หุ้นไทยปิดลบ4.50จุด ตามตลาดนอกร่วง

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า บรรยากาศการลงทุนในตลาดหุ้นไทย วันที่ 5 พ.ย. ดัชนีแกว่งตัวผันผวน แต่ส่วนใหญ่อ่อนตัวในแดนลบ ตามแรงเทขายทำกำไรหุ้นกลุ่มพลังงาน และธนาคาร โดยระหว่างวันดัชนีทะยานขึ้นสูงสุดที่ 687.96 จุด ลดลงต่ำสุดที่ 681.63 จุด จนมาปิดตลาดที่ 681.91 จุด ลดลง 4.50 จุด หรือ 0.66% ด้วยมูลค่าซื้อขาย 15,438.93 ล้านบาท ส่วนตลาดเอ็มเอไอ ปิดที่ 214.04 จุด เพิ่มขึ้น 0.29 จุด มูลค่าซื้อขาย 425.70 ล้านบาท

สำหรับหลักทรัพย์ที่มีการซื้อขายสูงสุด 5 อันดับแรก

1.ปตท.สผ. ปิดที่ 134.50 บาท ไม่เปลี่ยนแปลง

2.ปตท. ปิดที่ 234.00 บาท ลดลง 2.00 บาท

3.โทรีเซนไทย ปิดที่ 27.00 บาท ลดลง 1.00 บาท

4.ปตท.เออาร์ ปิดที่ 21.30 บาท ลดลง 0.40 บาท

5.ธ.กสิกรไทย ปิดที่ 78.75 บาท ลดลง 0.50 บาท

นายเจริญ เอี่ยมพัฒนธรรม ผอ.ฝ่ายวิเคราะห์หลักทรัพย์ บล.เคที ซีมิโก้ มองว่า ดัชนีหุ้นไทยแกว่งตัวไม่สดใส เนื่องจากได้รับผลกระทบจากตลาดหุ้นต่างประเทศ ทั้งฮ่องกง ญี่ปุ่น รวมถึงตลาดหุ้นยุโรป และดัชนีดาวโจนส์ล่วงหน้าที่ปรับลดลง ประกอบกับไม่มีปัจจัยใหม่ช่วยหนุนบรรยากาศลงทุน ทำให้เมื่อปรับขึ้นก็เจอแรงเทขายทำกำไรออกมา

ส่วนแนวโน้มวันที่ 6 พ.ย.นี้ มองว่า ต้องติดตามทิศทางตลาดต่างประเทศ รวมทั้งดูว่า ความมั่นใจของนักลงทุนในประเทศจะกลับคืนมาหรือไม่ หากไม่กลับ เมื่อดัชนีเพิ่มขึ้นก็จะเจอแรงเทขายทำกำไรออกมา เพราะตลาดยังเปราะบาง ซึ่งหากดัชนีหลุดระดับ 670 จุด อาจไหลลงมามีแนวรับถัดไปที่ 654 จุด ส่วนแนวต้านอยู่ที่ 690-700 จุด ด้านกลยุทธ์ เมื่อดัชนีเด้งขึ้นแนะนำเทขาย เพื่อรักษาเงินสดให้มากที่สุด เนื่องจากตลาดยังไม่มีความชัดเจน.

ติดตามSanook! News

ข่าวด่วน เกาะกระแสข่าวดัง บน Facebook คลิกที่นี่ และร่วมเป็นแฟนเพจเราบน Facebook.. ได้ที่นี่เลย!!