หกแสนล้าน!!

หัวเรื่องวันนี้ ถ้าเขียนเป็นตัวเลข คงยาว และอ่านยาก เผลอพิมพ์ตกก็จะไขว้เขวกับมูลค่าเปล่า ๆ

นี่เป็นประมาณการการค้าขายในระบบอีคอมเมิร์ซ หรือการพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ของไทย ซึ่งแม้คนส่วนใหญ่ไม่เคยเห็นว่าเงินก้อนนี้โตขนาดไหน แต่ผู้รู้ทางการค้า ก็ยืนยันว่ายังน้อย !

การค้าขายออนไลน์ หรือการทำธุรกิจโดยไม่ต้องมีหน้าร้าน แค่ถ่ายภาพผลิตภัณฑ์ นำขึ้นอวดทางอินเทอร์เน็ตให้ดูและสั่งซื้อได้จากจอคอมพิวเตอร์ ที่ไหนในโลกก็ได้นั้น ถึงจะมีหลายรายทำแล้วรวย แต่ก็มีอีกเยอะที่ยังแหยง ซึ่งเป็นเพราะผู้ซื้อส่วนใหญ่ไม่กล้าจะซื้อหาสิ่งของที่ไม่ได้จับต้อง เห็นของจริง ขณะเดียวกันผู้ขายก็เก่งเรื่องระบบไอที แต่ไม่ถนัดการดูแลลูกค้า บรรดากฎหมายระเบียบ นโยบาย ก็ไม่ค่อยชัดเจน ที่แน่ ๆ ระบบการขนส่งไม่ค่อยตอบสนอง ทั้งมีราคาแพง ทำให้ขายของถูกไม่ค่อยได้

ปัญหาเหล่านี้มิได้ถูกละเลย หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง อาทิ กระทรวงพาณิชย์ รวมถึงภาคเอกชนได้แก่ สมาคมผู้ประกอบการค้าพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ไทย ให้ความสนใจให้การช่วยเหลือในรูปแบบต่าง ๆ โดย ราเมศ โสดารัตน์ กรรมการสมาคมผู้ประกอบการพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ที่ปรึกษาโครงการ dbdvote.com (ดีบีดีโวตดอตคอม) กระทรวงพาณิชย์บอกว่า มูลค่าการค้าในระบบพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ ที่ว่ามีอยู่ หกแสนห้าหมื่นล้านบาทนั้น หากพิจารณาการขยายตัว จะเห็นการเพิ่มนอีกไม่ต่ำกว่าสองแสนล้านบาท

อัตราการขยายตัวในปีนี้เกินกว่า 90 เปอร์เซ็นต์ !

ราเมศบอกว่า การค้าขายมูลค่าขนาดนี้ หน่วยงาน ต่าง ๆ อาทิ คณะกรรมการธุร กรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ ไม่ได้นิ่งนอนใจ มีแผนการส่งเสริมผู้ประกอบการพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ในด้าน ต่าง ๆ โดยผู้ประกอบการที่ได้รับประโยชน์จากแผนฯ ก็คือผู้ให้บริการชำระเงินอิเล็กทรอนิกส์, ผู้ประกอบการด้านธุรกิจโรงแรมและการท่องเที่ยว รวมถึงผู้ประกอบการธุรกิจด้านบริการ นอกจากนั้น ยังได้ ร่วมมือกับกระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร ทำโครงการส่งเสริมและให้ความรู้ด้านการทำธุรกรรมอิเล็ก ทรอนิกส์กับผู้ประกอบการทั่วไปที่สนใจ โดยจะจัดสัมมนาให้ความรู้ด้านการทำธุรกรรมอิเล็กทรอนิกส์ขึ้นในเดือนกุมภาพันธ์ ปี 2553 ที่กรุงเทพฯ เชียงใหม่ และขอนแก่น กับยังคอยให้ความช่วยเหลือสมาชิกของสมาคม ด้วยการประสานงานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเมื่อสมาชิกได้รับความเดือดร้อนอยู่เป็นประจำและต่อเนื่อง

ใช่แต่เพียงดูแล ช่วยเหลือกันเอง ในด้านการคุ้มครองผู้บริโภค ทางสมาคมฯ ก็ร่วมมือกับหน่วยงานภาครัฐที่เกี่ยวข้อง ตั้งศูนย์รับข้อร้องเรียนด้านอีคอมเมิร์ซ อยู่ที่กรมธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์ ซึ่งมีเพียงแห่งเดียว ยังไม่เพียงพอต่อสมาชิกฯ ทั่วประเทศ

เท่ากับว่าคนทำธุรกิจค้าขายออนไลน์ไม่ได้ถูก ปล่อยลอยแพให้เคว้งคว้างกลางกระแสคลื่นในโลกไซเบอร์เพียงลำพัง ยังมีหน่วยงานทั้งภาครัฐและเอกชนที่คอยช่วยเหลือไม่ให้เหนื่อยหน่าย ท้อแท้อยู่คนเดียว โดยราเมศมีข้อเสนอแนะกับผู้กำลังจะเริ่มต้นว่า สิ่งสำคัญที่ต้องศึกษาก่อนก้าวเข้ามา ก็คือ ความรู้เบื้องต้นด้านการทำธุรกิจออนไลน์อย่างมืออาชีพ, การศึกษาตลาดซื้อขาย บริการ ทั้งในและต่างประเทศ, ศึกษาลักษณะ และพฤติกรรมของลูกค้า ขณะเดียวกัน ก็ต้องศึกษาคู่ค้าและคู่แข่งในธุรกิจออนไลน์ ทั้งในและต่างประเทศด้วย

สำหรับธุรกิจที่ควรจะรีบเข้ามาสู่ระบบพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ เพราะความจำเป็นมาถึงแล้ว ได้แก่ กลุ่มโรงแรมและการท่องเที่ยว เพราะเป็นกลุ่มธุรกิจที่ควรเน้นการประชาสัมพันธ์และส่งเสริมการขายด้วยระบบออนไลน์ ซึ่งทางสมาคมได้ร่วมกับกรมพัฒนาธุรกิจการค้า จัดอบรมให้ความรู้มาโดยตลอด

สำหรับผู้ประกอบการ คงทราบกันว่าคอมพิวเตอร์และระบบออนไลน์ คือเครื่องมือสำหรับฉวย คว้า เงินหกแสนล้านที่อยู่ตรงหน้า ซึ่งรอช้าไม่ได้

คลิกแล้วรวย.

วีระพันธ์ โตมีบุญ

VeeraphanT@Gmail.com

เรื่องล่าสุดของหมวด สังคม

ดูหมวด สังคม ทั้งหมด