สอบคำให้การ 4 อดีต กกต.สั่งรวมคดี

ที่ห้องพิจารณาคดี 807 ศาลอาญา ถนนรัชดาภิเษก เมื่อวันที่ 9 พ.ย. ศาลนัดตรวจพยานหลักฐาน คดีที่หมายเลขดำที่ อ.3475/2552 อ.3015/2552 และ อ.3302/ 2552 ที่พนักงานอัยการฝ่ายคดีพิเศษ 5 เป็นโจทก์ยื่นฟ้อง พล.ต.อ.วาสนา เพิ่มลาภ อดีตประธานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.), นายปริญญา นาคฉัตรีย์, นายวีระชัย แนวบุญเนียร และ พล.อ.จารุภัทร เรืองสุวรรณ อดีต กกต.เป็นจำเลย ในความผิดฐานเป็นเจ้าพนักงานร่วมกันปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบฯ ตาม ป.อาญา ม.157 ประกอบ ม.83 และ พ.ร.บ.ว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ. 2542 ม.4 กรณีที่พวกจำเลยออกระเบียบ กกต.ว่าด้วยหลักเกณฑ์และวิ่ายค่าตอบแทนการปฏิบัติงานของ กกต. ให้กับพวกจำเลยเดือนละ 20,000 บาท โดยให้ใช้บังคับย้อนหลัง

โดยจำเลยทั้ง 4 คน มาศาล ซึ่งศาลได้อ่านและอธิบายคำฟ้องให้ฟังแล้วสอบคำให้การ ซึ่งจำเลย 3 คน ให้การปฏิเสธ ส่วนพล.ต.อ.วาสนา แถลงว่าขณะนี้ยังไม่ได้แต่งตั้งทนายความแก้ต่างคดี จึงขอเวลา 15 วันในการหาทนายความ ศาลพิเคราะห์แล้วให้เลื่อนนัดสอบคำให้การและตรวจพยานหลักฐาน คดีในส่วน พล.ต.อ.วาสนา ในวันที่ 18 ธ.ค. เวลา 09.00 น. ส่วนทนายความของ 3 จำเลย โดยนายปริญญาขอสืบพยานบุคคล 11 ปาก 4 นัด นายวีระชัยสืบพยาน 7 ปาก 4 นัด พร้อมยื่นพยานเอกสาร และ พล.อ. จารุภัทร ขอสืบพยาน 6 ปาก 1 นัด ส่วนอัยการแถลงใช้พยาน 18 ปาก 6 นัด ศาลพิจารณา แล้วอนุญาตให้โจทก์-จำเลยนำสืบพยานบุคคลตามที่แถลง แต่ให้ฝ่ายนายปริญญาและนายวีระชัยใช้เวลาสืบพยานได้คนละ 2 นัด และอนุญาตให้รวมสำนวนคดีให้นายปริญญาเป็นจำเลยที่ 1 นายวีระชัย เป็นจำเลยที่ 2 และ พล.อ.จารุภัทรเป็นจำเลยที่ 3.