สำนักงานสถิติแห่งชาติกรมสุขภาพจิต เผย วิกฤตเศรษฐกิจและพิษการเมืองเป็นเหตุส่งผลให้คนกรุงมีสุขภาพจิตแย

กรมประชาสัมพันธ์

สนับสนุนเนื้อหา

อธิบดีกรมสุขภาพจิต เผย วิกฤตเศรษฐกิจและเหตุการณ์ทางการเมือง ส่งผลให้คนกรุงมีสุขภาพจิตแย่ลง ขณะที่คนชนบทกลับมีสุขภาพจิตดีขึ้น นายแพทย์ชาตรี บานชื่น อธิบดีกรมสุขภาพจิต เปิดเผยว่า จากการสำรวจด้านสุขภาพจิตของประชาชนกว่า 50,000 คนทั่วประเทศ ตั้งแต่เดือนมกราคม-มิถุนายน 2552 ระบุ ภาพรวมของคนไทยในทุกจังหวัดทั่วประเทศ เมื่อเทียบกับปี 2551 พบว่าคนไทยมีสุขภาพจิตดีเพิ่มขึ้นร้อยละ 35.1 จากปีที่ผ่านมาร้อยละ 33.7 แต่กรุงเทพมหานครเป็นจังหวัดเดียวที่มีปัญหาสุขภาพจิตแย่ลดลง ซึ่งในปี 2551 ปัญหาสุขภาพจิตคนกรุงอยู่ที่ร้อยละ 17.8 แต่ในปี 2552 ลดลงเหลือ 14.7 โดยมีสาเหตุมาจาก กทม.เป็นศูนย์กลางในการรองรับปัญหาทุกเรื่องโดยเฉพาะภาวะเศรษฐกิจ การเมือง การจราจร ปัญหาหนี้นอกระบบ ปัญหาเด็กและเยาวชน จึงส่งผลให้เกิดความเครียดและมีสภาวะจิตใจลดต่ำลง ไม่มีความสุข ผจญกับปัญหารอบด้านที่สำคัญยังพบว่า กทม.มีผู้ป่วยโรคซึมเศร้าเพิ่มสูงขึ้น ผลสำรวจยังระบุในเชิงลึกว่า เพศหญิงมีปัญหาทางสุขภาพจิตมากกว่าเพศชาย โดยกลุ่มผู้สูงอายุมาเป็นอันดับ 1 รองลงมากลุ่มอายุ 40 ถึง 59 ปี กลุ่มวัยรุ่น 15 ถึง 24 ปี พบในสัดส่วนเท่ากัน และกลุ่มวัยทำงานอายุ 25 ถึง 39 ตามลำดับ อธิบดีกรมสุขภาพจิตกล่าวอีกว่า กรมสุขภาพจิตได้แนะทางออกให้คนกรุงเสริมสมรรถภาพทางจิตใจให้เข้มแข็งและให้แชร์ความทุกข์ที่มีอยู่ด้วยการออกกำลังกายและหางานอดิเรกทำ ที่สำคัญปรับสภาพอารมณ์ ไม่ให้เกิดความเครียดและทำใจยอมรับต่อสภาพปัญหาที่เกิดขึ้นในเชิงบวก โดยให้คิดว่าปัญหาที่เกิดขึ้นไม่นานก็สามารถหาทางออกได้หรือปรึกษานักจิตวิทยา เพื่อช่วยหาทางออกกับปัญหาที่เกิดขึ้น