คุมแท็กซี่หื่นทำแผนจี้ขืนใจ2นศ.

คุมแท็กซี่หื่นทำแผนจี้ขืนใจ2นศ.

จากกรณี นายวัชรินทร์ หรือต้น โชติสันเทียะ อายุ 32 ปี ชาวนครราชสีมา โชเฟอร์แท็กซี่สีเขียว หมายเลขทะเบียน ทล 2394 กรุงเทพมหานคร ก่อเหตุใช้อาวุธมีดสปาต้า จี้ชิงทรัพย์โทรศัพท์มือถือ 2 เครื่อง สร้อยคอทองคำ และเงินสด 2 นักศึกษาสาว มหาวิทยาลัยเอกชนชื่อดังแห่งหนึ่ง ซึ่งกลับจากเที่ยวงานลอยกระทงและอยู่ในอาการมึนเมา แล้วยังพาไปที่เปลี่ยวจับใส่กุญแจมือ และข่มขืนทั้งสองคน แต่ไม่หนำใจยังพานักศึกษา สาวทั้งสองคนไปข่มขืนต่อในโรงแรมย่านลำลูกกาอีก จนเช้าจึงปล่อยตัวไป แต่ถูกทั้งสองสาวแจ้งตำรวจ และตามไปจับกุมตัวได้ในตอนเย็นวันเดียวกัน ตามที่เสนอข่าวไปแล้วนั้น

ความคืบหน้าล่าสุด เมื่อเวลา 14.30 น. วันที่ 4 พ.ย. พ.ต.ท.ภูดิท จิตตธรรม และ พ.ต.ท.วีระพล หอมจันทร์ สว.สส.สน. บางเขน พร้อมกำลังเจ้าหน้าที่ฝ่ายสืบสวน ได้ควบคุมตัว นายวัชรินทร์ ไปทำแผนประกอบคำรับสารภาพ บริเวณจุดเกิดเหตุ ตั้งแต่จุดที่ ผู้ต้องหารับผู้เสียหายขึ้นมาบนรถแท็กซี่ ที่บริเวณปากซอยพหลโยธิน 59 โดยผู้ต้องหามีสีหน้าเคร่งเครียดอย่างเห็นได้ชัด

ต่อมาเจ้าหน้าที่ได้ควบคุมตัวไปทำแผนยังจุดที่ 2 ซึ่งเป็นซอยเปลี่ยวที่ผู้ต้อง หาลงมือข่มขืนผู้เสียหาย บริเวณอู่รถเมล์ สาย 29 หมู่ 18 ต.คลองหนึ่ง อ.คลองหลวง จ.ปทุมธานี โดยผู้ต้องหาลงมือบังคับข่มขืนผู้เสียหายทั้งสองคนบนรถแท็กซี่ จนสำเร็จความใคร่ และจุดที่ 3 เป็นจุดที่ผู้ต้องหาพาผู้เสียหายไปที่โรงแรมดอนอินน์ ถนนลำลูกกา ต.คูคต อ.ลำลูกกา จ.ปทุมธานี เพื่อข่มขืน จนสำเร็จความใคร่อีกครั้ง

จากการสอบสวนผู้ต้องหาให้การรับสารภาพว่า หลังจากที่ตนข่มขืนผู้เสียหาย ทั้งสองในซอยเปลี่ยวหลังมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ศูนย์รังสิตแล้ว ก็บังคับให้ถอดกางเกงในทิ้งเอาไว้ข้างทาง ก่อนจะพาไปที่โรงแรมเพื่อข่มขืนต่อ โดยทั้งสองคนยังมีสติและถูกใส่กุญแจมือ จากนั้นตนก็จ่ายเงินค่าห้องและพาทั้งสองเข้าไป แต่ข่มขืนเพียงคนเดียว โดยใช้เวลาประมาณ 15 นาที จากนั้นก็ไปส่งที่หน้าโรงแรม และขับรถแท็กซี่กลับไปนอนพักผ่อนที่บ้านจนมาถูกจับกุมตัว

ทางด้าน พ.ต.ท.ภูดิท กล่าวว่า เบื้องต้นผู้ต้องหายังให้การขัดแย้งกับผู้เสียหาย โดยกล่าวอ้างว่าผู้เสียหายยินยอม และไม่ได้ ทำร้ายร่างกาย ซึ่งจากการสอบปากคำผู้เสีย หาย ทราบว่าผู้ต้องหาได้ข่มขู่ ใช้กำลังผลัก กระชาก และจิกเส้นผมจนหลุดออกมาจำนวนมาก อีกทั้งขณะเกิดเหตุ ผู้เสียหาย ไม่ได้มีการเสพยาแต่อย่างใด เพียงแค่พูดคุยกันเรื่องไปเที่ยวที่สถานบันเทิงเท่านั้น ทำให้ผู้ต้องหาได้โอกาสอ้างตัวเป็นตำรวจสายสืบตรวจค้นเรื่องยาเสพติด และข่มขู่ต่าง ๆ นานา ให้ผู้เสียหายกลัว ก่อนจะล่อลวงไปข่มขืน หลังจากเสร็จสิ้นการทำแผนประกอบคำรับสารภาพ เจ้าหน้าที่ได้รีบนำตัวผู้ต้องหากลับ สน.บางเขนทันที ก่อนจะนำตัวไปฝากขังในวันรุ่งขึ้น ที่ศาลอาญาถนนรัชดาฯ.

ติดตามSanook! News

ข่าวด่วน เกาะกระแสข่าวดัง บน Facebook คลิกที่นี่ และร่วมเป็นแฟนเพจเราบน Facebook.. ได้ที่นี่เลย!!