กระทรวงสาธารณสุขกระตุ้นผู้ประกอบการสปา เพื่อสุขภาพทั่วประเทศเร่งพัฒนาคุณภาพให้ได้ตามเกณฑ์มาตรฐาน

กรมประชาสัมพันธ์

สนับสนุนเนื้อหา

กระทรวงสาธารณสุข กระตุ้นผู้ประกอบการสปา เพื่อสุขภาพทั่วประเทศ เร่งพัฒนาคุณภาพให้ได้ตามเกณฑ์มาตรฐาน เพื่อรับสิทธิยกเว้นภาษีสรรพสามิต มีผลตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป หวังผลักดันให้สปาไทย พัฒนาเกณฑ์มาตรฐานเพื่อให้ไทยพร้อมที่จะเป็นศูนย์กลางสุขภาพของโลก นายวิทยา แก้วภราดัย รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข กล่าวว่า ทางกระทรวงสาธารณสุขโดยกรมสนับสนุนบริการสุขภาพ ได้ร่วมกับกระทรวงการคลัง เดินหน้ามาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ ด้วยการประกาศยกเว้นภาษีสรรพสามิตให้สถานประกอบการสปาเพื่อสุขภาพ โดยมีผลบังคับใช้ไปตั้งแต่วันที่ 20 ตุลาคมที่ผ่านมา ทั้งนี้สปาเพื่อสุขภาพที่จะได้รับสิทธิการยกเว้นภาษีสรรพสามิต จะต้องได้รับใบรับรองมาตรฐานตามประกาศกระทรวงสาธารณสุข พ.ศ. 2551 เรื่องกำหนดสถานที่เพื่อสุขภาพหรือเพื่อเสริมสวย มาตรฐานของสถานที่ การบริการ ผู้ให้บริการ หลักเกณฑ์และวิธีการตรวจสอบเพื่อการรับรองให้เป็นไปตามมาตรฐานสำหรับสถานที่เพื่อสุขภาพหรือเพื่อเสริมสวย ตามพระราชบัญญัติสถานบริการ พ.ศ. 2509 ซึ่งการยกเว้นภาษีสรรพสามิตครั้งนี้ นับเป็นโอกาสดีที่สถานประกอบการด้านสปาเพื่อสุขภาพของไทยจะได้รับการพัฒนามาตรฐานทุกด้าน ให้สามารถแข่งขันในระดับสากลตามนโยบายของกระทรวงสาธารณสุขและนโยบายรัฐบาลที่ต้องการให้ประเทศไทยขยับชั้นจากการเป็นศูนย์กลางสุขภาพเอเชีย (Medical Hub of Asia) เป็นศูนย์กลางสุขภาพนานาชาติ (Global Medical Hub) และสามารถสร้างให้ไทยเป็นเมืองสุขภาพดีของโลก (Wellness Capital of the World) ที่ผ่านมาสปาไทยได้รับความนิยมติดอันดับต้นๆ ของโลก สร้างรายได้ให้ประเทศมากกว่าปีละหมื่นล้านบาท จากการสำรวจครั้งล่าสุดมีสถานประกอบการเพื่อสุขภาพทั่วประเทศประมาณ 4,600 แห่ง แต่ผ่านการรับรองมาตรฐานเพียง 1,272 แห่ง จึงขอให้ผู้ประกอบการสปา เร่งดำเนินการขอใบรับรองมาตรฐานจากกระทรวงสาธารณสุขโดยด่วน

เรื่องล่าสุดของ ข่าว

ดู ข่าว ทั้งหมด