เตือนภัยพยาธิตืดสุนัข ฟักตัวในช่องเยื่อหุ้มหัวใจ ผ่าเจอซีสต์ตัวอ่อน 200 ก้อน

เตือนภัยพยาธิตืดสุนัข ฟักตัวในช่องเยื่อหุ้มหัวใจ ผ่าเจอซีสต์ตัวอ่อน 200 ก้อน

เตือนภัยพยาธิตืดสุนัข ฟักตัวในช่องเยื่อหุ้มหัวใจ ผ่าเจอซีสต์ตัวอ่อน 200 ก้อน
แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook

เพจเฟซบุ๊ก PDRC ศูนย์วิจัยโรคปรสิต สำนักวิชาแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุรนารี เผยภาพเอกซเรย์ผู้ป่วยที่หาดูได้ยาก เป็นผู้ป่วยหัวใจโตอันเกิดจากก้อนซีสต์ที่มีตัวอ่อนของพยาธิตืดสุนัขอยู่เต็มภายในช่องเยื่อหุ้มหัวใจ โดยเป็นเคสที่เกิดในต่างประเทศ แต่มีความน่าสนใจ และไม่ใช่เรื่องไกลตัวคนไทยเลย

ศูนย์วิจัยโรคปรสิต สำนักวิชาแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุรนารี เผยว่า ไม่ค่อยมีผู้ป่วยหัวใจโตอันเกิดจากก้อนซีสต์ไฮดาติดของพยาธิตืดสุนัขอยู่เต็มภายในช่องเยื่อหุ้มหัวใจ จากสาเหตุการได้รับไข่พยาธิเข้าไป อาจจะด้วยสาเหตุกินอาหาร น้ำ ผักผลไม้โดยบังเอิญ หรือการคลุกคลีกับสัตว์ที่ติดเชื้อ

Nagaraja Moorthy และคณะ (2013) ตีพิมพ์เคสผู้ป่วยรายหนึ่งที่มีหัวใจโตอันเกิดจากซีสต์ตัวอ่อนพยาธิตืดสุนัข Echinococcus granulosus ในวารสารวิชาการ J Am Coll Cardiol ที่มีรายงานน้อย ส่วนมากพบผู้ป่วยติดเชื้อนี้ที่ตับและปอด

ภาพนี้คือผู้ป่วยชายอายุ 25 ปี มาโรงพยาบาลด้วยอาการหายใจลำบากมานานเป็นเวลา 6 เดือน ผลการตรวจร่างกาย มีภาวะหัวใจเต้นเบามาก ส่วนการทดสอบสัญญาณไฟฟ้าของหัวใจพบเป็นปกติ

ผลการเอกซเรย์ทรวงอก พบหัวใจโตผิดปกติ (A) เห็นภาพทึบขอบเขตชัดเจน (B)

การตรวจคลื่นเสียงสะท้อนหัวใจทางหน้าอกและการตรวจหัวใจด้วยคลื่นเสียงสะท้อนความถี่สูงผ่านทางหลอดอาหาร พบซีสต์จำนวนมาก มีลักษณะเหมือนรังผึ้ง ทำให้ห้องหัวใจไม่สามารถมองเห็นได้ในการตรวจหัวใจด้วยคลื่นเสียงความถี่สูง (C)

การตรวจหัวใจด้วยเครื่องตรวจคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า พบถุงซีสต์ขนาดใหญ่และซีสต์เล็กๆ จำนวนมากอยู่ในช่องเยื่อหุ้มหัวใจ (D และ E)

ผ่าออกมามีซีสต์เล็กๆ จำนวนมากกว่า 200 ซีสต์ (F)

 

สำหรับโรคพยาธิไฮดาติด เป็นโรคที่เกิดจากพยาธิตืด Echinococcuss พบรายงานในหลายพื้นที่ทั่วโลก ผู้ติดเชื้อนี้ราวๆ หนึ่งล้านคน เสียชีวิตของผู้ป่วยประมาณ 1,200 ราย อุบัติการณ์ของโรคเริ่มลดน้อยลงในปัจจุบัน

คนติดเชื้อได้โดยการกินอาหารหรือน้ำที่มีไข่ของพยาธิปะปนอยู่ หรือการอยู่ใกล้หรือสัมผัสกับสุนัขที่ติดเชื้อ

ผู้ป่วยที่ติดเชื้อ เริ่มแรกจะไม่แสดงอาการและอาจไม่มีอาการนานร่วมปี อาการที่เกิดขึ้นมักขึ้นอยู่กับตำแหน่งและขนาดของถุงซิสต์ เช่น ตับ ผู้ป่วยมักมีการปวดท้อง น้ำหนักลด และตัวเหลือง การติดเชื้อที่ปอด อาจมีอาการปวดที่บริเวณหน้าอก หายใจถี่ และการไอ

การรักษา โดยการผ่าเอาถุงซีสต์ออกแล้วตามด้วยการให้ยา อาทิ อัลเบนดาโซล

การป้องกัน รักษาสุนัข แกะ โดยให้ยาถ่ายพยาธิเป็นประจำ รักษาสุขวิทยาส่วนบุคคลเมื่อคลุกคลีกับสุนัข รับประทานผัก อาหาร น้ำที่สะอาด

ซึ่งโพสต์ดังกล่าวก็มีคนรักสุนัขหลายคนเข้ามาแสดงความคิดเห็นและแชร์ออกไปจำนวนมาก เนื่องจากเป็นเรื่องใกล้ตัว ที่อาจเกิดขึ้นได้กับตนเอง โดยหลายคนระบุว่า แม้จะรักสุนัขแค่ไหนก็จะไม่ให้เลียหน้าหรือปาก เพราะไม่รู้ว่าในน้ำลายสุนัขมีเชื้อโรคหรืออะไรบ้าง แต่อย่างไรก็ตาม พยาธินี้ก็อาจปนเปื้อนในอาหารด้วยเช่นกัน จึงเป็นเรื่องใกล้ตัวไม่ว่าจะเป็นคนเลี้ยงสุนัขหรือไม่ก็ตาม

แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook
กำลังโหลดข้อมูล