'' พิ้งค์กี้'' ใช้เงินทำงานหนัก! ลงทุนอสังหาฯ-ทำธุรกิจ

วันเวลาช่างผ่านไปไวเหมือนโกหก แทบไม่น่าเชื่อว่าเด็กน้อยดวงตากลมโต พิ้งค์กี้ - สาวิกา ไชยเดช นักแสดงวัยกระเตาะเมื่อ 10 กว่าปีก่อน วันนี้เธอเป็นสาวสะพรั่งแล้วด้วยวัย 23 ปี แต่มีสิ่งหนึ่งที่ไม่เปลี่ยนคือ เธอมีคุณแม่เป็นเงาตามตัวแทบจะตลอดเวลา

เช่นกัน เกี่ยวกับเรื่องเงิน ๆทอง ๆ ของพิ้งค์กี้ เธอบอกว่า ให้คุณแม่เป็นคนจัดการให้ทั้งหมด พร้อมยกตัวอย่างเช่น การลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ที่ได้ลงทุนไปแล้ว อาทิ บ้าน และที่ดิน

อย่างไรก็ตามปีนี้เธอเริ่มให้มืออาชีพด้านการวางแผนการออมเข้ามามีบทบาท โดยให้สถาบันการเงินเป็นที่ปรึกษาการลงทุนดูแลเรื่องการวางแผนทางการเงิน ซึ่งสถาบันการเงินแห่งนี้จะวางแผนเรื่องการออม การลงทุนให้กับ 3 กลุ่มอาชีพเท่านั้น คือ หมอ ทนายความ และดารา ที่มีรายได้มากกว่า 5-10 ล้านบาทต่อปีขึ้นไป

พิ้งค์กี้ เล่าว่า สถาบันการเงินที่เธอใช้บริการนั้น จะให้คำปรึกษาและดูแลครบวงจรตั้งแต่เรื่องรายรับ และค่าใช้จ่าย ตลอดจนวางอนาคตการออมให้ โดยประเมินผลการออมทุก 5 ปี เพื่อจะดูว่าทุก ๆ 5 ปี เรามีเงินเก็บเพิ่มขึ้นเท่าไหร่

พร้อมยกตัวอย่างแผนการออมที่เลือก คือ หากมีเงินออม 10 ล้านบาท ในอีก 5 ปีข้างหน้าจะมีเงินเพิ่มอีกเป็น 20 ล้านบาท ซึ่งผลของเงินที่ออมเพิ่มขึ้นไม่เฉพาะผลตอบแทนจากการลงทุนอย่างเดียว แต่เกิดจากการวางแผนการใช้จ่ายด้วย

หลังจากให้ที่ปรึกษาการลงทุนวางแผนการออมให้ ถือว่าดี เพราะทำให้เรามีความรู้ และฉลาดเรื่องการลงทุนมากขึ้น เพราะเราจะสามารถรู้อนาคตเงินออมของเราได้ว่าจะมีเงินเท่าไหร่

สำหรับแผนการลงทุนปีนี้พิ้งค์กี้ บอกว่าที่ปรึกษาการลงทุนแนะนำว่า ยังไม่ควรลงทุนอะไรให้เก็บเงินสดไว้ก่อน ทำให้รายได้ที่หามาได้ในปีนี้ก็จะเก็บออมทั้งหมดหลังจากแบ่งเป็นค่าใช้จ่ายในการผ่อนบ้าน กับรถยนต์แล้ว

ปัจจุบันกี้มีเงินออมในรูปเงินสด 4-5 ล้านบาท และนิสัยส่วนตัวไม่สุรุ่ยสุร่ายอยู่แล้วทำให้เงินที่หามาได้จึงเน้นการเก็บออม

อย่างไรก็ตามพิ้งค์กี้บอกว่า เธอมีความคิดจะต่อยอดเงินที่หามาได้เพื่อให้ออกดอกออกผลมากขึ้น เพราะยอมรับว่าอาชีพนักแสดงมีความไม่แน่นอนสูงในเรื่องของรายได้ บางปีอาจจะมีรายได้ถึง 10 ล้านบาท ขณะที่บางครั้งก็ไม่มีรายได้เข้ามา ดังนั้นจะทำอย่างไรให้เงินที่หามาได้เพิ่มพูนมากขึ้น

พิ้งค์กี้ บอกว่าผู้ที่มีบทบาทสำคัญในการวางแผนทางการเงินของเธอ คือ คุณแม่ โดยท่านจะบอกว่าไม่ควรลงทุนถ้าเราไม่มั่นใจ หรือบางธุรกิจที่ได้ผลตอบแทนระยะสั้นๆและมีความเสี่ยงเกินไปก็จะไม่ลงทุน

ตอนนี้กี้วางแผนจะมีโปรเจ็กต์ส่วนตัวและเป็นการลงทุนที่จะสร้างผลกำไรกลับมาดีมาก โดยเป็นธุรกิจที่เกี่ยวกับเทคโนโลยี แต่ขออุบไว้ก่อนว่าเป็นธุรกิจอะไร คาดว่าจะเปิดตัวปลายปีนี้ และเป็นธุรกิจใหม่ที่ในประเทศไทยยังไม่มีใครทำ โดยญาติที่อยู่สหรัฐอเมริกาแนะนำมา คาดว่าใช้เงินลงทุน 3-5 ล้านบาท โดยกี้หวังว่าธุรกิจนี้จะเป็นธุรกิจของครอบครัวในอนาคตด้วย

ส่วนอีกธุรกิจที่เริ่มทำแล้วในปีนี้ คือ การจัดตั้งบริษัทออกแบบลายเสื้อผ้าร่วมกับพันธมิตรชาวต่างชาติ โดยนอกจากจำหน่ายในประเทศแล้ว ยังส่งออกไปยุโรปด้วย โดยพิ้งค์กี้จะเป็นผู้ออกแบบและนำเสนอสินค้าในประเทศให้ ซึ่งธุรกิจนี้ไม่ต้องใช้เงินลงทุน

พิ้งค์กี้กล่าวว่า สิ่งสำคัญที่คนอยู่ในอาชีพดาราต้องคำนึงถึง คือ การรู้จักใช้เงิน เพื่อให้เงินที่หามาได้ไม่สูญหายจากการไม่ระมัดระวังเรื่องการใช้จ่าย

บางคนอาจมองว่าอาชีพดาราเป็นสิ่งฉาบฉวยไม่มั่นคง แต่กี้ไม่คิดเช่นนั้น โดยมองว่าเป็นอีกอาชีพที่ทำให้เราอยู่ได้ ฉะนั้นการตัดสินใจเลือกลงทุน หรือทำธุรกิจอะไรก็จะคิดก่อนว่าในสภาวะเศรษฐกิจที่ซบเซาแบบนี้ควรลงทุนได้หรือยัง และควรลงทุนอะไรจึงจะสามารถสร้างผลกำไรให้เราในระยะยาว พิ้งค์กี้กล่าวทิ้งท้าย

เรื่องล่าสุดของหมวด เศรษฐกิจ

ดูหมวด เศรษฐกิจ ทั้งหมด