เพจดังเปิดเงื่อนไข 50 รัฐ ฉีดวัคซีนโควิด-19 ฟรี แม้ไม่ได้เป็นพลเมืองสหรัฐ

เพจดังเปิดเงื่อนไข 50 รัฐ ฉีดวัคซีนโควิด-19 ฟรี แม้ไม่ได้เป็นพลเมืองสหรัฐ
S! News (Exclusive)

สนับสนุนเนื้อหา

เฟซบุ๊กแฟนเพจ Baankonthai in NewYork บ้านคนไทยในนิวยอร์ก ได้ออกมาโพสต์เกี่ยวกับประเด็นที่กำลังถูกพูดถึงอยู่มากในขณะนี้ หลังจากมีคนไทยหลายคนได้แชร์ประสบการณ์หลังเดินทางไปสหรัฐอเมริกาและได้รับการฉีดวัคซีนโควิด-19

โดยทางเพจได้เปิดเงื่อนไข 50 รัฐ ฉีดวัคซีนที่อเมริกา ต้องไปเที่ยวรัฐไหนถึงได้ฉีด? โดยระบุว่า “สหรัฐอเมริกา เป็นหนึ่งในประเทศแรกๆ ที่เริ่มฉีดวัคซีนโควิด-19 ให้กับนักท่องเที่ยวที่เดินทางเข้าประเทศ หรือที่เรียกว่า Vaccine Tourism นั่นเอง เพื่อเป็นการเร่ง และฟื้นฟูการท่องเที่ยวในประเทศให้เดินหน้าได้อย่างรวดเร็ว แต่ทั้งนี้ทั้งนั้น ไม่ใช่ว่านึกอยากจะไปฉีดก็ไปได้เลย ก่อนอื่นเรามาทำความเข้าใจให้ตรงกันก่อนว่าถ้าจะไปจริงๆ ต้องมีเงื่อนไขอะไรบ้าง ?

Vaccine Tourism ที่สหรัฐอเมริกา ถูกกฎหมายหรือไม่? หลายๆ รัฐในอเมริกาอนุญาตให้บุคคลที่มีอายุ 18 ปีขึ้นไป ไม่ว่าจะเป็นประชาชนสหรัฐหรือไม่ก็ตาม ขอเพียงคุณมีวีซ่าเข้าประเทศ จะเป็นวีซ่าท่องเที่ยวหรือวีซ่าทำงาน ก็สามารถเข้ารับการฉีดวัคซีนได้ทันที เพียงแต่ไม่มีการการันตีว่าจะได้รับการฉีดหรือไม่ ขึ้นอยู่กับสถานการณ์ในช่วงเวลานั้นๆ รวมไปถึงรัฐที่คุณเดินทางเข้าไปด้วย เพราะแต่ละรัฐก็จะมีกฎเกณฑ์ และขั้นตอนที่แตกต่างกันออกไปในการแจกจ่ายวัคซีน จำนวนวัคซีนในบางรัฐยังสามารถหาได้ง่ายกว่าที่อื่น บางรัฐสามารถขับรถเข้าไปฉีดแบบ drive-thru ได้เลย

ดังนั้น การเดินทางไปอเมริกาโดยมีวัตถุประสงค์เพื่อฉีดวัคซีนโดยเฉพาะจึงยังไม่แนะนำ (เพราะยังไม่การันตีว่าได้ 100% ในทุกรัฐ) เว้นเสียแต่ว่าคุณมีแพลนที่จะไปท่องเที่ยวอยู่แล้ว และเผื่อว่าจะได้ฉีดวัคซีนเป็นของแถมซะมากกว่า

รัฐไหนที่ฉีดวัคซีนโควิด-19 ให้กับนักท่องเที่ยวบ้าง?

1.Alabama ไม่กำหนดว่าต้องเป็นพลเมืองสหรัฐอเมริกา

2.Alaska ไม่กำหนดว่าต้องเป็นพลเมืองสหรัฐอเมริกา นักท่องเที่ยวฉีดได้

3.Arizona ไม่กำหนดว่าต้องเป็นพลเมืองสหรัฐอเมริกา

4.Arkansas อนุญาตให้บุคคลที่ทำงานอยู่ในรัฐ

5.California ไม่กำหนดว่าต้องเป็นพลเมืองสหรัฐอเมริกา

6.Colorado ไม่กำหนดว่าต้องเป็นพลเมืองสหรัฐอเมริกา

7.Connecticut  ไม่กำหนดว่าต้องเป็นพลเมืองสหรัฐอเมริกา แต่ต้องลงทะเบียนนัดจอง

8.Delaware อนุญาตให้บุคคลที่ทำงานอยู่ในรัฐฉีดได้ แม้ไม่ได้อาศัยอยู่ในรัฐ (มีเอกสารรับรองการทำงาน)

9.Florida อ ไม่กำหนดว่าต้องเป็นพลเมืองสหรัฐอเมริกา แต่ต้องลงทะเบียนนัดจอง

10.Georgia อนุญาตให้บุคคลที่ทำงานอยู่ในรัฐฉีดได้ แม้ไม่ได้อาศัยอยู่ในรัฐ (มีเอกสารรับรองการทำงาน)

11.Hawaii ไม่กำหนดว่าต้องเป็นพลเมืองสหรัฐอเมริกา

12.Idaho ต้องเป็นพลเมืองสหรัฐอเมริกา หรือบุคคลที่ทำงานอยู่ในรัฐ (มีเอกสารรับรองการทำงาน)

13.Illinois ไม่กำหนดว่าต้องเป็นพลเมืองสหรัฐอเมริกา นักท่องเที่ยวฉีดได้

14.Indiana ไม่กำหนดว่าต้องเป็นพลเมืองสหรัฐอเมริกา แต่ต้องลงทะเบียนนัดจอง

15.Iowa ไม่กำหนดว่าต้องเป็นพลเมืองสหรัฐอเมริกา

16.Kansas ต้องเป็นพลเมืองสหรัฐอเมริกา

17.Kentucky ต้องเป็นพลเมืองสหรัฐอเมริกา

18.Louisiana ไม่กำหนดว่าต้องเป็นพลเมืองสหรัฐอเมริกา

19.Maine ต้องเป็นพลเมืองสหรัฐอเมริกา หรือบุคคลที่ทำงานอยู่ในรัฐ (มีเอกสารรับรองการทำงาน)

20.Maryland ไม่กำหนดว่าต้องเป็นพลเมืองสหรัฐอเมริกา

21.Massachusetts ไม่กำหนดว่าต้องเป็นพลเมืองสหรัฐอเมริกา

22.Michigan ไม่กำหนดว่าต้องเป็นพลเมืองสหรัฐอเมริกา

23.Minnesota ไม่กำหนดว่าต้องเป็นพลเมืองสหรัฐอเมริกา

24.Mississippi ไม่กำหนดว่าต้องเป็นพลเมืองสหรัฐอเมริกา

25.Missouri ต้องเป็นพลเมืองสหรัฐอเมริกา

26.Montana ไม่กำหนดว่าต้องเป็นพลเมืองสหรัฐอเมริกา

27.Nebraska ต้องเป็นพลเมืองสหรัฐอเมริกา

28.Nevada ไม่กำหนดว่าต้องเป็นพลเมืองสรัฐอเมริกา

29.New Hampshire ไม่กำหนดว่าต้องเป็นพลเมืองสหรัฐอเมริกา

30.New Jersey  ไม่กำหนดว่าต้องเป็นพลเมืองสหรัฐอเมริกา แต่ต้องลงทะเบียนนัดจอง

31.New Mexico ไม่กำหนดว่าต้องเป็นพลเมืองสหรัฐอเมริกา

32.New York * ไม่กำหนดว่าต้องเป็นพลเมืองสหรัฐอเมริกา นักท่องเที่ยวฉีดได้

33.North Carolina ไม่กำหนดว่าต้องเป็นพลเมืองสหรัฐอเมริกา

34.North Dakota ไม่กำหนดว่าต้องเป็นพลเมืองสหรัฐอเมริกา

35.Ohio ไม่กำหนดว่าต้องเป็นพลเมืองสหรัฐอเมริกา

36.Oklahoma ไม่กำหนดว่าต้องเป็นพลเมืองสหรัฐอเมริกา

37.Oregon ต้องเป็นพลเมืองสหรัฐอเมริกา หรือบุคคลที่ทำงาน หรือศึกษาอยู่ในรัฐ (มีเอกสารรับรองการทำงาน หรือเอกสารรับรองการศึกษา)

38.Pennsylvania ไม่กำหนดว่าต้องเป็นพลเมืองสหรัฐอเมริกา แต่ต้องลงทะเบียนนัดจอง

39.Rhode Island ต้องเป็นพลเมืองสหรัฐอเมริกา หรือบุคคลที่ทำงาน หรือศึกษาอยู่ในรัฐ (มีเอกสารรับรองการทำงาน หรือเอกสารรับรองการศึกษา)

40.South Carolina ไม่กำหนดว่าต้องเป็นพลเมืองสหรัฐอเมริกา

41.South Dakota ต้องเป็นพลเมืองสหรัฐอเมริกา หรือจนกว่าจำนวนวัคซีนจะมีเพียงพอแล้วจึงอนุญาตให้บุคคลอื่นฉีดได้

42Tennessee ไม่กำหนดว่าต้องเป็นพลเมืองสหรัฐอเมริกา

43.Texas  ไม่กำหนดว่าต้องเป็นพลเมืองสหรัฐอเมริกา แต่ต้องลงทะเบียนนัดจอง

44.Utah  ไม่กำหนดว่าต้องเป็นพลเมืองสหรัฐอเมริกา แต่ต้องลงทะเบียนนัดจอง

45.Vermont ไม่กำหนดว่าต้องเป็นพลเมืองสหรัฐอเมริกา

46.Virginia ไม่กำหนดว่าต้องเป็นพลเมืองสหรัฐอเมริกา

47.Washington ต้องเป็นพลเมืองสหรัฐอเมริกา หรือบุคคลที่ทำงานอยู่ในรัฐ (มีเอกสารรับรองการทำงาน)

48.West Virginia ต้องเป็นพลเมืองสหรัฐอเมริกา หรือบุคคลที่ทำงานอยู่ในรัฐ (มีเอกสารรับรองการทำงาน)

49.Wisconsin ต้องเป็นพลเมืองสหรัฐอเมริกา หรือบุคคลที่ทำงาน หรือศึกษาอยู่ในรัฐ (มีเอกสารรับรองการทำงาน หรือเอกสารรับรองการศึกษา)

50.Wyoming ต้องเป็นพลเมืองสหรัฐอเมริกา

Wachington DC เมืองหลวงของสหรัฐฯ  ไม่กำหนดว่าต้องเป็นพลเมืองสหรัฐอเมริกา อัปเดตข้อมูลล่าสุดวันที่ 3 พฤษภาคม 2021 ข้อมูลอาจจะมีการเปลี่ยนแปลงสามารถแจ้งแอดมินให้แก้ไขเปลี่ยนได้สำหรับท่านใดที่มีข้อมูลในรัฐนั้นๆ

ที่นิวยอร์กเปิดรับ Walk-in ผู้ที่ต้องการฉีดวัคซีนจากทั่วโลก เพียงแค่นำ passport หรือหนังสือเดินทางมาที่ American museum of Natural and history (พิพิธภัณฑ์ธรรมชาติและประวัติศาสตร์) ในเวลา 08.00-09.00 น. หรือ 17.00-18.00 น. ไม่ว่าจะอยู่ด้วยสถานะอะไร หรือแม้แค่เป็นนักท่องเที่ยว ก็สามารถขอเข้ารับวัคซีนได้ฟรี ไม่มีค่าใช้จ่ายใดๆ โดยสามารถลงทะเบียนขอรับได้เลย ทั้ง 15 พื้นที่ ทั่ว NYC สามารถเช็กวันเวลา และสถานที่ได้เลยที่ vaccinefinder.nyc.gov

วิธีการหาจุดฉีดวัคซีน โควิด-19 ในอเมริกา

  1. เข้าไปที่เว็บไซต์ Vaccine Spotter
  2. เลือกรัฐที่ต้องการค้นหา
  3. เลือกชนิดของวัคซีน
  4. จองวันฉีดผ่านช่องทางออนไลน์
  5. save ข้อมูลการจองทั้งหมดในอีเมล์ไว้ เพื่อความสะดวกเวลานำไปแสดงที่จุดฉีดวัคซีน
  6. เมื่อถึงวันจอง ให้เตรียมเอกสารที่จำเป็นไปด้วย เช่น บัตรประชาชน หรือพาสปอร์ตหากไม่ได้เป็นพลเมืองอเมริกัน
  7. เมื่อฉีดแล้ว ให้รับใบรับรองการฉีดวัคซีน CDC vaccine card แล้วนั่งพักรอดูอาการในบริเวณที่จัดไว้
  8. *วัคซีนของ Johnson and Johnson ฉีดเพียงเข็มเดียว
  9. *วัคซีนของผู้ผลิตรายอื่น คุณจะยังต้องพำนักอยู่ในอเมริกาอีกประมาณ 3-4 อาทิตย์ หากต้องการรับวัคซีนเข็มที่สองด้วย