10ผู้นำรับร่วมประชุมอาเซียน-สหรัฐ

10ผู้นำรับร่วมประชุมอาเซียน-สหรัฐ

อธิบดีกรมอาเซียนเผยผู้อาเซียนทั้ง 10 ประเทศ ตอบรับเข้าร่วมประชุมกับโอบามา ประธานาธิบดีสหรัฐฯ อย่างพร้อมเพรียงที่สิงคโปร์เพิ่มความเข้มงวดทางกฎหมายก่อนเป็นเจ้าภาพจัดประชุม

(10พ.ย.) นายวิทวัส ศรีวิหค อธิบดีกรมอาเซียน กระทรวงการต่างประเทศ กล่าวว่า ในการประชุมสุดยอดอาเซียน-สหรัฐอเมริกา ในวันที่ 15 พ.ย.นี้ ที่ประเทศสิงคโปร์ โดยยืนยันว่าผู้อาเซียนทั้ง 10 ประเทศ เข้าร่วมประชุมกับนายบารัค โอบามา ประธานาธิบดีสหรัฐฯ อย่างพร้อมเพรียง เพราะเป็นการประชุมนัดสำคัญที่แสดงให้เห็นว่า สหรัฐอเมริกาให้ความสำคัญกับประเทศ

ส่วนปัญหาระหว่างไทย-กัมพูชาเกี่ยวกับกรณี พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ไม่น่าจะมีการหยิบยกขึ้นมาพูดในเวทีดังกล่าว เพราะเวลาประชุมจำกัดและมีเนื้อหาสาระที่สำคัญจำนวนมาก และเรื่องนี้เป็นปัญหาระดับทวิภาคีไม่ใช่เป็นปัญหาในระดับภูมิภาค อย่างไรก็ตามอาเซียนทั้ง 10 ประเทศคงไม่มีเวทีพูดคุยเรื่องดังกล่าวโดยเฉพาะ เพราะการประชุมต่างๆ ที่เกี่ยวข้องมีเป็นจำนวนมาก และทุกประเทศก็รู้ดีว่า เป็นปัญหาภายใน

ทั้งนี้หากไม่ใครจะสอบถามเรื่องดังกล่าว เชื่อว่านายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี และนายกษิต ภิรมย์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ น่าจะมีข้อมูลชี้แจงได้ และจนถึงขณะนี้ยังไม่สามารถยืนยันได้ว่า จะมีผู้นำประเทศใดหารือแบบทวิภาคีกับประเทศไทย รวมถึงกัมพูชา

เมื่อถามว่า ความขัดแย้งระหว่างไทย-กัมพูชา จะส่งต่อการไปสู่เป้าหมายการรวมตัวเป็นประชาคมอาเซียน ในปี 2558 หรือไม่ นายวิทวัส กล่าวว่า ต้องดูเป็นฉากๆ ไป ไม่สามารถคาดการณ์ได้ในชั้นนี้ แต่เชื่อว่า ทุกอย่างจะปรับตัวเข้าหากัน

สิงคโปร์เพิ่มความเข้มงวดก่อนเป็นเจ้าภาพจัดประชุม

สำนักข่าวเอเอฟพีรายงานในวันนี้ว่า สิงคโปร์ซึ่งจะเป็นเจ้าภาพจัดการประชุมสุดยอดกลุ่มความร่วมมือทางเศรษฐกิจในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิค หรีอเอเปค ในระหว่าง 14-15 พฤศจิกายนที่จะถึงนี้ มีแผนการรักษาความปลอดภัยเข้มงวดในการประชุม ที่จะมีประธานาธิบดีบารัก โอบาม่าของสหรัฐเข้าร่วมด้วย รวมทั้งผู้นำชาติต่างๆอีก 20 ประเทศ โดยแม้แต่ผู้ประท้วงเพียงคนเดียวก็จะถูกจับ และได้มีการเพิ่มความเข้มงวดของกฏหมายห้ามการประท้วงซึ่งเข้มงวดที่สุดในเอเชียอยู่แล้ว ให้เข้มงวดยิ่งขึ้นไปอีก

สิงคโปร์เป็นพันธมิตรใกล้ชิดกับสหรัฐฯ และถือว่าตนเองเป็นหนึ่งในเป้าหมายสำคัญของนักก่อการร้าย ขณะเดียวกัน ก็คอยป้องกันบรรดานักเคลื่อนไหวต่างชาติรวมทั้งนักเคลื่อนไหวในประเทศตน ไม่ให้ขัดขวางการประชุมครั้งนี้ ซึ่งการเพิ่มความเข้มงวดของกฏหมายที่มีชื่อว่า "กฏหมายความเป็นระเบียบเรียบร้อยของสาธารณชน" (Public Order Act ) หรือ POAทำให้นาย
ชี ซุน ฉวน เลขาธิการพรรคสิงคโปร์ เดโมเครดิต หนึ่งในผู้มีความเห็นไม่ลงรอยกับรัฐบาลในระดับแนวหน้า เชื่อว่ารัฐบาลใช้การประชุมครั้งนี้เป็นข้ออ้างในการนำมาตรการห้ามการชุมนุมทางการเมืองมาใช้แบบถาวร

นายฉีไม่เปิดเผยว่าพรรคของเขามีแผนประท้วงหรือไม่ในการประชุมซึ่งประธานาธิบดี หู จิ่นเทาของจีน กับประธานาธิบดีดมิทรี เมดเวเดฟ ของรัสเซีย รวมอยู่ในผู้นำชาติสมาชิกเอเปคที่เข้าประชุม และแม้ไม่มีใครคิดว่าจะมีการประท้วงรุนแรงเหมือนกรณีที่เคยต้องยกเลิกการประชุมสุดยอดอาเซียนที่พัทยาเมื่อเดือนเมษายน แต่สิงคโปร์ก็ไม่ประมาท โดยคาดว่าจะใช้ตำรวจหน่วยปฏิบัติการพิเศษและหน่วยทหารกุรข่าอันมีชื่อเสียงของเนปาลเป็นแนวหน้าในการรักษาความปลอดภัยตามอาคารและโรงแรมสำหรับผู้นำประเทศ รัฐมนตรีและบุคคลระดับ VIPอื่นๆ

สิงคโปร์ได้ห้ามสมาชิกลัทธิฟาหลุนกงนานาชาติ 2 คน เป็นชาวมาเลเซียกับชาวอินโดนีเซียเข้าประเทศเมื่อปลายตุลาคม และมีคำสั่งห้ามสาวกหฟาหลุนกงในสิงคดปร์ เข้าใกล้สวนสาธารณะที่อยู่ใกล้กับสถานที่ประชุมสุดยอดด้วย เพื่อป้องกันไม่ให้ก่อเหตุประท้วงประธานาธิบดีหู จิ่นเทาของจีน

 

เรื่องล่าสุดของหมวด การเมือง

ดูหมวด การเมือง ทั้งหมด