คลังชะลอนำร่างพ.ร.บ.ภาษีที่ดินเข้า ครม.รอฟังเสียงชาวบ้าน

รมว.คลังเลื่อนนำร่าง พ.ร.บ.ภาษีที่ดินฯเข้า ครม.อังคารนี้ อ้างเหตุรอฟังความเห็นเพิ่มเติมจากผู้เกี่ยวข้อง-ชาวบ้านก่อน คาดจะเสร็จภายในเดือนกันยายน นายกรณ์ จาติกวณิช รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เปิดเผยเมื่อวันที่ 22 สิงหาคม ว่า กระทรวงการคลังยังไม่ได้นำเสนอร่าง พ.ร.บ.ภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้างในการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) วันที่ 25 สิงหาคมนี้ เพราะต้องรอรายละเอียดเพิ่มเติมจากสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.) และอยู่ระหว่างรับฟังความคิดเห็นจากประชาชนและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง คาดว่าจะเสร็จสิ้นภายในเดือนกันยายนนี้ โดยจะต้องรอดูข้อสรุปว่า ประชาชนและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องมีความเห็นเพิ่มเติมที่เป็นนัยยะสำคัญที่จะนำมาปรับปรุงในร่าง พ.ร.บ.ฉบับนี้หรือไม่ หลังจากนั้นจะพิจารณาว่าจะนำเสนอ ครม.ได้เมื่อใด

นายกรณ์กล่าวด้วยว่า กฎหมายที่กระทรวงการคลังจะผลักดันก่อนคือ ร่าง พ.ร.บ.การออมเพื่อการชราภาพ (กอช.) คาดว่าน่าจะเสนอ ครม.ก่อนร่าง พ.ร.บ.ภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง แต่ยังไม่ได้กำหนดวันที่ชัดเจน เพราะต้องรอดูรายละเอียดให้ครบถ้วนก่อน อย่างไรก็ตาม สิ่งที่กระทรวงการคลังจะผลักดันก่อนคือ การปล่อยกู้ของสถาบันการเงินรัฐที่กระทรวงการคลังเพิ่มเป้าหมายอีก 3.54 แสนล้านบาท ให้กับสถาบันการเงินรัฐ 7 แห่ง และจะมีการเซ็นสัญญาในวันที่ 26 สิงหาคมนี้ เพื่อให้สถาบันการเงินเหล่านี้เร่งปล่อยกู้เข้าสู่ระบบ จะช่วยให้ธุรกิจที่ยังไม่ได้สินเชื่อ เข้าถึงสินเชื่อได้มากขึ้นเพื่อให้ธุรกิจเดินหน้าต่อไปได้

ทางด้านสำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า นายเบน เบอร์แนงคี ประธานกองทุนสำรองแห่งรัฐหรือธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) เปิดเผยเมื่อวันที่ 21 สิงหาคม ว่า วิกฤตการณ์ทางเศรษฐกิจโลกที่เลวร้ายที่สุดในรอบเกือบ 70 ปีใกล้จะสิ้นสุดลงแล้ว แต่เตือนว่ายังต้องใช้เวลาอีกยาวนานในการไต่ระดับกลับไปสู่จุดที่เศรษฐกิจจะมีอัตราการเติบโตตามปกติ และว่า หลังจากที่เศรษฐกิจหดตัวอย่างรุนแรงในช่วงปีที่ผ่านมา กิจกรรมทางเศรษฐกิจดูเหมือนเริ่มจะอยู่ในระดับคงตัวแล้วทั้งในสหรัฐและประเทศอื่นๆ และความหวังที่เศรษฐกิจจะกลับมาเติบโตอีกครั้งในระยะเวลาอันใกล้นั้นดูดีทีเดียว

นายฌอง โคล้ด ทริเชต์ ประธานธนาคารกลางยุโรป (อีซีบี) กล่าวว่า รู้สึกไม่สบายใจเล็กน้อยในการที่จะพูดถึงการกลับสู่สภาพปกติ ดังนั้นเหล่าผู้กำหนดนโยบายควรจะมีความกระตือรือร้นมากที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้

ขณะที่ตลาดหุ้นหลายแห่งทั่วโลกไต่ขึ้นสู่ระดับสูงสุดในรอบ 10 เดือนและราคาน้ำมันแตะระดับสูงสุดในรอบปีเช่นกันที่ 74 ดอลลาร์ต่อบาร์เรลเมื่อวันที่ 21 สิงหาคมหลังจากตัวเลขการซื้อขายบ้านของสหรัฐเพิ่มขึ้นอย่างแข็งแกร่งและคำกล่าวแสดงความมั่นใจในภาพรวมเศรษฐกิจโลกของประธานเฟด โดยตลาดหุ้นสหรัฐปิดที่ระดับสูงที่สุดในรอบปี 2552 ขณะที่ตลาดหุ้นยุโรปปิดในระดับสูงสุดนับตั้งแต่ต้นเดือนพฤศจิกายนปีที่แล้ว

บรรยากาศด้านบวกของการลงทุนส่งผลให้ราคาน้ำมันที่ซื้อขายในตลาดนิวยอร์กพุ่งแตะระดับสูงสุดในปีนี้ โดยราคาน้ำมันดิบชนิดไลท์สวีทสัญญาส่งมอบเดือนตุลาคมเพิ่มขึ้น 98 เซนต์จากราคาซื้อขายเมื่อ 1 วันก่อนหน้ามาปิดที่ 73.89 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ซึ่งเป็นระดับราคาสูงสุดในปี 2552 และยังเป็นราคาสูงสุดนับตั้งแต่เดือนตุลาคมปีที่แล้ว โดยในช่วงหนึ่งของการซื้อขายระหว่างวันราคายังพุ่งขึ้นไปถึง 74.72 ดอลลาร์

ติดตามSanook! News

ข่าวด่วน เกาะกระแสข่าวดัง บน Facebook คลิกที่นี่ และร่วมเป็นแฟนเพจเราบน Facebook.. ได้ที่นี่เลย!!