แลนด์ฯใช้งบโฆษณาบ้านเดี่ยวสูงสุด ''แสนสิริ''ครองแชมป์คอนโดมิเนียม

มีเดีย สเปนดิ้ง เผยข้อมูลรอบ 7 เดือน กลุ่มอสังหาฯ ใช้เม็ดเงินโฆษณากว่า 1,000 ล้าน ลดลงจากปีก่อนหน้า 14.68% ด้านแลนด์แอนด์เฮ้าส์ ครองแชมป์กลุ่มบ้านเดี่ยวและทาวน์เฮาส์ใช้งบสูงสุด 49.04 ล้านบาท ส่วนโครงการคอนโดมิเนียมของกลุ่มแสนสิริ คว้าแชมป์ใช้งบสูงสุด 65.25 ล้านบาท เศรษฐา ระบุต้องบูรณาการการใช้สื่อโฆษณาหลังผู้บริโภคเปลี่ยนพฤติกรรม

แหล่งข่าวจากบริษัท มีเดีย สเปนดิ้ง จำกัด เปิดเผยข้อมูลการใช้สื่อโฆษณาของธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ช่วง 7 เดือน (ม.ค.-ก.ค.) ที่ผ่านมา พบว่า ภาพรวมธุรกิจอสังหาริมทรัพย์มีการใช้งบประมาณผ่านสื่อโฆษณารวม 1,072.44 ล้านบาท ลดลงจากปีก่อนหน้าในอัตรา 14.68% โดยใช้งบประมาณมูลค่า 1,256.89 ล้านบาท แบ่งเป็นกลุ่มคอนโดมิเนียมมีการใช้งบประมาณ 304.39 ล้านบาท ลดลง 36.49 ล้านบาท จากปีที่ผ่านมาใช้ 479.25 ล้านบาท ส่วนกลุ่มบ้านเดี่ยวและทาวน์เฮาส์ มีการใช้งบประมาณรวม 768.05 ล้านบาท ลดลงจากปีที่ผ่านมา 1.23% ซึ่งมีการใช้งบประมาณ 777.64 ล้านบาท

ภาพรวมของการใช้สื่อโฆษณาในช่วงที่ผ่านมา ยังพบว่าผู้ประกอบการธุรกิจอสังหาริมทรัพย์โดยเฉพาะกลุ่มคอนโดมิเนียม มีการใช้งบประมาณในสื่อหลัก ได้แก่ สื่อโทรทัศน์ วิทยุ หนังสือพิมพ์ และนิตยสาร ในอัตราที่ลดลง และหันมาเพิ่มงบประมาณกับสื่อโฆษณาในรูปแบบใหม่ ได้แก่ สื่อโฆษณาในโรงภาพยนตร์ และอินเตอร์เน็ตมากขึ้น โดยเฉพาะสื่ออินเตอร์เน็ตมีการใช้เพิ่มมากขึ้นถึง 105.73% แม้ว่าเม็ดเงินที่ใช้จะมีเพียง 4.67 ล้านบาทก็ตาม

ส่วนสื่อในโรงภาพยนตร์พบว่า มีเฉพาะกลุ่มคอนโดมิเนียมเท่านั้นที่ใช้งบประมาณผ่านสื่อดังกล่าว ได้แก่ โครงการนอร์ทพ้อยท์ คอนโดมิเนียม ริมหาดวงศ์อำมาตย์ พัทยา ของบริษัท ไรมอน แลนด์ จำกัด (มหาชน) ที่ใช้งบประมาณ 7.21 แสนบ้านบาท ในปีนี้ และโครงการเอ สเปซ คอนโดมิเนียม ของบริษัท อารียา พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด (มหาชน) ที่ใช้งบประมาณ 5.85 แสนบาท ในปีที่ผ่านมา ส่วนในกลุ่มบ้านเดี่ยวและทาวน์เฮาส์ไม่มีการใช้สื่อนี้แต่อย่างใด ซึ่งสื่อโฆษณาที่กลุ่มบ้านเดี่ยวและทาวน์เฮาส์ยังคงใช้งบประมาณต่อเนื่องและเพิ่มมากขึ้นกว่าปีที่ผ่านมา เป็นสื่อโทรทัศน์และป้ายโฆษณา โดยสัดส่วนเพิ่มขึ้น 7.32% และ13.69% ตามลำดับ

ด้าน 5 อันดับของโครงการคอนโดมิเนียมที่ใช้งบประมาณผ่านสื่อต่างๆ สูงสุดในรอบ 7 เดือนของปีนี้ ได้แก่ 1. แสนสิริ มูลค่า 65.25 ล้านบาท 2. ศุภาลัย ปาร์ค มูลค่า 17.01 ล้านบาท 3.ลุมพินีคอนโดทาวน์ มูลค่า 14.26 ล้านบาท 4. เดอะ ริเวอร์ มูลค่า 12.9 ล้านบาท และ5. แบงค์คอกฮอไรซอน มูลค่า 10.32 ล้านบาท ขณะที่ 5 อันดับโครงการบ้านและทาวน์เฮาส์ใช้งบประมาณสูงสุด ได้แก่ 1. แลนด์แอนด์เฮ้าส์ และทาวน์เฮาส์ มูลค่า 49.04 ล้านบาท 2.พฤกษา มูลค่า 42.64 3. บ้านแสนสิริ 37.99 ล้านบาท 4. ศุภาลัย มูลค่า 35.28 ล้านบาท และ 5. ไพร์ม เนเจอร์ วิลล่า มูลค่า 33.08 ล้านบาท

น.พ.สมเชาว์ ตันฑเทิดธรรม กรรมการผู้จัดการ บริษัท เอ็น.ซี. เฮ้าซิ่ง จำกัด (มหาชน) เปิดเผยกับ ฐานเศรษฐกิจ ว่า บริษัทใช้งบโฆษณาและทำตลาด 3% ของยอดขายที่ตั้งไว้ประมาณ 1,000 ล้านบาท หรือประมาณ 30 ล้านบาท ซึ่งรูปแบบการใช้สื่อโฆษณาก็มีการเปลี่ยนแปลงจากอดีตที่ใช้สื่อหลัก อาทิ ป้ายโฆษณา, หนังสือพิมพ์ ปัจจุบันมีการผสมผสานการใช้สื่อไปในหลายรูปแบบ ทั้งในส่วนของสื่อออนไลน์ อาทิ เว็บไซต์ การส่งเอสเอ็มเอส แต่อย่างไรก็ตามยังคงขึ้นอยู่กับโครงการแต่ละแห่งว่ามีกลุ่มเป้าหมายเป็นใครด้วย แต่โดยภาพรวมการใช้เม็ดเงินโฆษณาประชาสัมพันธ์ลดลงจากปีที่แล้ว แต่ปริมาณการใช้มีมากขึ้นในส่วนของสื่อออนไลน์ เพราะต้นทุนถูกกว่าสื่ออื่นๆ

นายวสันต์ เคียงศิริ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ธารารมณ์ เอ็นเตอร์ไพรส์ จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า ปีนี้บริษัทใช้งบประมาณด้านการตลาดและโฆษณาประมาณ 50 ล้านบาท ใกล้เคียงกับปีที่ผ่านมา โดยสื่อหลักจะเป็นป้ายโฆษณาในสัดส่วนประมาณ 50% ที่เหลือจะเป็นสื่อวิทยุและสิ่งพิมพ์ นอกจากนี้ยังมีการใช้สื่อโฆษณาออนไลน์ ทั้งในส่วนของอินเตอร์เน็ต และเอสเอ็มเอสเข้ามาเสริมด้วย ซึ่งรูปแบบการใช้สื่อโฆษณาจะขึ้นอยู่กับกลุ่มเป้าหมายของโครงการในแต่ละทำเลเป็นหลัก

นายเศรษฐา ทวีสิน กรรมการผู้จัดการ บริษัท แสนสิริ จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า การใช้งบโฆษณาของธุรกิจอสังหาฯ มีแนวโน้มลดลงมากในช่วงไตรมาสที่ 2 -3 และคาดว่าจะเพิ่มมากขึ้นในไตรมาสสุดท้าย โดยรูปแบบการใช้สื่อโฆษณาปัจจุบันก็มีการผสมผสานกันของสื่อหลายรูปแบบ และเป็นการปรับเปลี่ยนไปตามพฤติกรรมของผู้บริโภค ในส่วนของบริษัทมีการใช้งบประมาณด้านการตลาดและโฆษณาประมาณ 2% ของยอดขายหรือประมาณ 300-400 ล้านบาท และในแต่ละปีพยายามใช้งบประมาณให้ลดลงจากปีที่ผ่านมาด้วย

วิธีการใช้สื่อโฆษณาในธุรกิจอสังหาฯ เปลี่ยนไปเยอะมาก ตามพฤติกรรมของผู้บริโภค และผู้ประกอบการก็หันไปใช้เม็ดเงินกับการทำเซลล์โปรโมชันเยอะขึ้นในปีนี้ ซึ่งผลตอบรับจากลงโฆษณาก็เปลี่ยนแปลงไปจากอดีต อย่างเช่น ก่อนหน้านี้ถ้าลงโฆษณาในหนังสือพิมพ์ หากเป็นโครงการคอนโดมิเนียม จะมีลูกค้าโทรศัพท์เข้ามาประมาณ 200 สาย ปัจจุบันเหลือเพียง 20-30 สาย ถ้าเป็นโครงการทาวน์เฮาส์และบ้านเดี่ยว จะมีลูกค้าโทรศัพท์เข้ามาประมาณ 20-30 สาย แต่ปัจจุบันอาจจะมีแค่ 2-3 สายเท่านั้น เพราะลูกค้าจะเข้าไปดูโครงการเลย หรืออาจจะเข้าไปดูในเว็บไซต์มากขึ้น การโฆษณาจึงต้องอินติเกรต(บูรณาการ)นายเศรษฐา กล่าว

เรื่องล่าสุดของหมวด เศรษฐกิจ

ดูหมวด เศรษฐกิจ ทั้งหมด