เอกภพ ส.ส. เชียงราย อ้างก้าวไกลจุดยืนเปลี่ยน ควรจับมือภูมิใจไทยไล่ทหารพ้นการเมือง

เอกภพ ส.ส. เชียงราย อ้างก้าวไกลจุดยืนเปลี่ยน ควรจับมือภูมิใจไทยไล่ทหารพ้นการเมือง

นายเอกภพ เพียรพิเศษ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (ส.ส.) จ.เชียงราย พรรคก้าวไกล กล่าวผ่านเฟซบุ๊กเมื่อวันอังคาร (23 ก.พ.) ว่าพรรคก้าวไกลที่จุดยืนเปลี่ยนไป และมองว่าควรจับมือกับพรรคภูมิใจไทยขับไล่ทหารออกไปจากการเมือง

ส.ส. จ.เชียงราย รายนี้ กล่าวว่า สาเหตุที่ตนไว้วางใจนายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุขให้ทำหน้าที่ต่อไป เป็นเพราะที่ผ่านมากระทรวงสาธารณสุขทำงานได้อย่างดี แต่ความผิดพลาดหลายเรื่องไม่ได้เกิดจากกระทรวงสาธารณสุข แต่เป็นเพราะ พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม รวบอำนาจกระทรวงต่างๆ ไปไว้ที่ศูนย์บริหารสถานการณ์โควิด-19 และนำฝ่ายความมั่นคงมาตัดสินใจเป็นหลัก

นายเอกภพ พูดต่อไปว่า พรรคก้าวไกลและพรรคการเมืองอื่นๆ ควรจับมือกับพรรคภูมิใจไทย ที่เคยพูดก่อนการเลือกตั้งเมื่อเดือน มี.ค. 2562 ว่าจะนำทหารออกไปจากการเมือง ไม่ใช่แค่นั้น พรรคอนาคตใหม่ยังเคยชวนพรรคภูมิใจไทยมาร่วมจัดตั้งรัฐบาลเพราะจุดยืนดังกล่าวด้วย

การไว้วางใจนายอนุทิน ตนจึงอยากให้เป็นการ "เตือนสติ" คนในพรรคว่าไม่มีเหตุผลใดที่จะมองพรรคภูมิใจไทยเป็นศัตรูทางการเมือง และพรรคก้าวไกลเองหรือเปล่าที่เปลี่ยนไป

นายเอกภพ บอกอีกว่า ตนสมัครผ่านเว็บไซต์เข้ามาเป็นสมาชิกพรรคอนาคตใหม่ตั้งแต่ยังไม่รู้จักนายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ และนายปิยบุตร แสงกนกกุล หรือเรียกได้ว่าร่วมเดินด้วยกันมาตั้งแต่ก้าวแรก และตนยังจำได้ดีว่าจุดยืนของพรรคในขณะนั้นคือการลบล้างมรดกรัฐประหารและการนำทหารออกจากการเมือง แต่เมื่อกลายเป็นพรรคก้าวไกลเป้าหมายดังกล่าวกลับไม่เหมือนเดิม มีการผลักดันบางเรื่องที่ตนไม่เห็นด้วย

การชี้แจงดังกล่าวของนายเอกภพเกิดขึ้นท่ามกลางกระแสความไม่พอใจของผู้ใช้สิทธิ์ออกเสียงเลือกตั้งกลุ่มหนึ่งใน จ.เชียงราย ที่เรียกว่านายเอกภพ (เขต 1) และนายพีรเดช คำสมุทร (เขต 6) ว่า "งูเห่า" หลังจากออกเสียงไว้วางใจนายอนุทิน เมื่อวันเสาร์ (20 ก.พ.)

ผู้มีสิทธิ์ออกเสียงคนหนึ่ง เผยว่า คำชี้แจงดังกล่าวไม่สมเหตุสมผลนักสำหรับตน เพราะเมื่อมีการจับขั้วจัดตั้งรัฐบาล พรรคภูมิใจไทยก็สนับสนุน พล.อ.ประยุทธ์ ให้เป็นนายกรัฐมนตรี มี ส.ส. จ.ศรีสะเกษ เพียงคนเดียวเท่านั้นที่ไม่งดออกเสียง ซึ่งยังไม่ใช้การคัดค้านเลยด้วยซ้ำ ทำให้ตนเชื่อว่าคงเป็นเรื่องยากที่พรรคภูมิใจไทยจะยืนยันจุดยืนดังกล่าว