ้าพระยานครศรีธรรมราช (น้อย) นั้นได้ปราบกบฏเมืองไทรบุรี การทูต การช่างและการปกครอง ซึ่งใน "สาส์นสมเด็จ ที่สมเด็จกรมพระยาดำรงราชานุภาพทรงกล่าวยกย่องเจ้าพระยานครศรีธรรมราช (น้อย) ตอนหนึ่งว่า "เป็นผู้มีอำนาจมากกว่าเจ้าพระยานครทั้งปวง ได้บังคับบัญชาตลอดขึ้นมาถึงเมืองไชยาข้างฝั่งตะวันตก มีอำนาจแผ่เอื้อมไปจนถึงถลาง นำทัพศึก ที่เป็นเรื่องสำคัญก็คือตีเมืองไทร มีอำนาจในเมืองแกมาก นับถือเป็นพระเจ้าแผ่นดินรอง เป็นผู้ได้รับอำนาจทำหนังสือสัญญากับอังกฤษ เจ้าของพระขรรค์เนาวโลหะ พระแทนถม พระราชยานถม พระแสงง้าว พระแสนทาวนถม และอื่น ๆ ซึ่งข้อความนี้จะนำไปจากรึกที่แท่นฐาน อนุสาวรีย์ที่มีขนาดเท่าครึ่ง น้ำหนักโลหะในการหล่อ 1,699 กิโลกรัม ใช้งบประมาณการก่อสร้างทั้งสิ้น 2 ล้านบาท

ติดตามSanook! News

ข่าวด่วน เกาะกระแสข่าวดัง บน Facebook คลิกที่นี่ และร่วมเป็นแฟนเพจเราบน Facebook.. ได้ที่นี่เลย!!