ชาวบ้านแห่ทำบุญ หลังทราบข่าวเจ้าอาวาสร่ำไห้ ไร้ญาติโยมจองกฐิน

ชาวบ้านแห่ทำบุญ หลังทราบข่าวเจ้าอาวาสร่ำไห้ ไร้ญาติโยมจองกฐิน
Sanook! Regional

สนับสนุนเนื้อหา

(27 ต.ค. 63) จากกรณีที่โลกออนไลน์ ได้มีการแชร์เรื่องราวของเจ้าอาวาสวัดท่ามะเฟือง ต.อ่างทอง อ.เมือง จ.ราชบุรี ได้ออกมาร้องไห้กลางที่ประชุมเลือกกรรมการหมู่บ้าน ว่าทางวัดไม่มีญาติโยม หรือ เจ้าภาพที่จองเข้ามาเป็นเจ้าภาพกฐินปี 2563 หลังจากที่มีกฐินมาทุกปี ประกอบกับทางเจ้าอาวาสเองอาพาธป่วยไม่สามารถออกกิจนิมนต์ได้

ล่าสุดวันนี้ ผู้สื่อข่าวได้เดินทางเข้าไปที่วัดท่ามะเฟือง ได้สอบถามกับทางเจ้าอาวาสท่ามะเฟือง พระครูสังฆรักษ์ ประพันธ์ ญาณภทฺโท ถึงเรื่องราวข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้น ทราบว่า ในปีนี้ไม่มีใครจองเข้ามาเป็นเจ้าภาพกฐินที่วัดเลย อีกอย่างเขาไม่ศรัทธา มีคนศรัทธาบ้างแต่ก็ไม่พอ อีกอย่างพระน้อยด้วย พระก็ 3 รูป มาก็ต่างถิ่นกัน เป็นพระมาจากทางใต้ 3 องค์ พระท้องถิ่นองค์เดียว ที่ผ่านมามีกฐินมาทุกปี แต่มาปีนี้ไม่มีใครจองเข้ามาเลย ซึ่งภายในวัดยังต้องมีการบำรุง บูรณปฏิสังขรณ์ ศาสนสถาน กุฏิสงฆ์ ศาลาปฏิบัติธรรม

ทั้งนี้ พระครูสังฆรักษ์ แจ้งว่า มีความตั้งใจที่จะนำเงินปัจจัยจากการทำบุญกฐิน มาวางรากฐานศาลาปฏิบัติธรรม และหากเป็นไปได้อยากให้สร้างโบสถ์ วัดต้องมีโบสถ์ ถ้ามีเงินมาควรจะสร้าง แต่ถ้าไม่มีเงินก็คงไม่สร้าง

ผู้สื่อข่าวได้สอบถามถึงอาการป่วยที่ระบุว่าไม่สามารถออกไปกิจนิมนต์ได้นั้น พระครูสังฆรักษ์ กล่าวว่า ตนเองป่วย อาพาธ เป็น โรคกล้ามเนื้ออ่อนแรง ขาเดินไม่ได้ตั้งนานแล้ว ไม่มีแรงเดินไม่ได้ พักอาพาธที่โรงพยาบาลสงฆ์นานหลายเดือน ก่อนออกมารักษาตัวอยู่ที่วัด

ทั้งนี้ พระครูสังฆรักษ์ กล่าวบอกบุญถึงสาธุชนผู้ใจบุญ ว่า อาตมาในนามของเจ้าอาวาสวัด ในนามของ พระครูสังฆรักษ์ ประพันธ์ ญาณภทฺโท ลูกศิษย์ของพระราชอุดมมงคล หลวงพ่ออุตมะ ซึ่งเป็นฐานาของอาตมา ขอฝากญาติโยมทั้งหลายได้มาร่วมปัจจัยสร้างสิ่งที่ขาด ช่วยสร้างได้ก็ดี เพื่อจะได้เหมือนวัดอื่นๆเขา ที่มีศาลา มีโบสถ์ แต่ที่ใดยังขาด เพราะวัดมีโบสถ์ให้บวชพระ จึงมีพระที่มาจากที่อื่น 1 ปี จะมีพระ 3 – 5 รูป เท่านั้น ถ้าวัดไม่มีใครจริง อาตมาก็อยู่องค์เดียว ดูแลวัดนี้ไปจนกว่าจะมรณภาพ

ส่วนบรรยากาศที่วัดวันนี้หลังจากที่เป็นข่าวออกไปมีญาติโยมผู้ใจบุญเดินทางมาจากต่างจังหวัด และ ในพื้นที่ เข้ามาเยี่ยมและให้กำลังใจเจ้าอาวาสกันตลอดทั้งวันไม่ขาดสาย พร้อมทั้งได้ร่วมเงินเข้ามาถวายเพื่อร่วมเป็นเจ้าภาพกฐินกับทางวัดด้วย เช่น นางภัทร เม่นวิจิตร อายุ 59 ปี เป็นแม่ค้าขายลอตเตอรี่ที่วัดสว่างอารมณ์ จ.นครปฐม ได้เดินทางมากับเพื่อนแม่ค้าด้วยกัน 3 คน โดยกล่าวว่า หลังจากที่ทราบข่าวในโซเชียล ตนจึงได้ร่วมกันกับเพื่อนแม่ค้า และ ผู้ที่อยู่ในวัดสว่างอารมณ์ ร่วมรวมเงินเพื่อที่จะมาถวายให้กับทางหลวงพ่อ เป็นจำนวนเงิน 12,130 บาท ขออนุโมทนาบุญกับทุกคนด้วย ส่วนที่บริเวณด้านหน้ากุฏิของเจ้าอาวาส พบว่ามีกรรมการวัด ผู้ใหญ่บ้าน ได้มาตั้งโต๊ะและนำทีม อสม.มาตรวจคัดกรองวัดไข้ เพื่อที่จะเป็นการช่วยจัดระเบียบในการเข้าไปพบ เจ้าอาวาสโดยขอให้ทุกคนใส่หน้ากาก เนื่องจาก พระครูสังฆรักษ์ เจ้าอาวาส มีอาการอาพาธ พร้อมทั้งรับญาติโยมที่มีความประสงฆ์จะร่วมทำบุญกับทางวัด

และวันนี้ทางสำนักพุทธศาสนา จังหวัดราชบุรี ได้เดินทางมาสอบถามข้อมูลและรายละเอียด กับทาง พระครูสังฆรักษ์ ประพันธ์ ญาณภทฺโท เจ้าอาวาสวัดฯ ถึงเรื่องราวที่เกิดขึ้น พร้อมทั้งที่ไปช่วยดูเรื่องทางออกต่างๆ และจะไปเรียนกับทางพระธรรมปัญญาพร เจ้าคณะจังหวัดราชบุรี เจ้าอาวาสวัดมหาธาตุวรวิหาร พรคะอารามหลวงให้ทราบ ทั้งข้อปฏิบัติและเรื่องพระธรรมวินัย และจะดูแนวทางการจัดงานกฐิน ได้หรือไม่อีกครั้ง เนื่องจากที่วัดมีพระภิกษุสงฆ์เพียง 3 รูปเท่านั้น ทั้งนี้ทางสำนักพุทธฯ อยากชวนชาวบ้านที่มีความศรัทธาต่อพระพุทธสานาสามารถเดินทางเข้ามาทำบุญกับทางวัด เพื่อให้เป็นไปตามวัตถุประสงค์ของทางท่านเจ้าอาวาส

ขณะที่นายกิตติ โค้วถาวร ผู้ใหญ่บ้านหมู 3 ต.อ่างทอง และเป็นประธานคณะกรรมหมู่บ้านท่ามะเฟือง เปิดเผยว่า ที่ผ่านมาตนและชาวบ้าน จะมีการจัดงานทอดกฐินมาให้ที่วัดเป็นประจำทุกปี ปีหนึ่งจะได้ประมาณ 3 แสนบาท แต่ปีนี้เห็นว่าเจ้าอาวาสอาพาธ ปละพระลูกวัดก็ไม่ครบองค์กฐิน ซึ่งมีเพียงแค่ 3 รูป จึงเห็นว่าไม่จัดงานทอดกฐิน และวันที่ทางหมู่บ้าน ได้มีการประชุมเลือกคณะกรรมการหมู่บ้าน ทาง พระครูสังฆรักษ์ เจ้าอาวาสวัดท่ามะเฟือง ได้เดินทางมาร่วม พร้อมทั้งได้พูดคุยกับทางชาวบ้านเพื่อขอให้มีการจัดงานกฐิน และทางหลวงพ่อได้มีอาการร้องไห้ออกมาระหว่างที่ท่านได้พูด ตามที่เป็นข่าวไป ทางหมู่บ้านจึงตกลงกันว่า จะนำเงินจากกองทนหมู่บ้าน มอบเงินให้วัดจำนวน 10,000 บาทแทน จนกระทั่งมาเป็นข่าวดัง ทำให้มีประชาชนเดินทางมาจำนวนมา

สำหรับวัดท่ามะเฟือง มีเพียงศาลาประกอบพิธีทางศาสนา 1 หลัง วิหารหลวง 1 หลัง กุฏิที่พักสงฆ์ไม้เล็ก ๆ ให้ญาติโยมและพระมาปฏิบัติธรรมเท่านั้น ไม่มีโบสถ์ เน่องจากเป็นวัดพี่วัดน้องกับทางวัดใหญ่อ่างทอง ที่ทางชาวบ้านได้ไปขึ้นกับวัดใหญ่อ่างทองอยู่ เวลาทำกิจกรรมสงฆ์ และไม่มีเมรุเผาศพ ส่วนใหญ่จะมีต้นไม้ใหญ่ร่วมรื่น ส่วนใหญ่วัดนี้จะจัดกิจกรรมทางศาสนาเล็ก เช่นทำบุญวันพระ หรือ เข้ามาปฏิบัติธรรม

ผู้ใหญ่บ้านกล่าวอีกว่า ในวันที่ 30 ตุลาคมนี้ ทางวัดและชาวบ้านจะได้ร่วมกันจัดงานทอดกฐินและผ้าป่าสามัคคี โดยนำเงินจากกองทุนหมู่บ้านจำนวน 10,000 บาท มาถวาย ตั้งแต่เวลา 9.00 น. เป็นต้นไป สำหรับผู้ที่มีจิตศรัทธา หรือ ผู้ที่ทราบข่าวต่างๆทางโซเชียล หรือ ทางสื่อต่างๆ สามารถเดินทางมาร่วมทำบุญได้ และห่างใครที่มีความประสงค์ที่จะเป็นเจ้าภาพร่วมและไม่สะดวกเดินทางมาสามารถโทรสอบถามได้ที่ 0856195459, 0864092324 และ 0614741962