ค้าปลีก-ค้าส่ง โตจิ๊บๆ จี้รัฐฟื้นความมั่นใจ-กระตุ้นจับจ่าย

คอลัมน์จับกระแสตลาดเมื่อเร็วๆนี้สมาคมค้าปลีกไทยได้จัดงานครบรอบ25ปีสมาคมค้าปลีกไทยร่วมใจพัฒนาเศรษฐกิจที่มีธณภณตั้งคณานันท์ดำรงตำแหน่งเป็นประธานสมาคมคนที่7ต่อจากลิขิตฟ้าปโยชนม์ภายในงานธณภณได้กล่าวถึงกรณีที่มีการถกเถียงกันไม่สิ้นสุดเรื่องโมเดิร์นเทรดเป็นสาเหตุให้ร้านค้าขนาดเล็กหรือโชห่วยต้องล้มหายตายจากว่าข้อมูลดังกล่าวไม่ตรงกับความเป็นจริงและปัจจุบันมีร้านค้าขนาดเล็กเปิดใหม่5-10%ซึ่งถือว่ามากกว่าจำนวนร้านที่ปิดตัวจึงมั่นใจว่าการเปิดสาขาของโมเดิร์นเทรดไม่ส่งผลกระทบต่อร้านขนาดเล็กแต่อุปสรรคในการดำเนินธุรกิจอยู่ที่ความมั่นใจของผู้บริโภคมากกว่าสำหรับประเด็นนี้สมาคมอยากให้รัฐบาลเร่งสร้างความมั่นใจทั้งแก่ผู้บริโภคและผู้ประกอบการผ่านการใช้งบฯกระตุ้นเศรษฐกิจการเร่งเป?ดตัวเมกะโปรเจ็กต์และการขยายเส้นทางรถไฟฟ้าธณภณยังแสดงความเห็นว่าเจ้าของร้านค้าขนาดเล็กส่วนใหญ่มีความใกล้ชิดสนิทสนมกับลูกค้ามากกว่าร้านค้าสมัยใหม่ซึ่งใช้พนักงานเป็นผู้ให้บริการจุดนี้น่าจะทำให้ร้านค้าขนาดเล็กสามารถมัดใจลูกค้าให้กลับมาใช้บริการได้มากกว่าเพียงแต่ร้านเหล่านี้ต้องรู้จักเลือกสินค้าให้เหมาะกับสภาพชุมชนและช่วงเวลานอกจากนี้เขายังเชื่อมั่นด้วยว่าร้านค้าขนาดย่อยสามารถอยู่ได้โดยไม่ต้องมีกฎหมายใหม่ออกมาด้วยซ้ำรัฐเพียงทำหน้าที่สนับสนุนให้เกิดการแข่งขันตามกลไกตลาดเพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดแก่ผู้บริโภคก็เพียงพอแล้วสอดคล้องกับความเห็นของดร.ดามพ์สุคนธทรัพย์รองกรรมการผู้จัดการอาวุโสเทสโก้โลตัสที่ว่ากฎหมายค้าปลีกที่จะออกอยากให้รัฐบาลดูแลผู้บริโภคอย่างแท้จริงและดูแลการประกอบธุรกิจกับผู้ประกอบการทุกรายทุกกลุ่มและอยากให้ผู้ที่เกี่ยวข้องสร้างความมั่นใจและให้ผู้ประกอบการรายย่อยได้ประโยชน์อย่างแท้จริงไม่ใช่ให้ผลประโยชน์ไปตกอยู่ที่พ่อค้าคนกลางปัจจุบันการคมนาคมขนส่งก็สะดวกสบายมากขึ้นดังนั้นซัพพลายเชนของพ่อค้าคนกลางก็ควรจะสั้นลงและมีสินค้าถึงมือผู้บริโภคเร็วขึ้นแต่กลับพบว่าทุกวันนี้ค้าปลีกรายย่อยขายสินค้าราคาสูงเกินความจำเป็นหากซัพพลายเชนสั้นลงสินค้าก็จะถึงมือร้านค้ารายย่อยเร็วขึ้นราคาก็จะถูกลงรองกรรมการผู้จัดการอาวุโสเทสโก้โลตัสยังให้ข้อมูลอีกว่าที่ผ่านมาทุกบริษัทต่างใช้ความพยายามมากเป็นพิเศษเพื่อรักษายอดขายและสร้างผลกำไรครึ่งปีแรกเทสโก้ฯยังคงมีการเติบโตแต่ประสบปัญหาเรื่องยอดขายไม่โตตามเป้าแต่คาดว่าสถานการณ์ครึ่งปีหลังน่าจะดีขึ้นขณะนี้ผู้ประกอบการต่างก็รอแผนกระตุ้นเศรษฐกิจของรัฐบาลเพื่อให้เกิดการเติบโตในไตรมาส4สำหรับเทสโก้โลตัสเองคาดว่าตลอดทั้งปีจะเติบโต3-5%ช่วง2เดือนมานี้แม้จะเริ่มเห็นตัวเลขและสัญญาณบวกทางเศรษฐกิจแต่สำหรับธุรกิจค้าปลีกยังไม่เห็นผลบวกมากนักดังนั้นบริษัทจึงยังต้องใช้มาตรการส่งเสริมการขายอย่างเข้มข้นต่อไปพร้อมกันนี้ประธานสมาคมค้าปลีกฯยังได้เผยถึงตัวเลขการดำเนินธุรกิจของค้าปลีกว่า6เดือนแรกภาคธุรกิจค้าปลีกค้าส่งมีการเติบโตค่อนข้างต่ำคือ3-4%ส่วนปัจจุบันโต4-5%เชื่อว่าไตรมาส4น่าจะมีสัญญาณดีขึ้นและคาดว่าทั้งปีตัวเลขการเติบโตน่าจะอยู่ที่5%ด้านมูลค่าภาคธุรกิจค้าปลีกค้าส่งคิดเป็น20.2%ของจีดีพีมีมูลค่า1.7ล้านล้านบาทแบ่งเป็นมูลค่าภาคธุรกิจค้าปลีกสมัยใหม่29.4%หรือ500,000ล้านบาทมีธุรกิจเอสเอ็มอีที่เกี่ยวข้อง737,458รายและมีการจ้างงานภาคธุรกิจค้าปลีกค้าส่งเป็นแรงงานไทย38.36ล้านคนขณะที่การลงทุนของค้าปลีกตลอดทั้งปีเติบโตจากปีที่แล้ว10-20%คิดเป็นมูลค่า40,000ล้านบาทปีก่อนอยู่ที่30,000ล้านบาทสาเหตุที่ธุรกิจค้าปลีกเพิ่มการลงทุนจากปีที่แล้วเนื่องจากค่าวัสดุก่อสร้างปีนี้มีต้นทุนต่ำและปีหน้าการลงทุนของค้าปลีกจะลดลง20%เนื่องจากต้องรอความชัดเจนจากกฎหมายต้องรอทำคลอดกฎหมายค้าปลีกให้สมบูรณ์ค่อยกลับมาว่ากันต่อไปว่าจะปรับไปทิศทางไหน

เรื่องล่าสุดของหมวด เศรษฐกิจ

ดูหมวด เศรษฐกิจ ทั้งหมด