ไฟเขียวเพิ่ม2แบงก์ ธปท.-สศค.สกรีน ไลเซนส์เอสโครว์

ธปท.-สศค. สกรีนเข้ม ใบอนุญาต ประกอบกิจการ ตัวกลางรับดูแลผลประโยชน์คู่สัญญา หรือ เอสโครว์ ล่าสุดเพิ่งไฟเขียว เพิ่มอีก 2 แบงก์ คือ ไทยพาณิชย์ และ ABN แอมโร ตามก้น 4 แบงก์แรก จากที่ยื่น 14แบงก์ เผย ส่วนใหญ่ติดปัญหาระบบโครงสร้างองค์กร ระบบเทคโนโลยี ปัญหาล่าช้า ลูกค้าร้องเรียน

แหล่งข่าวจาก สำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.) กระทรวงการคลัง เปิดเผยฐานเศรษฐกิจว่า ขณะนี้ สศค. ได้ออกใบอนุญาตประกอบกิจการ การดูแลผลประโยชน์ของคู่สัญญา(เอสโครว์) ตามความในพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) การดูแลผลประโยชน์ของคู่สัญญา พ.ศ. 2551 ให้กับสถาบันการเงินที่ผ่านเกณฑ์คุณสมบัติเพิ่มอีก 2 แห่งได้แก่ ธนาคารไทยพาณิชย์ และธนาคาร เอบีเอ็น แอมโร หลังจาก ธนาคารแห่งประเทศไทย(ธปท.) พิจารณาเห็นชอบ ส่งผลให้มีธนาคารสามารถเปิดให้บริการระบบเอสโครว์ จำนวน 6 รายจากที่ยื่นขอใบอนุญาต 14 ราย ได้แก่ ธนาคารกรุงเทพ, กสิกรไทย, เอชเอสบีซี (ฮ่องกงแบงก์) , ซูมิโตโม จากประเทศญี่ปุ่น,ไทยพาณิชย์ และ เอบีเอ็น แอมโร

ขณะเดียวกันก่อนเปิดให้บริการทั้ง 6 ธนาคาร จะต้องยื่นแผนโครงการต่อธปท.อีกครั้ง แต่จากการตรวจสอบกระทั่งปัจจุบัน ( 24 สิงหาคม 2552) ยังไม่มีรายใด ยื่นแผนไปยังธปท.แต่อย่างใด ซึ่งเข้าใจว่ากำลังอยู่ระหว่างดำเนินการเนื่องจากการให้บริการระบบเอสโครว์เป็นกิจการใหม่ที่ธนาคารต้องมีความรอบคอบ

แหล่งข่าวกล่าวอีกว่า การออกใบอนุญาตฯไม่ใช่เรื่องง่าย ซึ่งไม่ใช่ว่า เมื่อเป็นสถาบันการเงินจะ ผ่านการพิจารณาจากธปท.ทุกราย ทั้งนี้ มีหลายธนาคารที่ยื่นขออนุญาต แต่ถูกธปท.ตีกลับให้ไปแก้ไขปรับปรุงใหม่ก็มี เนื่องจากมีความไม่พร้อมหลายกรณี โดยเฉพาะด้านความเสี่ยงต่อการปฏิบัติงาน เช่น ระบบเทคโนโลยีการให้บริการล้าสมัย มีความล่าช้าในการให้บริการ การจัดเก็บข้อมูลรั่วไหล การร้องเรียนของลูกค้าจากการให้บริการ ซึ่งทั้งหมดนี้ ปัญหาใหญ่ก็คือ ระบบเทคโนโลยีของธนาคารยังล้าสมัยนั่นเอง

อย่างไรก็ดี ธนาคารที่ยังไม่ผ่านการพิจารณายังมีความหวังที่จะได้ใบอนุญาต แต่จะต้องกลับไปปรับปรุงระบบเทคโนโลยีให้ทันสมัย มีความรวดเร็วในการให้บริการ และสามารถจัดเก็บข้อมูลความลับของลูกค้าได้เป็นอย่างดี

ทั้งนี้ ธนาคารที่อยู่ระหว่างขอความเห็นชอบจากธปท. อาทิ ธนาคารกรุงไทย ธนาคารทหารไทย ธนาคารนครหลวงไทย ธนาคารสแตนดาร์ดชาเตอร์ด ธนาคารยูโอบี ไทยธนาคาร ฯลฯ

ส่วนธนาคารอาคารสงเคราะห์ (ธอส.) ธนาคารออมสิน และธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) ไม่ได้ยื่นขอใบอนุญาตฯเนื่องจากเป็นธนาคารของรัฐซึ่งไม่มีความจำเป็นต้องเพิ่มกิจการที่มีการแข่งขัน

ก่อนหน้านี้ สถาบันการเงิน ต่างให้ความสนใจ ยื่นขออนุญาตประกอบกิจการดูแลผลประโยชน์ของคู่สัญญา หรือเอสโครว์แทบทุกราย เนื่องจากเป็นช่องทางประกอบกิจการเพื่อหารายได้ของแบงก์อีกช่องทางหนึ่ง ซึ่งจะครอบคลุมการซื้อ-ขายสินค้าทุกประเภท ที่ต้องมีการวางเงินดาวน์ และเสี่ยงต่อการสูญหายหรือไม่ได้สินค้าในภายหลัง โดยเฉพาะ บ้านจัดสรร บ้านสั่งส่วน การเปิดช่องให้บริษัทนิติบุคคล ยื่นขออนุญาตประกอบกิจการระบบเอสโครว์นั้น จะต้องพิจารณาอีกครั้ง หลังสถาบันการเงินเปิดดำเนินกิจการไปแล้ว

เรื่องล่าสุดของหมวด เศรษฐกิจ

ดูหมวด เศรษฐกิจ ทั้งหมด