พี่น้อง "เสี่ยราดหน้าพันล้าน" ขอพูดบ้าง ดราม่าคดีฮุบบริษัท เหมือนหนังคนละม้วน

พี่น้อง "เสี่ยราดหน้าพันล้าน" ขอพูดบ้าง ดราม่าคดีฮุบบริษัท เหมือนหนังคนละม้วน
INN News

สนับสนุนเนื้อหา

นางสาวณัฐปภัสร์ ศรีสกุลภิญโญ ชี้แจงกรณีพิพาทในครอบครัวที่กลายเป็นข่าวดัง หลัง "เสี่ยราดหน้าพันล้าน" เดินหน้าร้องเรียนสื่อมวลชน โดยอ้างว่า ถูกครอบครัวตัวเองเอาเปรียบและยึดบริษัท รวมถึงโดนกระทำอื่นๆ อาทิ โดนคดีความฟ้องร้อง/ถูกไล่ออกบริษัทจนไม่มีเงิน จนต้องมาขายราดหน้า, มีคดีฟ้องร้องกันถึง 13 คดี และสร้างเรื่องราวพิพาทในตระกูลให้ออกสื่อมาเป็นระยะๆ จนทำให้ชื่อเสียงตระกูลเสื่อมเสียและลามไปถึงภาพลักษณ์ของธุรกิจ

นางสาวณัฐปภัสร์ ในฐานะน้องสาวคนสุดท้อง เปิดเผยว่าปัจจุบันเสี่ยราดหน้ารายนี้ ยังคงถือหุ้นอยู่ในบริษัทในสัดส่วนเท่าๆ กันกับพี่น้อง 5 คน ซึ่งการดำเนินธุรกิจของบริษัทฯ เป็นธุรกิจแบบครอบครัว ที่บริหารงานร่วมกันตามความถนัดแต่ละสายงาน และมีการปันผลกำไรตามผลประกอบการ สำหรับการโอนหุ้นดังกล่าวได้กระทำอย่างถูกต้องตามกฎหมาย และได้มีการยกฟ้องแล้วที่ศาลตลิ่งชัน เมื่อวันที่ 24 ธันวาคม 2561 ซึ่งยังมีอีกคดี ที่มีมูลเหตุเดียวกัน ซึ่งเรื่องนี้อยู่ในกระบวนการยุติธรรม

ส่วนกรณีที่กล่าวหาว่า ถูกถอดออกจากการเป็นกรรมการบริษัท ก็ไม่เป็นความจริง เนื่องจากเสี่ยราดหน้าได้เกษียณอายุการทำงานแล้ว จึงพ้นสภาพตามเงื่อนไขบริษัท แต่ยังคงถือหุ้น 20% ซึ่งจากเดิมพี่น้องผู้ชายในครอบครัว 4 คน ถือหุ้นในบริษัทที่รุ่นพ่อเป็นคนก่อตั้ง คนละ 20% เท่ากัน แต่เนื่องจากตนเองได้เข้ามาช่วยกิจการครอบครัว จึงตกลงกันในครอบครัวโดยลดการถือหุ้นเหลือคนละ 20% แล้วนำหุ้นจำนวน 20% มาให้ตนเองมีส่วนร่วมถือหุ้นในบริษัท และเป็นการถือแทนพี่สาวอีก 2 คนในครอบครัวอีกด้วย

นางสาวณัฐปภัสร์ ยังระบุอีกว่า ทางกลุ่มพี่น้องไม่มีใครที่จะคิดไปรังแกคุณสมชาย แต่กลับเป็นทางฝ่ายคุณสมชาย ที่ฟ้องร้องก่อน ทางกลุ่มพี่น้องจึงได้หารือกัน และฟ้องกลับไป 2 คดี ส่วนเรื่องการเยียวยาเป็นเงินจำนวน 300 ล้านบาทนั้น ในคำสั่งศาลไม่มีระบุไว้ ส่วนทรัพย์สินที่คุณสมชายมีนั้น ก็ยังมีทั้งบ้านหลังใหญ่ และยังลงทุนทำตลาดให้เช่าพื้นที่ขายอาหาร ริมถนนพุทธมลฑลสาย1 จำนวนหลายไร่ อีกทั้งยังส่งลูกๆ ทั้ง 4 คน เรียนจบเมืองนอกในสายงานต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับบริษัท รวมถึงพยายามยัดเยียด ลูกๆ ของคุณสมชายเข้ามาทำงาน ซึ่งขัดแย้งกับความเป็นจริงที่ออกมาให้ข่าวกับสื่อมวลชนโดยสิ้นเชิง