ผู้แสวงบุญชาวไทย แนะ ให้รัฐจัดตั้งหน่วยงานถาวรดูแลกิจการฮัจย์

กรมประชาสัมพันธ์

สนับสนุนเนื้อหา

ผู้แสวงบุญชาวไทยที่เดินทางมาประกอบพิธีฮัจย์ในปีนี้มีความคิดเห็นต้องการให้รัฐทำการจัดตั้งหน่วยงานถาวรดูแลและรับผิดชอบในกิจการฮัจย์ให้เป็นไปอย่างมีระบบและต่อเนื่องเพื่อเป็นศักดิ์ศรีของประเทศ นายอัสรี บินอับดุลเลาะห์ รองประธานมูลนิธิเพื่อการศึกษาโรงเรียนอามานะศักดิ์ ผู้แสวงบุญชาวไทยจากจังหวัดปัตตานีที่เดินทางมาประกอบพิธีฮัจย์ในปีนี้ ได้ให้ความคิดเห็นถึงมติ ครม.เมื่อ 18 สิงหาคม 2552 ที่เห็นชอบให้จัดตั้งสำนักกิจการฮัจย์แห่งประเทศไทย โดยให้กระทรวงวัฒนธรรม และ ศอ.บต. ร่วมกันพิจารณาปรับปรุงกลไกการบริหารด้านกิจการฮัจย์ให้มีความโปร่งใส ป้องกันการหาประโยชน์ โดยมิชอบจากผู้แสวงบุญว่า การจัดตั้งสำนักกิจการฮัจย์ดังกล่าวเป็นสิ่งที่ดี แต่หน้าที่และภารกิจองค์กรแค่นั้นยังไม่เพียงพอ เนื่องจากฮัจย์เป็นกิจการหรือพิธีการในระดับโลก และทันทีเมื่อเข้าสู่เวทีโลกจะต้องมีการเปรียบเทียบกันระหว่างประเทศ การบริหารจัดการและดูแลเตรียมการในกระบวนฮัจย์ทั้งระบบ จึงเป็นสิ่งที่จะสะท้อนให้มุสลิมจากทั่วโลกได้เห็นถึงการให้ความสำคัญของรัฐ ถือเป็นหน้าตาและศักดิ์ศรีของประเทศไทย หากการจัดระบบกระบวนการฮัจย์เป็นไปอย่างดีก็ไม่จำเป็นต้องไปทำความเข้าใจใดใดกับโลกมุสลิมหรือ โอไอซี ดังนั้น การจัดตั้งสำนักกิจการฮัจย์แห่งประเทศไทย ควรจะต้องเป็นหน่วยงานหรือองค์กรอิสระที่ขึ้นตรงกับนายกรัฐมนตรีเพื่อแสดงให้เห็นว่ารัฐให้ความสำคัญ และต้องมีกฎหมายรองรับ มีโครงสร้างการบริหารงาน มีบุคลากรที่จะบริหารงานอย่างชัดเจน สามารถเสนอจัดตั้งและของบประมาณได้ด้วยตนเองเพื่อแก้ปัญหาและพัฒนาระบบอย่างต่อเนื่อง มิใช่เป็นหน่วยงานเฉพาะกิจทำงานกันปีละครั้ง หรือเพียงขึ้นตรงกับกระทรวงหนึ่งกระทรวงใด โดยผู้บริหารสูงสุดขององค์กรนี้จะต้องเป็นระดับเลขาธิการ เพื่อสร้างความเชื่อถือการเจรจาในนามประเทศไทยบนเวทีโลกของมุสลิม ศูนย์ข่าวฮัจย์ไทย กรมประชาสัมพันธ์