คุมตัว "สินชัย" ทำแผนฆ่าน้องบ๊อบบี้ หวิดถูกรุมประชาทัณฑ์ พ่อยันไม่รู้จักกันมาก่อน

คุมตัว "สินชัย" ทำแผนฆ่าน้องบ๊อบบี้ หวิดถูกรุมประชาทัณฑ์ พ่อยันไม่รู้จักกันมาก่อน
Sanook! Regional

สนับสนุนเนื้อหา

พ.ต.อ.ถนอมศักดิ์ ยศแผ่น รอง ผบก.ภจว.เชียงราย ร่วมกับพ.ต.อ.ทิวา สกุลวัฒนะ ผกก.สภ.เวียงเชียงรุ้ง พร้อมกำลังเจ้าหน้าที่ชุดปฎิการพิเศษตำรวจภูธรเชียงราย  ควบคุมตัวนายสินชัย เกษตรโสภาพันธ์ อายุ 30 ปี ผู้ต้องหาในคดีทำร้ายร่างกาย น้องบ๊อบบี้ อายุ 7 ขวบ เสียชีวิตภายในดงกล้วยท้ายหมู่บ้านใหม่มหาวัน ต.ดงมหาวัน อ.เวียงเชียงรุ้ง จ.เชียงราย เหตุเกิดเมื่อวันที่ 16 มกราคมที่ผ่านมา ไปชี้จุดและทำแผนประกอบคำรับสารภาพยังจุดเกิดเหตุ  ภายหลังเจ้าหน้าที่ได้เชิญตัวมาสอบปากคำเมื่อช่วงคืนที่ผ่านมา จนรับสารภาพว่าเป็นผู้ลงมือก่อเหตุทำร้ายร่างกายน้องบ๊อบบี้จนเสียชีวิตก่อนหลบหนีไป ด้วยเหตุไม่พอใจในหลายเรื่องทั้งการรื้อที่นอน ทำลายของเล่น ลักลอบกินผลไม้ และยิงหนังสติ๊กพลาดใส่มือ จนเป็นชนวนเหตุให้นายสินชัยใช้ไม้ฟืนตีเข้าตามลำตัวไม่ต่ำกว่า 7 ครั้ง จนเสียชีวิตก่อนที่จะหลบหนีไป

ทั้งนี้เจ้าหน้าที่ได้ใช้หมวกกันน็อกให้นายสินชัยสวมใส่เพื่ออำพรางใบหน้า และป้องกันอันตรายจากญาติพี่น้องของน้องบ๊อบบี้ที่เดินทางมาร่วมสังเกตการณ์ การทำแผนประกอบคำรับสารภาพเป็นจำนวนมาก  โดยการชี้จุดและทำแผนประกอบคำรับสารภาพได้เริ่มจากจุดแรก เป็นจุดที่นายสินชัยเก็บท่อนฟืนจากบ้านพักร้างเป็นอาวุธทำร้ายน้องบ๊อบบี้ จุดต่อมาเป็นจุดที่นายสินชัยจอบ เพื่อหมายจะนำไปขุดต้นกล้วยอำพรางศพ จุดที่สามเป็นเส้นทางที่นายสินชัยพร้อมน้องบ๊อบบี้เดินทางมาจากบ้าน  จุดที่สี่เป็นบริเวณดงกล้วยที่พบศพน้องบ๊อบ จุดที่ห้าเป็นบริเวณที่นายสินชัยนำจอบไปทิ้งและจุดสุดท้าย เป็นบริเวณทุ่งนาที่นายสินชัยใช้ท่อนไม้ฟืนตีน้องบ๊อบบี้หลายครั้งจนเสียชีวิตก่อนนำศพไปทิ้งในดงกล้วย

อย่างไรก็ตามระหว่างที่เจ้าหน้าที่จะพานายสินชัยเดินทางกลับ เดินผ่านทุ่งนามายังจุดจอดรถนายทรงวุฒิ แปงเรือน บิดาของน้องบ๊อบบี้ พร้อมญาติพี่น้องตลอดจนชาวบ้านอีกจำนวนหนึ่งเมื่อเห็นหน้านายสินชัยได้แสดงความไม่พอใจต่อการกระทำอันโหดร้ายของนายสินชัย ที่กระทำกับเด็กวัยเพียง 7 ขวบได้ลงคอ กลั้นนำอารมณ์ไม่อยู่ ได้พากันแหวกวงล้อมของเจ้าหน้าที่พยายามที่จะเข้าไปรุมประชาทัณฑ์นายสินชัย ทำให้เจ้าหน้าที่ต้องพานายสินชัยวิ่งหลบหนีขึ้นรถ หนีออกจากจุดที่เกิดเหตุในทันที ก่อนที่จะเกิดเหตุการณ์ปานปลาย

ขณะที่มารดาของน้องบ๊อบบี๊เมื่อเห็นผู้ต้องหาและเห็นการชุลมุนของชาวบ้านถึงกลับเป็นลมล้มพับและร้องไห้แทบจะขาดใจ ทำให้ทางชุดรักษาความปลอดภัยประจำหมู่บ้านต้องช่วยกันปฐมพยาบาลเบื้องและนำตัวส่งรักษากับทางโรงพยาบาล   พร้อมกับมีการยกเลิกการไปทำแผนยังจุดเกิดเหตุบริเวณบ้านของของผู้ต้องหา และบ้านของน้องบ๊อบบี้ เพื่อความปลอดภัยของผู้ต้องหา

โดยนายทรงวุฒิได้กล่าวแสดงความดีใจที่ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจสามารถจับกุมผู้ต้องหามาดำเนินคดีได้ แต่อัดอั้นใจพูดอะไรไม่ถูกเมื่อเห็นหน้าผู้ต้องหาที่กระทำกับลูกของตนซึ่งยังเป็นเด็กเล็กได้ลงคอ ทั้งที่ไม่เคยมีเรื่องโกรธแค้นหรือบาดหมางอะไรกันมาก่อน  และตัวผู้ต้องหาเองนายทรงวุฒิบอกว่าไม่เคยรู้จักมาก่อนแม้จะมีบ้านอยู่ห่างกันไม่กี่หลังระยะห่างจากบ้านไม่ถึง 30 เมตร โดยตนยุ่งกับการทำงานจนไม่ทราบว่า ผู้ต้องหามาเที่ยวเล่นกับลูกของตนได้อย่างไร ซึ่งถึงตอนนี้ก็พูดอะไรไม่ออก และไม่รู้จะกล่าวอย่างไรดีเพราะเรื่องมันเกิดขึ้นแล้ว ทุกอย่างไม่สามารถหวนกลับคืนมาได้ ซึ่งก็ต้องปล่อยเป็นเรื่องของตำรวจที่จะดำเนินคดีตามกฎหมายเพื่อคืนความยุติธรรมให้กับบุตรชายของตนให้ถึงที่สุด