รวบหนุ่มแสบ หลอกเหยื่อในตลาดประมูลสินค้าออนไลน์

รวบหนุ่มแสบ หลอกเหยื่อในตลาดประมูลสินค้าออนไลน์
INN News

สนับสนุนเนื้อหา

กองปราบรวบหนุ่มแสบหลอกเหยื่อในตลาดประมูลสินค้าออนไลน์-ทำหลายครั้งเหยื่อยอมความแต่กลับมาทำซ้ำอีก

ตำรวจกองกำกับการ 2 กองบังคับการปราบปราม จับกุมนายเจษฎาหรือเบิร์ด (สงวนนามสกุล) อายุ 26 ปี ชาว ต.กระบี่น้อย อ.เมือง จ.กระบี่ ผู้ต้องหาตามหมายจับของศาลอาญา ลงวันที่ 27 พฤษภาคม 2563 กระทำความผิดฐาน“ฉ้อโกงโดยการแสดงตนเป็นบุคคลอื่น” และหมายจับของศาลแขวงสมุทรปราการ ลงวันที่ 5 พฤษภาคม 2563 ซึ่งต้องหาว่า “ฉ้อโกง” โดยจับกุมได้บริเวณวัดแห่งหนึ่งใน ต.บางรักใหญ่ อ.บางบัวทอง จ.นนทบุรี

สืบเนื่องจากเมื่อวันที่ 20 เมษายน 2563 นายเจษฎา ได้เข้าไปสังเกตการณ์การประมูลนาฬิกายี่ห้อ ROLEX รุ่น SUBMARINE ในเพจเฟซบุ๊ก ขายนาฬิกามือสอง หลังจากจบการประมูล นายเจษฎาได้หลอกลวงว่าเป็นเจ้าของทรัพย์และติดต่อไปยังผู้เสียหายเพื่อให้ผู้เสียหายโอนเงินให้ เมื่อหลงเชื่อจึงโอนเงินไป ภายหลังทราบว่าถูกหลอก จึงแจ้งความกับ สน.วังทองหลาง นอกจากนี้ในวันเดียวกัน นายเจษฎาฯ ได้เข้าไปสังเกตการณ์ในกลุ่มประมูลขายล้อแม็คและยางของรถยนต์กระบะ ยี่ห้อ อีซูซุ เมื่อผู้เสียหายสนใจสั่งซื้อล้อแม็คและยาง จำนวน 4 ล้อ ในราคา 18,555 บาท และส่งข้อความไปซื้อผ่านทางเพจไลฟ์สดพร้อมฝากหมายเลขติดต่อกลับไว้ที่เพจ ต่อมานายเจษฎา ได้แสร้งเป็นเจ้าของเพจและโทรศัพท์หาหลอกผู้เสียหายให้โอนเงินพร้อมส่งหลักฐานกลับไปยังเพจดังกล่าว ปรากฏว่าเจ้าของเพจบอกว่า บัญชีไม่ใช่ของทางร้าน เมื่อทราบว่าถูกหลอกลวง จึงเข้าแจ้งความดำเนินคดี

จากการตรวจสอบ พบว่าผู้ต้องหารายนี้เคยก่อเหตุอีกหลายครั้งและถูกจับกุมดำเนินคดี แต่ผู้เสียหายยอมความ จึงรอดมาก่อเหตุอีก โดยเมื่อวันที่ 18 พฤศจิกายน 2561 ก่อเหตุแอบอ้างเป็นเจ้าของกระเป๋า หลอกผู้เสียหายที่ประมูลซื้อกระเป๋าไม่ทัน ว่าจะขายกระเป๋าให้ในราคาที่ประมูลไว้คือ 20,000 บาท ต่อมาวันที่ 4 กันยายน 2562 แอบอ้างว่าเป็นเจ้าของพระเครื่อง ในเพจประมูลพระเครื่อง ซึ่งผู้เสียหายประมูลไม่ได้และลงเบอร์โทรศัพท์ติดต่อไว้ นายเจษฎาจึงโทรศัพท์หลอกผู้เสียหายว่าคนที่ประมูลได้สละสิทธิ์ และผู้เสียหายเป็นผู้ประมูลคนถัดมา ผู้เสียหายจึงหลงเชื่อโอนเงินให้ และอีกคดีวันที่ 18 กุมภาพันธ์ 2563 แอบอ้างเป็นเจ้าของเรือเจทสกีซึ่งเปิดประมูลในเพจ และหลอกลวงผู้เสียหายว่า “คนที่ประมูลได้ไม่พร้อมโอนค่ะ รับแทนไหม 60,000 บาท ค่ะ” ผู้เสียหายหลงเชื่อ จึงได้โอนเงินไป หลังจากโอนเงินไม่สามารถติดต่อได้ จึงทราบว่าถูกหลอกจึงได้แจ้งความดำเนินคดี ซึ่งทั้ง 3 คดีตำรวจตามจับกุมได้ทั้งหมด

จากพฤติกรรมแสดงถึงความเป็นอาชญากรประเภทนักต้มตุ๋น ที่ก่อเหตุซ้ำหลายครั้ง ชุดสืบสวนง กก.2 บก.ป. จึงออกติดตามจับกุมจนสืบทราบว่าผู้ต้องหาพักอาศัยอยู่ใน ต.ละหาร อ.บางบัวทอง จ.นนทบุรี กระทั่งวันที่ 4 มิถุนายน 2563 สามารถจับกุมนายเจษฎา ได้โดยผู้ต้องหาให้การรับสารภาพว่ามีการแบ่งหน้าที่กันทำกับเพื่อน แต่ตนเองเป็นคนเปิดบัญชีธนาคารเท่านั้น จึงนำตัวผู้ต้องหาส่งพนักงานสอบสวน สน.วังทองหลาง เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป